กลิ่นอายจางๆ ของควันธูปผสมกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินอับชื้น แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเปลือยสั่นไหววับแวมตามกระแสไฟที่ไม่เสถียร ทอดเงายาวน่าเกรงขามของเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า
รวีตวัดปลายนิ้วที่พันด้วยด้ายสายสิญจน์อาคมสีขาวบริสุทธิ์ ขับไล่อาคมโลหิตที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศให้สลายกลายเป็นไอสีเทาจางๆ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบ กวาดมองร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุดบนพื้นซีเมนต์ เบื้องหน้าของเขาคือรอยมีดกรีดลึกเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนทับด้วยอักขระโบราณ—ร่องรอยฝีมือของฆาตกรไร้เงาผู้ใช้ทั้งศาสตร์มืดและจิตวิทยาเล่นงานเหยื่อจนสติหลุดลอยก่อนปลิดชีพ
ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของทนายความหนุ่มผู้เคร่งครัดในความยุติธรรมหาใช่ร่องรอยทางไสยเวทเหล่านั้นไม่
แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงเสาห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร
เวธัส... มือสังหารรับจ้างผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเลือดเย็นและแม่นยำดั่งเครื่องจักร ไหล่กว้างภายใต้เสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ผิดจังหวะ ลมหายใจที่ปกติจะสม่ำเสมอดั่งนักล่าในความมืด บัดนี้กลับติดขัดและหนักหน่วง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่มักเรียบเฉยไร้ความรู้สึก กำลังเม้มริมฝีปากแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ
"คุณกำลังสูญเสียการควบคุม, เวธัส"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รวีไม่ได้หันไปมองทันที เขายังคงคุกเข่าตรวจสอบร่องรอยอาคมบนพื้น แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มเบื้องหลัง
เวธัสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยือกที่เจือความรauหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า ทนายรวี... อาคมชำระล้างเมื่อครู่ของคุณ มันดึงพลังชีวิตไปเท่าไหร่กันเชียว? มือคุณสั่นอยู่ ผมเห็นนะ"
รวีค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามเรียวขาอย่างใจเย็น เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย กลิ่นกายเฉพาะตัวของเวธัส—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายเย็นเยียบของความตาย—โชยปะทะนาสิก รวีหยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว
ระยะห่างที่อันตราย... ระยะห่างที่พวกเขามักใช้พิสูจน์เชิงกันและกันเสมอมา
"ผมเป็นห่วงความยุติธรรม และตอนนี้... เหยื่อรายนี้กำลังบอกบางอย่างที่แม้แต่ฆาตกรมืออาชีพอย่างคุณก็คาดไม่ถึง" รวีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมปลาบกวาดสำรวจใบหน้าของเวธัสอย่างละเมียดละไม เขาสังเกตเห็นหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามไรผมของมือสังหาร ทั้งที่ห้องนี้อุณหภูมิต่ำจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
เวธัสไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาสสีเข้มคมกริบดั่งสัตว์ป่าจ้องลึกลงไปในดวงตาของทนายหนุ่ม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันช่างดูเปราะบางเหลือเกินในความรู้สึกของรวี
"คุณอ่านผมเหมือนหนังสือปกหนังราคาถูกอีกแล้วนะ, รวี" เวธัสกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหูของอีกฝ่าย "คุณคิดว่าผมกำลังกลัวเหยื่อพวกนี้งั้นเหรอ? คิดว่าจิตวิญญาณโสโครกนี่กำลังกัดกินผมอยู่หรือไง?"
"ไม่ใช่ความกลัว..." รวีเอ่ยแก้เสียงแผ่ว แต่มั่นคง มือเรียายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วแตะลงที่ปกเสื้อโค้ทของเวธัสเบาๆ สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนผิดธรรมชาติผ่านเนื้อผ้า "แต่มันคือความกระวนกระวายใจ... คุณกำลังรู้สึกผิดบาป, เวธัส หรือบางที... อาคมที่ใช้ฆ่าเหยื่อรายนี้ กำลังสะท้อนกลับมาหาคนลงมือ?"
เวธัสชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาไหววับวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม มือหนาเอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือของรวีไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้กระดูกแหลกได้ แต่มันกลับไม่มีเจตนาทำร้าย มีเพียงความต้องการที่จะยึดเหนี่ยว
"ระวังคำพูดหน่อย ทนาย... ถ้าผมเป็นคนฆ่าเขาจริง ป่านนี้คุณคงไม่ต้องมานั่งชันสูตรศพบนพื้นสกปรกนี่หรอก" เวธัสเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวพยายามปกปิดมาตลอดการปะทะ
รวีไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำขู่ เขาปล่อยให้มือของตนถูกกุมไว้เช่นนั้น สัมผัสอุ่นจากมือของฆาตกรไร้เงาตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความเย็นชาของไสยเวทในห้องนี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญอาคมขาว รวีสัมผัสได้ชัดเจน—พลังงานสีดำทมิฬที่เกาะกินจิตวิญญาณของเวธัส ไม่ใช่ผลงานของเจ้าตัว แต่เป็น "คำสาป" ที่ถูกส่งต่อมาจากผู้บงการที่แท้จริง
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... เวธัสกำลังปกปิดความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวตนของ "ฆาตกรไร้เงา" เพื่อปกป้องใครบางคน
"คุณกำลังปกป้องเขา..." รวีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่กดดัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด แฝงไว้ด้วยจิตวิทยาที่เฉียบคมจนเวธัสต้องหลบสายตา "คนๆ นั้นคือใครกัน ที่ทำให้มือสังหารผู้ไร้หัวใจอย่างคุณ ยอมรับคำสาปย้อนกลับมาเผาผลาญตัวเองช้าๆ แบบนี้?"
เวธัสกัดกรามแน่น กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาจ้องมองรวีด้วยแววตาที่ผสม Pนกันระหว่างความโกรธ ความปรารถนาอันตราย และความร้าวรานที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากนิ่งเฉย
"คุณฉลาดเกินไปแล้ว, รวี... ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละ ที่จะฆ่าคุณเข้าสักวัน" เวธัสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกับใบหูของอีกฝ่าย เสียงกระซิบพร่าเลือนราวกับเสียงถอนหายใจในความมืด "ถ้าคุณยังไม่อยากตาย... ก็ถอนตัวไปซะ คดีนี้มันสกปรกเกินกว่าที่คุณจะ—"
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดสุดของห้องใต้ดิน ขัดจังหวะคำพูดของเวธัสทันที
ทั้งสองคนผละออกจากกันในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณมืออาชีพทำให้รวีดึงยันต์กระดาษสีแดงชาดออกจากกระเป๋าเสื้อพร้อมร่ายคาถาคุ้ม
กันตัวในพริบตา ส่วนเวธัสชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองใต้รักแร้ เล็งตรงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ
ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีลมหายใจ... มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
ทว่า บนพื้นซีเมนต์ห่างจากร่างของเหยื่อออกไปไม่กี่เมตร มีวัตถุลึกลับชิ้นหนึ่งถูกโยนออกมาจากความมืด มันกลิ้งมาหยุดอยู่ที่ปลายรองเท้าหนังขัดเงาของรวี
แสงไฟกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นวัตถุดังกล่าวอย่างชัดเจน
มันคือ "นาฬิกาพกโบราณ" ทำจากเงินแท้ สลักลวดลายรูปงูกินหางอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลเก่าแก่ และที่สำคัญที่สุด... เข็มนาฬิกาทุกเรือนหยุดเดินสนิทอยู่ที่เวลาเดียวกันกับ "คดีฆาตกรรมเมื่อเจ็ดปีก่อน" คดีที่พรากชีวิตครอบครัวของรวีไปทั้งหมด
ลมหายใจของทนายความหนุ่มสะดุดกึก รอยยิ้มเรียบเฉยที่เคยประดับบนใบหน้ามาตลอดสลายหายไปในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว
เวธัสก้มลงมองนาฬิกาเรือนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด สมองอันปราดเปรื่องของมือสังหารคำนวณบางอย่างได้ทันที
"ระวัง!" เวธัสคำรามลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามากระชากร่างของรวีให้หลบไปด้านข้างด้วยความเร็วแสง
*ตูม—!*
แรงระเบิดมหาศาลจากอาคมทำลายล้างพุ่งทะลักขึ้นมาจากพื้นดินใต้จุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ เศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วห้องใต้ดิน แรงกระแทกเหวี่ยงร่างทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง
รวีสำลักควันไฟ พยุงร่างตัวเองลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก เขากวาดสายตามองผ่านกลุ่มควันหนาทึบเพื่อหาเวธัส
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิดของทางเดินชั้นใต้ดิน ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยสีขาวไร้ลวดลาย รอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากส่งตรงมายังรวีโดยเฉพาะ
และเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทาย ก็ทำให้เลือดในกายของรวีเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 5
ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!