เศษปูนและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจายจากการรื้อถอนยังไม่ทันจางหายดี เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มคนงานที่กรูเข้ามาตามคำสั่งของ "เจ้าของพินัยกรรมตัวจริง" ก็สร้างความโกลาหลให้ไซต์งานคฤหาสน์โบราณแห่งนี้จนแทบพลิกคว่ำ รัญธิดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตากลมโตฉายแววเดือดดาลระคนตกใจ เธอมองซากผนังวินเทจที่เธอเพิ่งประคบประหงมรีโนเวทไปหมาดๆ ถูกค้อนปอนด์กระหน่ำทุบทำลายอย่างไม่ใยดี
"หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังตะโกนก้อง รัญพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าคนงานที่กำลังจะงัดคานไม้สักทองยุคโคโลเนียล "พวกคุณเอาสิทธิ์อะไรมาพังงานของฉัน!"
"สิทธิ์ของเจ้าของบ้านตัวจริงไงล่ะคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง"
เสียงนุ่มทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากทางเข้าโถงหลัก ลีลาวดีก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาท่ามกลางกลุ่มฝุ่นละออง อินทีเรียสาวไฮโซผู้สวมชุดสูทเข้ารูปสีเบจดูเนี้ยบกริบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เธอปัดฝุ่นจางๆ ที่ไหล่อย่างรังเกียจ ก่อนจะปรายตามองรัญด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงความเย่อหยิ่งไว้เต็มเปี่ยม
รัญสะท้านไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว
"คุณลีลาวดี!" รัญก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทันที ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว จนได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังที่ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ "คุณบ้าไปแล้วหรือคะ! นั่นคือผนังรับน้ำหนักส่วนสำคัญ ถ้าคุณรื้อตรงนั้น โครงสร้างบ้านทั้งหลังจะพังลงมาทับหัวคุณยายแกjๆ ที่ไหนสักคนแน่!"
ลีลาวดีเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และถือดีได้อย่างน่าหมั่นไส้ "บ้านหลังนี้กำลังจะถูกรีโนเวทใหม่ทั้งหมดภายใต้การควบคุมของฉัน เพราะฉะนั้น ดีไซน์เก่าคร่ำครึที่เต็มไปด้วยความดรามาน้ำเน่าแบบที่คุณทำ มันไม่มีพื้นที่ยืนในโปรเจกต์นี้หรอกค่ะ คุณรัญธิดา"
"คุณมัน..." รัญกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความรู้สึกพ่ายแพ้และคับแค้นใจตีรวนขึ้นมาจุกอก "คุณไม่เคยเข้าใจงานสถาปัตยกรรมเลยสักนิด! คุณเห็นมันเป็นแค่กระดาษวาดรูปที่มีตัวเลขกำไรขาดทุน คุณมันพวกเลือดเย็น ไร้หัวใจ!"
"ค่ะ ฉันมันไร้หัวใจ" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงรอยร้าวลึกในความรู้สึกที่รัญไม่มีทางมองเห็น "แต่คนที่ไร้ความสามารถแล้วเอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้งอย่างคุณ ต่างหากล่ะคะที่ไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ตรงนี้"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง กรณ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบตามเข้ามาถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อเห็นสถานการณ์ตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล
รัญสูดลมหายใจเข้าลึก, เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิง เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่เคยมองด้วยความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายที่เฉียบคมขึ้นอย่างน่ากลัว
"ปากเก่งดีนี่คะ คุณลีลาวดี" รัญก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว จนลีลาวดีต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ในเมื่อคุณบอกว่าดีไซน์ของฉันมันคร่ำครึ และพื้นที่สวนรอบคฤหาสน์ที่ฉันออกแบบไว้มันใช้การไม่ได้... งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ?"
ลีลาวดีหรี่ตาลงเล็กน้อย "เดิมพัน? กับคุณเนี่ยนะ?"
"ใช่ค่ะ!" รัญเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "พื้นที่สวนโซนตะวันตกที่เชื่อมต่อกับโถงหลักตรงนี้ ฉันจะให้เวลาคุณสามวันในการออกแบบใหม่ตามใจคุณ และฉันจะออกแบบในส่วนของฉันแข่งกับคุณ เรามาดูกันว่าระหว่าง 'อินทีเรียไฮโซผู้เพอร์เฟกต์' กับ 'สถาปนิกหัวขบถ' อย่างฉัน ใครจะทำให้คณะกรรมการและตัวแทนเจ้าของพินัยกรรมตัวจริงทึ่งจนอ้าปากค้างได้มากกว่ากัน!"
มุมปากของลีลาวกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "สามวัน? กับพื้นที่สวนขนาดร้อยตารางวาที่คุณว่ายากนักหนาเนี่ยนะคะ? คุณกำลังดูถูกรสนิยมของฉันเกินไปหรือเปล่า"
"ถ้ามั่นใจนัก ก็รับคำท้าสิคะ!" รัญจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของอีกฝ่าย "แต่ถ้าคุณแพ้... คุณต้องยอมถอนตัวจากการรีโนเวทส่วนโครงสร้างหลัก และปล่อยให้ฉันจัดการทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว!"
"แล้วถ้าคุณล่ะคะ ถ้าคุณเป็นฝ่ายแพ้ล่ะ?" ลีลาวดีก้าวเข้ามาประชิดบ้าง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนรัญได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ และสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากตัวของอินทีเรียสาวจอมเนี๊ยบ
"ถ้าฉันแพ้..." รัญชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ฉันจะยอมทำตามคำสั่งของคุณทุกอย่าง... ตลอดโปรเจกต์นี้ ไม่มีเถียง ไม่มีขัดใจเลยสักคำ!"
ลีลาวดีจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเพราะความใกล้ชิดเกินพิกัด) ดวงตาคู่สวยประกายระยับด้วยความท้าทายที่ถูกกระตุ้น
"ดีมากค่ะ ฉันรับคำท้า" ลีลาวดีกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของรัญ น้ำเสียงนั้นทุบทำลายกำแพงความมั่นใจของสถาปนิกสาวลงทีละนิด "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากไซต์งานนี้ได้เลยค่ะ คุณรัญธิดา"
พูดจบ ลีลาวดีก็ผละตัวออกอย่างสง่างาม เธอสะบัดหน้าใส่แล้วเดินสั่งงานคนงานต่อด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเหมือนเดิม ทิ้งให้รัญยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่กลางกองฝุ่น พร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
สามวันต่อมา...
พื้นที่สวนโซนตะวันตกถูกแบ่งกั้นอย่างชัดเจนด้วยแผงกั้นชั่วคราว ฝั่งหนึ่งคืออาณาจักรสีเขียวสไตล์อังกฤษวินเทจที่รัญทุ่มเทแรงกายแรงใจปลุกปั้นมันขึ้นมาใหม่จากซากปรักหักพัง ส่วนอีกฝั่งคือพื้นที่ของลีลาวดีที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าใบกันฝุ่นสีดำทึบ ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่าอินทีเรียสาวจอมเนี๊ยบซ่อนอะไรไว้ข้างในนั้น
รัญยืนกอดอกมองแผงกั้นสีดำด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ เธอใช้เวลาสามวันสามคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน งัดเอาทุกไม้เด็ดทางสถาปัตยกรรมภูมิทัศน์มาใช้ เพื่อเนรมิตสวนแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวาและกลมกลืนกับตัวบ้านมากที่สุด ทั้งซุ้มกุหลาบเลื้อย ทางเดินหินธรรมชาติ และบ่อน้ำพุโบราณที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายอย่างงดงาม
"มั่นใจแค่ไหนยัยรัญ..." กรณ์ที่ถือแก้วกาแฟเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบาๆ "ชั้นได้ข่าววงในมาว่า ทางลีลาวดีเขาจ้างผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาช่วยออกแบบสวนแนวโมเดิร์นนิรันดร์เลยนะเว้ย งานนี้แกอาจจะเจอของแข็งเข้าแล้วล่ะ"
"ต่อให้เป็นมือหนึ่งจากปารีส ฉันก็ไม่กลัวหรอกค่ะกรณ์" รัญพูดเสียงแข็ง แต่ในใจกลับเริ่มหวั่นไหวเมื่อนึกถึงใบหน้ามั่นอกมั่นใจของลีลาวดี
ทันใดนั้น เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุบส้นรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง
"พูดได้ดีนี่คะ... หวังว่าผลงานหน้าตาประหลาดๆ ของคุณ จะออกมาดีเหมือนปากพูดนะ"
รัญหันขวับไปมอง ลีลาวดีก้าวออกมาจากร่มเงาของระเบียงบ้าน วันนี้เธอเปลี่ยนมาสวมชุดเดรสยาวสีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวเนียนละเอียด ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"เชิญค่ะคุณลีลาวดี" รัญผายมือไปยังพื้นที่สวนฝั่งของตนด้วยรอยยิ้มเยาะ "เชิญมาทัศนาความพ่ายแพ้ของคุณได้เลย"
ลีลาวดีไม่ตอบ เธอเพียงแค่เดินผ่านรัญไปช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกจนรัญต้องแอบสูดหายใจเข้าลึก อินทีเรียสาวกวาดสายตามองสวนสไตล์วินเทจของรัญอย่างพินิจพิเคราะห์ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเงียบขรึมและจริงจัง จนรัญเริ่มใจคอไม่ดี
เมื่อเดินสำรวจจนครบทุกซอกทุกมุม ลีลาพยักหน้ารับเบาๆ สีหน้าของเธอยังคงอ่านไม่ออก
"ก็... ไม่เลวค่ะ" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นเรียบๆ "มีความพยายามที่จะดึงกลิ่นอายยุคเก่ากลับมาได้ดีพอสมควร แต่... มันก็ยังขาดความลงตัวในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานอยู่ดี"
"ว่ายังไงนะคะ!" รัญของขึ้นทันที "ขาดตรงไหนไม่ทราบ ทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำตามหลักฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรมโบราณนะ!"
"อยากรู้ไหมล่ะคะว่ามันขาดอะไร?" ลีลาวดียิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้รัญรู้สึกเหมือนกำลังตกลหลุมพรางบางอย่าง "ตามฉันมาสิคะ... ฉันจะแสดงให้คุณเห็นว่า สวนที่แท้จริงเขาออกแบบกันอย่างไร"
อินทีเรียสาวหันหลังกลับ แล้วเดินตรงไปยังแผงกั้นสีดำทึบฝั่งของเธอ มือเรียวบางเอื้อมไปดึงเชือกเส้นใหญ่ที่ผูกไว้ ปมเชือกถูกปลดออกอย่างง่ายดาย
ผ้าใบสีค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น เปิดเผยภาพเบื้องหลังให้เห็นเต็มสองตา...
รัญอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน สมองที่เคยประมวลผลคำพูดโต้เถียงหยุดชะงักไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าไม่ใช่แค่สวนธรรมดา แต่เป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่ผสมผสานความโมเดิร์นและวินเทจเข้าด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทางเดินหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ทอดยาวผ่านม่านน้ำตกจำลองที่ไหลรินอย่างนุ่มนวล ต้นไม้ใหญ่ถูกจัดวางในมุมที่ให้ร่มเงาพอดีโดยไม่บดบังตัวบ้าน และตรงกลางคือศาลาแก้วใสสไตล์มินิมอลที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน
มันงดงาม... งดงามจนรัญหาคำมาบรรยายไม่ได้
"นี่มัน..." รัญพึมพำเสียงสั่น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความมั่นใจทั้งหมดที่สะสมมาสามวันพังทลายลงในพริบตา
ลีลาวดีก้าวเข้าไปยืนชิดแผ่นหลังของรัญ โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เย้ายวน และเต็มไปด้วยชัยชนะ
"เซอร์ไพรส์ไหมคะ คุณสถาปัตย์คนเก่ง?"
ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนรัญขนลุกซู่ เธอยังไม่ทันได้หันไปเถียง ลีลาวดีย์ก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แล้วออกแรงดึงให้ก้าวเข้าไปในสวนของเธอก้าวหนึ่ง ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้รัญแทบหยุดหายใจ
"แต่เกมนี้... ยังไม่จบหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่ฉันยังไม่ได้จัดการ... ก็คือตัวของคุณเอง"
ดวงตาสีนิลของลีลาวดีหันมาสบตากับรัญในระยะประชิดที่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเย่อหยิ่งอีกต่อไป แต่กลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของสายไหมนะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 9
คำสบประมาทที่ต้องเอาคืน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!