สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 10

ฝนตก ถนนลื่น และรถเสีย

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าแล่บแปลบผ่านกระจกหน้าต่างรถมินิคูเปอร์สีวินเทจ ปลุกให้บรรยากาศอึมครึมในห้องประชุมโปรเจกต์รีสอร์ตเขาใหญ่เด่นชัดขึ้นไปอีก รัญธิดาผละสายตาออกจากใบหน้าหวานเฉี่ยวที่อยู่ใกล้แค่คืบ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ร่างบางกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดกุญแจรถสตาร์ตเครื่องด้วยความเร็ว "มองอะไรคะคุณลีลาวดี กลัวฉันจะกินตับคุณหรือไง" รัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามความคุ้นชิน เพื่อปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง ลีลาวดีถอยหลังกลับไปนั่งตัวตรงในฝั่งผู้โดยสาร ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยทันที แต่พวงแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นปฏิเสธความจริงไม่ได้ "ใครเขามองคุณกัน รัญธิดา... หลอนไปเองหรือเปล่าคะ รีบขับรถออกไปเถอะค่ะ ก่อนที่พายุลูกใหญ่จะถล่มลงมาจริงๆ" อินทีเรียสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มคนปากแข็ง ทั้งที่มือเรียวสวยแอบกำชายเสื้อสูทตัวเองแน่น รถคันเล็กเคลื่อนตัวออกจากไซต์งานท่ามกลางเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าภายนอกมืดครึ้มราวกับเป็นเวลากลางคืน แรงลมกรรโชกพัดกระหน่ำจนตัวรถโคลงเคลงเล็กน้อย รัญใช้สมาธิทั้งหมดจดจ้องกับถนนเบื้องหน้าที่มีแต่ม่านน้ำฝนบังจนแทบมองไม่เห็นทาง "ให้ตายสิ อะไรจะตกหนักขนาดนี้เนี่ย" รัญพึมพำอย่างหัวเสีย ขณะพยายามเหยียบเบรกเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว "คุณขับรถระวังหน่อยสิคะ ถนนลื่นจะตาย" ลีลาวดีเตือนเสียงเขียว แม้ปากจะบ่นแต่สายตากลับคอยมองซ้ายมองขวาช่วยระวังทางให้อย่างไม่รู้ตัว แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... ในจังหวะที่ต้องเลี้ยวโค้งหักศอกลงจากเนินเขา ล้อรถมินิคูเปอร์เกิดอาการเหินน้ำ (Hydroplaning) ชั่วขณะ พวงมาลัยสะบัดหลุดมือ รัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหักพวงมาลัยสวนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อประคองรถไม่ให้ไถลตกข้างทาง เสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดสนั่น ก่อนที่ตัวรถจะกระตุกอย่างแรงแล้วดับสนิทนิ่งสนิทอยู่ไหล่ทางแคบๆ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่ววินาที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดหลังคารถดังสนั่นหวั่นไหว "คุณรัญ! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" ลีลาวดีร้องถามเสียงหลง ความเย่อหยิ่งทิฐิทั้งปวงมลายหายสิ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งกำพวงมาลัยแน่น รัญหันมาสบตา พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อเรียกสติ "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... แต่ดูท่าทางรถเราจะไปต่อไม่ได้แล้วล่ะมั้ง" ว่าแล้วรัญก็ลองบิดกุญแจรถใหม่อีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์พยายามครางครืนแต่ก็เงียบหายไปอย่างไร้การตอบสนอง แผงหน้าปัดดับวูบลงสนิท รัญทุบพวงมาลัยเบาๆ อย่างขัดใจ "ให้ตายเถอะ แบตเตอรี่คงมีปัญหาหรือไดชาร์จพังกลางทางแน่ๆ โชคดีนะเนี่ยที่เราจอดชิดไหล่ทางทัน ไม่เช่นนั้นคงลงไปนอนในคูข้างทางแล้ว" ลีลาวดีเม้มริมฝีปากแน่น มองออกไปนอกกระจกที่มีแต่ม่านน้ำฝนทึบตัน สัญญาณโทรศัพท์มือถือบนหน้าจอปรากฏกากบาทสีแดงเด่นชัด "โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ..." น้ำเสียงของคนตัวเล็กมีความตื่นตระหนกเจืออยู่จางๆ "แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะเนี่ย ติดอยู่กลางทางเปลี่ยวแบบนี้" รัญหันไปมองคนข้างกายที่ตอนนี้ดูเปราะบางกว่าทุกที รอยยิ้มมุมปากที่มักจะมีไว้กวนประสาทถูกแทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว รัญเอื้อมมือไปหยิบร่มพับสีดำขนาดใหญ่ที่เบาะหลังมาถือไว้ "ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณอินทีเรีย อย่างน้อยเราก็ยังมีร่มคันนี้... และฉันก็จะไม่ปล่อยให้คุณเปียกฝนหรอกน่า" พูดจบ รัญก็ผลักประตูดึงเปิดออก ลมฝนและไอเย็นยะเยือกพัดเข้าปะทะร่างทันing รัญรีบกางร่มออกกว้างแล้ววิ่งอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ลีลาวดี "ลงมาค่ะ เดี๋ยวฉันพาเดินไปหลบใต้เพิงพักคนงานตรงโน้นก่อน" ลีลาวดีลังเลเล็กน้อยก่อนจะก้าวขาลงมาจากรถ แต่เพราะความรีบร้อนและพื้นถนนที่เฉอะแฉะทำให้เท้าของเธอพลิก ร่างเพรียวถลาเซถอยหลังจะล้มลง รัญไวกว่าคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แรงดึงทำให้ร่างทั้งสองร่างเซถะทะเข้าหากัน ร่มสีดำในมือร่วงหล่นลงพื้นกระเด็นไปไกล ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาเปียกปอนทั้งคู่ในพริบตา รัญโอบเอวบางไว้แน่น ขณะที่ลีลาวดีใช้มือทั้งสองข้างยึดไหล่กว้างของรัญไว้เป็นหลักพยุง ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับละอองฝนเป่ารดผิวแก้ม แววตาสีนิลคู่สวยช้อนขึ้นมองสบตาคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กลบเสียงรอบตัวจนเงียบงัน "คุณ... เปียกหมดแล้วนะคะ" ลีลาวดีกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหนาวเย็น แต่ดวงตากลับฉายประกายลึกซึ้งบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ "คุณต่างหากที่เปียก" รัญตอบเสียงพร่า สายตาคมกริบกวาดมองหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนแพขนตาและริมฝีปากอิ่มของคนในอ้อมแขน รัญขยับตัวเข้ามาประชิดเพื่อใช้ร่างกายของตัวเองบังลมหนาวและสายฝนให้มากที่สุด มือข้างหนึ่งกระชับเอวบางไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "หนาวไหมคะ?" ลีลาวดีส่ายหน้าช้าๆ แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความเย็นเยือก แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อมอยู่ตอนนี้กลับแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างประหลาด ความถือดีที่มีมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนี้ "ถ้าไม่รีบหาที่หลบฝน เราได้เป็นปอดบวมแน่ๆ ค่ะ" รัญเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มกว่าปกติ รัญก้มลงเก็บร่มที่ตกอยู่แล้วกางขึ้นอีกครั้ง บังคับให้ลีลาวดีต้องเดินเบียดเข้ามาอยู่ในวงแขนเดียวกันเพื่อป้องกันเม็ดฝน ไหล่ต่อไหล่แนบชิด ไออุ่นจากร่างกายส่งผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น รัญโอบไหล่บางให้เดินเคียงคู่ฝ่าสายฝนไปยังเพิงพักไม้เก่าๆ ข้างทางอย่างทุลักทุเล แต่หัวใจข้างในกลับพองโตอย่างแปลกประหลาด เมื่อเข้ามาหลบในเพิงพักที่พอจะบังฝนได้ระดับหนึ่ง ทั้งคู่ต่างหอบหายใจเบาๆ ร่างกายเปียกปอนลู่แนบไปกับผิวเนื้อ รัญหันมามองลีลาวดีที่กำลังยกมือขึ้นกอดอกลูบแขนตัวเองด้วยความหนาวสั่น รัญไม่รอช้า ถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวนอกของตัวเองออกทันที แล้วคลุมไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ "ใส่ซะค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบาย" รัญเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาเป็นห่วงเป็นใยปิดไม่มิด ลีลาวดีชะงัก เงยหน้ามองเสื้อยีนส์ตัวโคร่งที่ยังอุ่นไอของรัญ แล้วเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับเจ้าของเสื้อ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ริมฝีปากอิ่มอ้าปากจะเอ่ยคำขอบคุณ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง... จู่ๆ แสงไฟหน้ารถยนต์คันใหญ่ก็สาดส่องทะลุม่านฝนเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าเพิงพัก พร้อมกับเสียงบีบแตรดังลั่น และประตูก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวลงมาจากรถ "รัญ! ทางนี้ปลอดภัยดีไหมวะ พอดีฉันขับรถผ่านมาเจอ..." เสียงทุ้มคุ้นเคยของกรณ์ดังแทรกขึ้นมา แต่ทว่า... สายตาของกรณีกำลังมองตรงมาที่พวกเขาทั้งคู่ด้วยสีหน้าตะลึงงัน ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความฟินนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%