กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินประสิวจางๆ ลอยอบอวลปะปนกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น รวีพิงแผ่นหลังตึงเครียดเข้ากับผนังปูนเปลือยเย็นเยียบของห้องใต้หลังคาขนาดเท่ารูหนู ความมืดมิดในยามวิกาลปกคลุมทัศนียภาพเบื้องหน้าจนเหลือเพียงเงาสลัวและสัมผัสจากไออุ่นของอีกฝ่ายที่แนบชิดติดกาย ปลายนิ้วเรียวยาวของทนายความหนุ่มผู้เคร่งครัดในอาคมขาว กำลังกำด้ามปากกาไม้พะยูงอาคมแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เพื่อข่มกลั้นสมาธิที่กระเจิดกระเจิงจากระยะห่างที่ใกล้จนแทบไร้อากาศกั้น
ด้านนอกบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มนักล่าจากตระกูลเงาดำยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ ประหนึ่งเสียงนาฬิกามรณะที่นับถอยหลังลมหายใจของพวกเขา เสียงเศษกระเบื้องแตกดังกรอบแกรบสะท้อนมาจากชั้นล่าง บ่งบอกว่าอาณาเขตหลบซ่อนกำลังถูกรุกล้ำเข้ามาทีละน้อย
เวธัสเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราภูตพราย มือแกร่งข้างหนึ่งค้ำยันผนังเหนือศีรษะของรวีไว้เพื่อบล็อกพื้นที่ สันจมูกโด่งคมกริบอยู่ห่างจากใบหูของทนายความหนุ่มเพียงคืบ ลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของมือสังหารหนุ่มเป่ารดต้นคอระหง เรียกขนอ่อนให้ลุกชันโดยอัตโนมัติ รวีเหลือบสายตาขึ้นมองด้วยแววตาตำหนิปนระแวดระวัง แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันเช่นนี้ เวธัสก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นอันน่าหมั่นไส้ไว้ได้ครบถ้วน
"คุณควรจะหุบปากแล้วใช้สมาธิกดรอยไอวิญญาณเสีย แทนที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะแบบนี้, คุณเวธัส" รวีเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ความสุภาพในน้ำเสียงถูกบดบังด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยที่เจ้าตัวจงใจซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งสงบ
เวธัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยในความมืด รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายปรากฏขึ้นจางๆ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่ชื้นเหงื่อกาฬของรวีอย่างถือวิสาสะ
"ผมไม่ได้สร้างความวุ่นวายเสียหน่อย รวี..." เวธัสกระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชวนให้ใจสั่น "หัวใจของคุณที่เต้นเร็วจนผมได้ยินเสียง มันเกิดจากกลัวคมดาบของพวกมันข้างนอก... หรือเกิดจากความตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังแนบชิดอยู่กับชายคนที่คุณควรจะพยายามหลีกหนีให้ไกลที่สุดกันแน่ล่ะครับ"
รวีแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้ดีว่าคำพูดของอีกฝ่ายมีน้ำหนักที่ปฏิเสธไม่ได้ แรงดึงดูดประหลาดระหว่างอาคมขาวบริสุทธิ์ของเขากับไสยเวทสายมืดของเวธัสนั้น เปรียบเสมือนขั้วแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงทุกครั้งที่เข้าใกล้ ยิ่งในยามที่ความตายหายใจรดต้นคอเช่นนี้ กำแพงแห่งจริยธรรมและอุดมการณ์ที่รวีเพียรสร้างมาตลอดชีวิตกลับสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
"อย่าสำคัญตัวผิดไป นักฆ่า..." รวีขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่พื้นที่อันคับแคบทำให้สะโพกของเขาชนเข้ากับลำตัวหนาของเวธัสอย่างจัง สัมผัสจากมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตหนังทำให้รวีต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ผมแค่ประเมินสถานการณ์ผิดที่เลือกใช้ที่นี่เป็นจุดพัก ไม่ได้หมายความว่าผมต้องการที่พึ่งพิงทางใจ... โดยเฉพาะจากคนมือเปื้อนเลือดอย่างคุณ"
เวธัสโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับเส้นผมของรวี ความเยือกเย็นของมือสังหารเจือจางลงด้วยประกายตาบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา
"มือผมเปื้อนเลือดก็จริง รวี... แต่มือคู่นี้แหละ ที่กำลังปกป้องคุณจากเงื้อมมือของพวกมันในตอนนี้" เวธัสกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากกับใบหูของอีกฝ่ายจนรวีสะท้านเฮือก "คุณจะเกลียดผม จะถือสัจจะความยุติธรรมอะไรของคุณก็ได้ทั้งนั้น... แต่อย่าปฏิเสธเลยว่า ในความมืดมิดแบบนี้ มีเพียงผมคนเดียวที่ยินดีจะก้าวลงนรกไปพร้อมกับคุณ"
บทสนทนาอันเฉียบคมถูกตัดฉับลงทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หยุดลงตรงหน้าประตูห้องใต้หลังคา เสียงบานพับขึ้นสนิมถูกงัดด้วยของแข็งดังเอี๊ยดอ๊าด กลิ่นไออายของอาคมมืดแผ่ซ่านเข้ามาในห้องจนอากาศเริ่มหนาแน่นและหายใจลำบาก
เวธัสส่งสัญญาณมือห้ามนิ่ง ร่างสูงขยับถอยออกห่างจากรวีเพียงเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ แต่สายตายังคงเหลือบมองทนายความหนุ่มด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยสัญชาตญาณนักล่า รวีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ อาคมขาวสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้วพร้อมปะทะ
ทว่า ก่อนที่ประตูจะถูกพังทลายเข้ามา เสียงกระซิบแผ่วเบาจากรอยร้าวของพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของศัตรู... แต่เป็นเสียงโลหะกระทบพื้นไม้ และแผ่นกระดาษยันต์โบราณที่ร่วงหล่นลงมาจากช่องลับใต้ผนัง พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่ซึมทะลักขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นห้องราวกับมีชีวิต
เวธัสย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะคราบเลือดนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารวีด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน
"รวี... ของที่เราตามหาไม่ได้ถูกซ่อนอยู่ข้างนอก..." เวธัสเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องแคบๆ ที่บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังมรณะ "แต่มันถูกฝังอยู่ใต้พื้นห้องที่เรากำลังยืนอยู่... และมันกำลังส่งสัญญาณเรียกเราลงไป"
รวีมองตามสายตาของเวธัส ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับอักขระโบราณที่สลักไว้บนแผ่นไม้ ซึ่งเริ่มเรืองแสงสีแดงฉานขึ้นทีละนิด พร้อมกับเสียงกระซิบปริศนาที่ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องล่าง... เสียงที่พวกเขารู้จักดีเกินกว่าจะลืมเลือน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 11
จังหวะหัวใจในคืนวิกฤต
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!