กลิ่นคาวสนิมเหล็กผสมกับควันธูปโบราณที่ยังเผาไหม้ไม่หมดลอยอวลอยู่ในความมืดของห้องปิดตาย กลิ่นนั้นไม่ได้เกิดจากความตายตามธรรมชาติ แต่มันคือกลิ่นอายของพลังงานดิบเถื่อนที่ถูกบีบอัดด้วยเจตจำนงอันชั่วร้าย รวี กวาดสายตาคมกริบผ่านเลนส์แว่นกรอบโลหะสำรวจซากอารยธรรมที่พังทลายตรงหน้า ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายที่สามนอนขดตัวอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง ลวดลายอักขระยันต์สีเลือดสดถูกเขียนขึ้นบนผนังด้วยความประณีตราวกับงานศิลปะชั้นสูง แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความวิปริตที่ทำให้อากาศในห้องนี้ดูเบาบางลงจนน่าอึดอัด
...แต่มันคือคำประกาศิตจากฆาตกรตัวจริง ที่กำลังยืนมองเราจากมุมมืดของห้องนี้ต่างหากครับ
รวีขยับตัวช้าๆ รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาหวิว ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงที่เบาบางบนขอบหน้าต่าง ปลายทางของร่องรอยพลังงานไสยเวทไม่ได้จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันทิ้งคราบเขม่าสีดำสนิทเอาไว้—ร่องรอยอาคมที่เขาจดจำมันได้ขึ้นใจ รอยประทับของ "คาถาปั้นหุ่นสะกดวิญญาณ" วิชาสายดำสายหนึ่งที่สูญหายไปจากสารบบของสภาผู้พิพากษาอาคมมานานกว่าทศวรรษ
รวีขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคุ้นเคยอย่างประหลาด
"วิชานี้... ไม่น่าจะหลงเหลืออยู่ในมือของคนสติวิปลาสทั่วไป" รวีพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องที่ถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก
"คุณประเมินความมืดต่ำเกินไปแล้วครับ, คุณทนาย"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านต้นคอ เสียงนั้นดังขึ้นจากมุมมืดที่ควรจะว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งการเตือนล่วงหน้า รวีไม่ได้สะดุ้งตกใจ แต่กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายกลับดีดตัวตื่นขึ้นในโหมดระแวดระวังถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองยังเงาทมึนข้างเสาโรมันทันที
ที่นั่น... ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนพิงกำแพง แสงไฟสลัวจากด้านนอกสะท้อนกรอบหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นสัน เวธัส มือสังหารรับจ้างผู้ไร้ตัวตนกำลังยืนไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับเขากำลังรอชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ไม่ใช่การยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมอันน่าสยดสยอง
รวีหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วมือขวาขยับเข้าหาช่องกระเป๋าเสื้อสูทด้านในโดยสัญชาตญาณ ที่ซึ่งยันต์กระดาษสาอาคมทองคำถูกซ่อนไว้พร้อมใช้งาน
"คุณเข้ามาในเขตกั้นอาคมของสภาฯ ได้อย่างไร... เวธัส" รวีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่กดทับบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้ง
เวธัสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเซ็กซี่ในแบบที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ชายหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากความมืดทีละน้อย แสงไฟสาดส่องกระทบดวงตาคู่นั้นที่พราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ประกายตาที่มักจะทำให้รวีรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้พบเจอ
"เขตกั้นอาคมที่เปราะบางเหมือนมุ้งลวดขาดๆ น่ะหรือครับ? ผมว่าคุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะรวี... ว่าไม่มีกำแพงไสยเวทไหนในเมืองนี้ ที่จะกันคนที่ตั้งใจจะเข้ามาจริงๆ ได้หรอก โดยเฉพาะเมื่อข้างในมีของน่าสนใจรออยู่" เวธัสหยุดยืนห่างจากรวีเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษผู้คร่ำหวอดในความตายผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยแตะจมูก
รวีไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายืนเผชิญหน้ากับฆาตกรที่ทางการตามล่าตัวอย่างเงียบเชียบที่สุดในรอบปี แววตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายอันเคร่งครัด กับความอิสระเสรีอันป่าเถื่อนของโลกใต้ดิน เคมีระหว่างพวกเขาทั้งสองคนประทุขึ้นในความเงียบ ราวกับแม่เหล็กสองขั้วที่พยายามผลักไสแต่กลับดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง
"คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณไม่ได้เป็นคนฆ่าเขา... แต่คุณรู้ว่าใครเป็นคนทำใช่ไหม" รวีถามตรงประเด็น ไม่เสียเวลาต่อรอง ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับจะควักเอาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้นออกมา
เวธัสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันชวนฝันแต่ซ่อนคมมีดไว้เบื้องหลัง เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรวีได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นเมนทอลจางๆ
"ฉลาดสมกับเป็นผู้พิพากษาอาคมมือหนึ่งครับ..." เวธัสกระซิบชิดริมหูของรวี น้ำเสียงทุ้มพร่าจงใจทิ้งจังหวะให้ชวนใจสั่น "แต่ถ้าผมบอกคุณว่า... ฆาตกรที่คุณกำลังตามหา ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเป้าหมายต่อไปของมัน... ไม่ใช่ใครอื่น"
เวธัสหยุดพูดไปดื้อๆ ปลายนิ้วมือเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนปกเสื้อสูทของรวีแผ่วเบาราวกับลูบไล้ แต่รวีกลับรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ
"เป้าหมายต่อไปคือใคร?" รวีถามเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติไม่ให้หลุดไปกับสัมผัสนั้น
เวธัสไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นมองข้ามไหล่ของรวีไปยังร่างไร้วิญญาณบนพื้น ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"หันไปดูข้างหลังคุณสิครับ... รวี"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระซิบของเวธัสยังไม่ทันจางหาย อักขระยันต์สีเลือดบนผนังห้องที่ควรจะสงบนิ่ง กลับเปล่งแสงสีดำสนิทวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง กลิ่นคาวเลือดตีกลับเข้าจมูกจนแทบสำลัก และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ—เงาดำทึบที่ทอดยาวอยู่บนพื้นของศพผู้ตาย ค่อยๆ ขยับลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังมาจากความว่างเปล่า!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 2
กระสุนอาคมสีดำ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!