สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 11

ความลับในลิ้นชักเก่า

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"นายมาทำบ้าอะไรที่นี่ ยัยกรณ์!" เสียงห้าวของรัญธิดาดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องสมุดโบราณของคฤหาสน์ตระกูลเก่าแก่ทันที สถาปนิกสาวขยับตัวบังร่างโปร่งบางของอินทีเรียสาวรุ่นพี่ไว้โดยอัตโนมัติ สีหน้าของเธอฉายแววตื่นตระหนกปนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในสถานการณ์ชวนหัวใจวาย กรณ์กระพริบตาปริบๆ มือหนายกขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางกวาดสายตามองคนทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พยายามกลั้นไว้แทบไม่ไหว "โอ้โห... นี่ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย รัญ ปกติเธอไม่เคยหวงพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้นี่นา หรือว่า... กำลังสำรวจ 'โครงสร้าง' อะไรกันอยู่ข้างในนั้นเหรอ" "โครงสร้างบ้านแกสิ! พูดมากน่า" รัญธิดาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทจนแทบถอดรูป พวงแก้มสากระเรื่อด้วยเลือดฝาดอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน ขณะเดียวกัน ลีลาวดีที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากเงาสลัวของชั้นหนังสือ ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงรักษาความเรียบเฉยไว้ได้ดีเยี่ยม แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงไม่แพ้กัน อินทีเรียสาวจัดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่าใบหูสีแดงจัดที่ลามเลียไปถึงต้นคอคือหลักฐานชั้นดีว่าเธอกำลังเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี "ถ้าคุณว่างมากนัก ทำไมไม่ไปตรวจดูงานระบบระบายอากาศชั้นล่างตามที่ฉัน3มอบหมายล่ะคะ คุณกรณ์" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคมอันเป็นเอกลักษณ์ ปรายตามองเพื่อนสนิทของรัญด้วยรังสีอำมหิตเบาๆ ที่ทำเอาหนุ่มตี๋ถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน "โถ คุณลีลครับ ผมแค่วิ่งตามเอกสารแบบแปลนโครงสร้างที่รัญทำตกไว้เมื่อกี้หรอกน่า ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นก้างขวางคอความรัก... เอ๊ย ความร่วมมือทางสถาปัตยกรรมของพวกคุณสักหน่อย" กรณ์รีบยกมือยอมแพ้ แต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยสายตาแซวๆ ชวนหมั่นไส้ "ว่าแต่... หลบมุมกันในห้องสมุดฝุ่นตลบแบบนี้ เจอ 'แปลน' อะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษหรือยังล่ะครับ" ประโยคกำกวมนั้นทำให้บรรยากาศกลับมาอึมครึมด้วยความกระดากอายอีกครั้ง รัญธิดากำหมัดแน่นเตรียมจะพ่นคำด่าใส่เพื่อนสนิทสักชุดใหญ่ แต่ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของกรณ์ กระดาษสีเหลืองกรอบเก่าคร่ำคร่า... ลายมือหวัดแต่สวยงามตระการตาที่โผล่พ้นซองจดหมายสีตุ่น "นั่น... นายถืออะไรอยู่" รัญธิดาเปลี่ยนเรื่องทันที ดวงตากลมโตเป็นประกายความอยากรู้อยากเห็น สัญชาตญาณนักออกแบบบ้านเก่าเริ่มทำงาน กรณ์ก้มมองซองจดหมายในมือ "อ๋อ... อันนี้เหรอ พอดีฉันสะดุดขาโต๊ะทำงานตัวเก่าตรงมุมห้องโถง แล้วลิ้นชักมันก็เลื่อนหลุดออกมา เจ้าสิ่งนี้ร่วงลงมาพอดี เห็นหน้าซองจุกจิกดีแถมจ่าหน้าถึงเจ้าของคฤหาสน์รุ่นทวด... นึกว่าพวกเธอจะสนใจอยากเอาไปใช้อ้างอิงงานรีโนเวทสไตล์วินเทจซะอีก" ลีลาวดีก้าวเข้ามาใกล้ ชั่วขณะนั้นความถือตัวถูกแทนที่ด้วยความหลงใหลในประวัติศาสตร์ อินทีเรียสาวรับซองจดหมายเก่าคร่ำคร่ามาถือไว้ด้วยปลายนิ้วอย่างระมัดระวังราวกับกลัวมันจะสลายกลายเป็นผุยผง กลิ่นอายของกาลเวลาและกระดาษเก่าโชยแตะจมูก "จดหมายรัก..." ลีลาวดีพึมพำเบาๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบรรทัดแรกที่เขียนด้วยหมึกซึมโบราณ รัญธิดาขยับเข้ามาเบียดชิดโดยไม่รู้ตัว ไหล่บางแนบชิดกับไหล่ของลีลาวดีจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของอินทีเรียสาวลอยวนอยู่ในโสตประสาท ทำให้สถาปนิกสาวเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ "ไหนดูซิ เขาส่งอะไรหากันในยุคที่ไม่มีแม้แต่มือถือเนี่ย" รัญธิดาชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ อ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นพร้อมกัน *‘ถึงดวงใจของฉัน... แม้กาลเวลาจะหมุนผ่านไปสักกี่สิบปี โครงสร้างของบ้านหลังนี้อาจทรุดโทรมไปตามกาลเวลา คานไม้พะยูงอาจผุกร่อน และสีผนังอาจลอกล่อนลง แต่ทว่า... ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอกลับไม่เคยเปลี่ยนรูปทรงหรือสั่นคลอนไปตามแรงโน้มถ่วงใดๆ ขอเพียงแค่มีเธอร่วมตีความหมายของคำว่า 'บ้าน' โลกทั้งใบของฉันก็สมบูรณ์แบบแล้ว’* เสียงอ่านในใจเงียบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมพื้นที่ห้องสมุดโบราณ ทั้งรัญธิดาและลีลาวดีต่างนิ่งงันไปกับถ้อยคำที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่จดหมายธรรมดา มันคือสถาปัตยกรรมแห่งความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคำพูด และคงทนถาวรยิ่งกว่าอิฐปูนใดๆ ในโลก กรณ์ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ แอบอมยิ้มบางๆ ก่อนจะกระแอมเบาๆ "แหม... อ่านแล้วเลี่ยนเป็นบ้าเลยเนอะ ว่าไหม แต่ก็นะ... ความรักแบบคนรุ่นก่อนนี่มันมั่นคงชะมัด ไม่เหมือนคนสมัยนี้ ปากบอกไม่แคร์ แต่แอบมามุมตึกกันสองต่อสอง..." "ยัยกรณ์!" รัญธิดาแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ "ถ้าแกยังไม่หุบปาก ฉันจะเอาแบบแปลนโครงการนี้ยัดใส่ปากแก เดี๋ยวนี้เลยนะ!" ลีลาวดีหลุบตาลงมองกระดาษในมือ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก ความเป๊ะ ความสมบูรณ์แบบที่เธอเคยยึดถือมาตลอดชีวิตดูเหมือนจะพังทลายลงทีละน้อย เมื่อเทียบกับความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งของข้อความในจดหมายฉบับนี้ อินทีเรียสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาคู่สวยของลีลาวดีไหววับสะท้อนภาพใบหน้าของรัญธิดาอย่างชัดเจน "บางที..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง "การออกแบบบ้านสักหลัง... อาจจะไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้วก็ได้นะคะ" รัญธิดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง คำพูดของลีลาวดีไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องงานดีไซน์ แต่มันกำลังสื่อสารลึกลงไปถึงพื้นที่ในใจของพวกเธอทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ กรณ์ที่ตั้งใจจะเอ่ยแซวต่อพล้อมกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นสายตาที่ทั้งคู่ใช้มองกัน มันไม่ใช่แค่สายตาของเพื่อนร่วมงาน หรือคู่กัดปากเก่ง แต่มันคือแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงและห้ามกันไม่ได้ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังถักทอความหวานจนหยดสุดท้าย ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ฝีเท้าที่รวดเร็วและไม่อาจคาดเดา พร้อมกับเสียงเรียกอันคุ้นเคยที่ทำให้รัญธิดาต้องสะดุ้งสุดตัว "คุณรัญคะ! คุณลีลาวดี! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องโถงกลางแล้ว!" ร่างของทีมงานผู้ช่วยสาววิ่งหน้าตื่นเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องสมุด สีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนสะดุดกึก "มีคนบุกรื้อถอนผนังฝั่งทิศตะวันตกโดยไม่ได้รับอนุญาต... และตอนนี้โครงสร้างหลักกำลังจะพังลงมาค่ะ!" - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี -
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%