“ถ้าคุณจะเอาองศาการวางโคมไฟแบบนี้ไปนำเสนอลูกค้า ฉันแนะนำให้คุณไปขายตะเกียงศาลเจ้าดีกว่าค่ะ รัญธิดา”
เสียงทุ้มนุ่มทว่าเย็นเฉียบดังขึ้นกลางห้องสตูดิโอ รัญธิดาที่กำลังขมวดคิ้วแน่นอยู่กับแปลนงานบนหน้าจอแท็บเล็ตถึงกับชะงัก เธอหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง—ลีลาวดีในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบกริบที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยท่าทางถือดีเหมือนเคย
“ตะเกียงศาลเจ้าเหรอคะ? แหม คุณลีลคะ นี่มันสไตล์มินิมอลโมเดิร์นที่กำลังอินเทรนด์นะคะ ไม่ใช่ยุคที่ต้องมานั่งจัดวางแสงไฟให้ดูเป็นระเบียบเป๊ะเหมือนทำเนียบรัฐบาลแบบที่คุณชอบ” รัญธิดาโต้กลับทันควันพลางยักไหล่ มือเรียวคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบเพื่อดับอารมณ์ฉุนเฉียว
ลีลาวดีเดินตรงเข้ามา มือเรียวสวยเลื่อนผ่านแปลนบนหน้าจอของรัญ ก่อนจะจิ้มลงไปบนจุดที่เป็นปัญหา “อินเทรนด์กับใช้งานได้จริงมันคนละเรื่องนะคะ สถาปนิกที่เก่งน่ะไม่ได้มีหน้าที่แค่ขายฝัน แต่ต้องรับผิดชอบต่อไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยด้วย”
สายตาคู่คมของอินทีเรียสาวตวัดมองรัญธิดาอย่างไม่ยอมลดละ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งทำให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของลีลาวดีแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทของคนถูกจ้อง รัญธิดารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เธอขยับตัวถอยหลังจนเก้าอี้ครูดกับพื้นเสียงดัง
“ฉันรู้ว่าอะไรเหมาะกับงานนี้ค่ะ ไม่ต้องมาสอน”
“งั้นเหรอคะ?” ลีลาวดีโน้มตัวลงมา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มจนรัญธิดาต้องกลั้นหายใจ “ถ้ารู้ ก็ช่วยปรับมุมแสงตรงมุมอ่านหนังสือให้มันซอฟต์ลงหน่อยได้ไหมคะ? ฉันไม่อยากให้ลูกค้าต้องมาบ่นกับฉันว่าปวดตาเพราะสถาปนิกอยากโชว์ของมากเกินไป”
รัญธิดาเม้มริมฝีปากแน่น เถียงไม่ออกเพราะเหตุผลของลีลาวดีนั้นถูกต้องที่สุดอย่างที่มักจะเป็นเสมอ “ก็ได้ค่ะ... เดี๋ยวฉันแก้ให้ แต่ถ้ามันออกมาดูจืดชืด คุณอย่ามาบ่นว่างานฉันไม่มีเอกลักษณ์ก็แล้วกัน”
ลีลาวดีเผยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็น รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เป็นยิ้มแบบที่ทำให้ใจของรัญธิดาเต้นผิดจังหวะ “ฉันไม่เคยบอกว่างานของคุณจืดชืดหรอกนะ... รัญ”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวของรัญธิดาที่ดังจนเจ้าตัวกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน ลีลาวดีไม่ได้ถอยห่างออกไป เธอกลับใช้นิ้วชี้ลากไล้ไปตามเส้นสายบนแปลนงานเบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นกลับสร้างกระแสไฟฟ้าแปลกๆ ไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ
“คุณน่ะ... เป็นคนเก่งที่ชอบทำตัวดื้อ” ลีลาวดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด “แต่บางครั้ง... การยอมลดกำแพงลงบ้าง มันก็ไม่ได้ทำให้งานคุณดูด้อยค่าลงหรอกค่ะ”
รัญธิดาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยคู่นั้น พยายามหาคำตอบว่าทำไมวันนี้คุณหนูอินทีเรียถึงดู... อ่อนโยนจนผิดปกติ “ทำไมวันนี้ถึงดูใจดีกับฉันนักล่ะคะ? หรือว่าเพิ่งไปทำบุญมา?”
ลีลาวดีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายถอยออกไปยืนกอดอกตามเดิม “แค่อยากให้งานจบสวยๆ จะได้รีบกลับไปพักผ่อนสักที”
“โกหกค่ะ” รัญธิดาเอ่ยสวนทันที “คุณแค่เป็นห่วงฉันกลัวว่าจะทำงานหนักเกินไปจนล้มพับไปเสียก่อนมากกว่า”
“หลงตัวเองนะคะ” ลีลาวดีตอบกลับทันควัน ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของเธอกลับทรยศคำพูดนั้นอย่างสิ้นเชิง
ความสัมพันธ์ที่เคยเหมือนเส้นขนาน บัดนี้เริ่มเบลอจนแทบแยกไม่ออก ระหว่างความเป็นมืออาชีพที่ต้องรักษาไว้ กับความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อนร่วมงาน รัญธิดาหันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้งเพื่อซ่อนความเขินอายที่เริ่มลุกลาม ในขณะที่ลีลาวดียืนมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย
ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กรณ์ก็ผลักประตูห้องสตูดิโอเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง “เฮ้ย รัญ! โปรเจกต์บ้านพักตากอากาศนั่น ทางฝ่ายจัดซื้อมีปัญหาเรื่องวัสดุหินอ่อนว่ะ ต้องรีบตัดสินใจเปลี่ยนด่วน ไม่งั้นงานหน้าไซต์ล่าช้าแน่...”
กรณ์หยุดชะงักเมื่อเห็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนระหว่างคนทั้งสอง เขายกมือขึ้นเกาหัว “เอ่อ... ผมขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าครับ?”
รัญธิดารีบหันไปหาเพื่อนสนิท “ไม่มีอะไร! มาพอดีเลย กรณ์ แกช่วยดูตรงนี้ที...”
ทว่าในจังหวะที่รัญธิดาหันกลับไปนั้นเอง เธอก็พบว่าลีลาวดีไม่ได้หันไปสนใจกรณ์ แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้มือเรียวสวยของลีลาวดีเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความจริงจังที่คาดไม่ถึง
“รัญคะ เรื่องงานน่ะเอาไว้ก่อน แต่เรื่องของเรา...” ลีลาวดีเว้นจังหวะ สายตาเธอมองเลยไปที่กรณ์ที่ยืนงงอยู่หน้าประตู ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูรัญธิดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลมหายใจของรัญธิดาสะดุดกึก
“เย็นนี้ว่างไหมคะ? มีบางอย่างที่ฉันว่า... เราควรต้องคุยกันให้ชัดเจนเสียที”
รัญธิดาตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ก่อนจะทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ประตูห้องก็ถูกเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก—เลขาฯ ส่วนตัวของลีลาวดี
“คุณลีลคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งาน... ทางโครงการแจ้งมาว่ามีคนบุกรุกเข้าไปทำลายแบบจำลองแปลนบ้านและทิ้งรอยเท้าปริศนาไว้เต็มห้องโถงเลยค่ะ!”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รัญธิดาและลีลาวดีสบตากันด้วยความตกตะลึง เส้นแบ่งเขตที่กำลังจะถูกทำลายด้วยความรู้สึกส่วนตัว กลับถูกรบกวนด้วยวิกฤตที่อาจทำลายทั้งโปรเจกต์และอนาคตของพวกเธอทั้งคู่ลงในพริบตา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรัญและลีลนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี -
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 12
เส้นแบ่งเขตที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!