กลิ่นอับชื้นของซากสัตว์และคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาถูกในห้องพักชั้นสามของโรงแรมม่านรูดย่านชานเมือง แสงไฟนีออนสีแดงจากป้ายภายนอกกะพริบสาดส่องผ่านมู่ลี่เก่าๆ อาบไล้ร่างของรวีที่ยืนนิ่งสงبيอยู่กลางห้อง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังเขี่ยเศษกระดาษสีเทาที่ไหม้เกรียมบนโต๊ะกระจก
หัวใจของเขายังคงเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธและแรงดึงดูดอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ ภาพถ่ายในมือที่เพิ่งถูกโยนลงบนโต๊ะยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นร่องรอยของ "ยันต์ตรึงวิญญาณ" แบบโบราณที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องมือสูบพลังชีวิต เหยื่อรายที่สองเป็นหญิงสาวกลางคืนที่ถูกพบเป็นศพไร้หัวใจในสภาพเดียวกับรายแรก นี่ไม่ใช่ฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือพิธีกรรมทางไสยเวทสายดำที่จงใจทิ้งร่องรอยท้าทายอำนาจของเขา
"คุณกำลังคิดว่ามันเป็นฝีมือของศิษย์ร่วมสำนัก หรือคนสนิทที่หันหลังให้คุณกันแน่ครับ ท่านทนาย"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เวธัสก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำสนิทขยับเข้าใกล้ชิดจนรวีได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายอาคมมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของมือสังหารหนุ่ม ดวงตาคมกริบของเวธัสจ้องมองรวีด้วยแววตาระคนความเย้ยหยันและเสน่หาอันบิดเบี้ยว
รวีไม่ถอยหนี เขากลับเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่กรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยพอบอกได้ว่าเขากำลังสะดุดกับคำพูดแทงใจดำนั้น
"ผมกำลังคิดว่า มือสังหารที่รับงานฆ่าคนอย่างคุณ น่าจะรู้กลิ่นของยมโลกดีกว่าใครเสียอีก เวธัส" รวีตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม บาดลึก "หรือว่า... กลิ่นคาวเลือดของเหยื่อรายนี้ จะคุ้นเคยกับมีดสั้นของคุณเป็นพิเศษ?"
เวธัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและพราวเสน่ห์ ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับใบหูของทนายความหนุ่ม ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่อง ทว่าแฝงไว้ด้วยความคุกคาม
"ระวังคำพูดหน่อยครับ รวี... การกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน มันไม่สมกับเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมเอาเสียเลย อีกอย่าง ถ้าผมเป็นคนลงมือจริง คุณคิดว่าคุณจะได้มายืนถือภาพถ่ายนี้อยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยเหรอครับ?"
นิ้วมือหยาบกร้านของเวธัสเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของรวีแผ่วเบา สัมผัสรุนแรงและฉาบด้วยกระแสพลังงานประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด รวีรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนขนลุกชัน เขารู้ดีว่าความใกล้ชิดนี้อันตรายยิ่งกว่าคมมีด แต่สัญชาตญาณดิบภายในกายกลับปฏิเสธที่จะผลักไส
"ปล่อยครับ เวธัส เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นเกมจิตวิทยา" รวีปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดเล็กน้อยจากแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน
เวธัสยิ้มมุมปาก ยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างสุภาพ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากเรือนร่างและแววตาไหวระริกของทนายความหนุ่ม "ก็ตามใจครับ... งั้นเรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่า จากการแกะรอยกลิ่นอายอาคมเมื่อคืนนี้ พลังที่ใช้ควักหัวใจเหยื่อไม่ได้มาจากไสยเวททั่วไป แต่มันคือ 'มนตราโลหิต' ที่สูญหายไปจากสารบบมานานกว่าสิบปี"
รวีขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ความนิ่งสงบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ "มนตราโลหิต? เป็นไปไม่ได้ วิชาสายนั้นถูกกวาดล้างไปหมดแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีต..."
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกสีเทานี้หรอกครับ รวี" เวธัสหันไปหยิบบางสิ่งขึ้นมาจากพื้น มันคือเศษโลหะขึ้นสนิมที่มีคราบสีดำติดอยู่ "และดูเหมือนว่า เหยื่อรายนี้ไม่ได้บังเอิญตกเป็นเป้าหมาย... แต่เธอคือ 'สะพาน' ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อล่อให้ใครบางคนออกมาจากหลุมศพ"
รวีรับเศษโลหะชิ้นนั้นมาพิจารณา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังงานอาคมที่หลงเหลืออยู่ มันเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล... ตระกูลที่ควรจะล่มสลายไปพร้อมกับความลับทั้งหมดเมื่อสิบปีก่อน
บรรยากาศในห้องม่านรูดแคบๆ กลับอึดอัดขึ้นมาทันที เสียงเพลงจากห้องข้างเคียงเล็ดลอดเข้ามาเบาๆ ตัดกับความเงียบงันระหว่างคนทั้งสอง รวีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์เบาะแสชิ้นใหม่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก... มันหยุดลงตรงหน้าประตูห้องพอดี!
เวธัสหรี่ตาลงทันที มือขวาเลื่อนไปแตะด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ทอย่างเงียบเชียบ ส่วนรวีร่ายคาถาเบาๆ ในใจ พร้อมซัดยันต์ขาวในมือเตรียมรับมือ
แต่ก่อนที่ประตูห้องจะถูกพังเข้ามาด้วยฝีเท้าของบุคคลปริศนา โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรวีก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ แสดงข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกปลอมที่ทำให้เลือดในกายของทนายความหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา—
*[ยินดีต้อนรับสู่การกลับมาครับ... คุณทนายผู้บริสุทธิ์ ศพต่อไปกำลังรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานของคุณเอง]*
รวีหน้าถอดสี มือที่ถือเศษโลหะสั่นเทาเล็กน้อย ขณะที่เวธัสหันมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ความเย้าแหย่หายวับไป เหลือเพียงความคมกริบของนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อตัวจริง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 4
กลิ่นไอจากยมโลก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!