กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกำยานเผาไหม้คละคลุ้งจนแสบจมูก ในห้องสืบสวนอับทึบของกองปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ แสงไฟนีออนกระพริบถี่ราวกับมันกำลังจะหมดลมหายใจ รวีใช้นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือหนังสีดำสัมผัสลงบนพื้นผิวของกะโหลกมนุษย์สีหม่น ผิวสัมผัสของมันไม่ได้เย็นเยียบเช่นกระดูกทั่วไป แต่มันกลับร้อนผ่าวและส่งแรงสั่นสะเทือนระลอกเล็กๆ ผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสประสาทราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่
"ผลชันสูตรจากนิติเวชระบุว่าไม่พบร่องรอยการถูกกระแทกด้วยของแข็ง ไม่พบสารพิษ และโครงสร้างกระดูกสมบูรณ์ดีทุกประการครับ ทนายรวี"
สารวัตรภูมิเปิดแฟ้มคดีบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้จะเป็นนายตำรวจมือปราบผ่านคดีโชกโชน แต่ความผิดปกติของศพไร้ชื่อบนโต๊ะตรงหน้าก็ยังคงทำให้เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
รวีไม่ตอบ เขายังคงใช้สายตาคมกริบวิเคราะห์อักขระโบราณที่ถูกสลักฝังลงไปในเนื้อกระดูกด้วยคมมีดที่ประณีตจนน่ากลัว รอยสลักเหล่านั้นไม่ใช่ร่องรอยทางกายภาพธรรมดา ทว่ามันคือ 'อาคมล็อกวิญญาณ' สายดำที่ถูกลบเลือนไปจากตำราโบราณนับร้อยปี ผู้ที่ลงมือทำเช่นนี้ไม่ได้ต้องการแค่ปลิดชีพเหยื่อ แต่ต้องการกักขังจิตสำนึกทั้งหมดไว้ในกะโหลกเพื่อไม่ให้ไปสู่สุคติ
"นิติวิทยาศาสตร์ปกติไม่มีทางหาตัวฆาตกรเจอหรอกครับสารวัตร เพราะคนที่ทำเรื่องนี้ไม่ได้ใช้ปืนหรือมีด แต่เขาใช้ 'เจตจำนง' และ 'อาคม' เป็นอาวุธ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคม แววตาของรวีฉายประกายความเยือกเย็นที่ซ่อนเร้นความดุดันเอาไว้
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดีครับ? หรือเราต้องปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปอีก..."
"ไม่มีใครลอยนวลได้พ้นเงื้อมมือของกฎหมายหรอครับ... แม้แต่กฎหมายแห่งความตายก็ตามที"
รวีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทเข้ารูปสีเข้มให้เรียบร้อย ขณะที่เขากำลังจะพลิกดูฐานกะโหลกเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่เงียบเชียบกrลังก้าวเข้ามาจากความมืดของทางเดินด้านนอก ความรู้สึกกดดันบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทันที ราวกับอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศาเซลเซียส
ประตูห้องสืบสวนถูกผลักเปิดออกช้าๆ
ร่างสูงโปรดในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวเข้ามา แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับสันจاوโด่งคมและดวงตาคู่คมกริบทรงอำนาจที่มองตรงมายังรวีด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก เวธัสยืนอยู่ที่นั่น มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ท อีกมือถือแฟ้มคดีลับที่ควรจะอยู่ในเซฟของหน่วยงานความมั่นคง
"ระวังหน่อยสิครับ ทนายรวี... ของเล่นชิ้นนั้นมันอันตรายเกินกว่าที่นักกฎหมายโลกสวยจะเข้าใจนะ" เสียงทุ้มแหบต่ำที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะสอบสวนเพียงแค่เอื้อมมือ
รวีหรี่ตาลงเล็กน้อย ความตึงเครียดพุ่งพล่านขึ้นในอากาศ เคมีอันตรายระหว่างสองขั้วอำนาจปะทะกันอย่างเงียบเชียบในห้องแคบๆ เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของเวธัสไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ และชายคนนี้คือเงาสีดำที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมไร้เงานี้อย่างแน่นอน
"คุณมาทำอะไรที่นี่ เวธัส... หรือว่าศพนี้คือผลงานชิ้นเอกชิ้นล่าสุดที่คุณเป็นคนเซ็นชื่อกำกับไว้" รวีถามเสียงเรียบ ทว่าสายตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับต้องการอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั่น
เวธัสหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปใกล้รวีมากขึ้นจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของสนิมเหล็กและบุหรี่ราคาแพงจากตัวอีกฝ่าย "ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคุณกล่าวหาหรอกครับ... แต่ผมมาเพื่อเตือนว่า กะโหลกที่คุณกำลังถืออยู่นั้น ไม่ใช่หลักฐานชิ้นแรก"
เวธัสโน้มตัวกระซิบชิดใบหูของรวี น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเย้ายวนอันตรายและคำเตือนที่ทำให้สันหลังวาบหวิว
"...แต่มันคือคำประกาศิตจากฆาตกรตัวจริง ที่กำลังยืนมองเราจากมุมมืดของห้องนี้ต่างหากครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 1
รอยนิ้วมือบนกะโหลก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!