สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 8

รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มนั้นยังคงเปิดค้างอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า รอยหมึกปากกาซึมผ่านกระดาษก่าๆ จนเกือบทะลุถึงหน้าถัดไป ประโยคสุดท้ายจากปากของกรณ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ชวนให้หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวด้วยความสับสนระคนตกใจ พินัยกรรมฉบับลับที่ว่า... กำลังพลิกโฉมหน้าโปรเจกต์รีโนเวทคฤหาสน์ตระกูลวรโชติให้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อันตรายกว่าที่คิด รัญธิดายืนนิ่งค้างอยู่ที่มุมห้อง โทรศัพท์มือถือในมือยังคงเปิดหน้าจอค้างไว้ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงยลุยงานขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะอีกนิด สายตาคมกวาดมองตัวอักษรลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นบนหน้ากระดาษนั้นอีกครั้ง ชื่อของเจ้าของสิทธิ์ขาดตัวจริง... ไม่ใช่คุณลีลาวดี อินทีเรียสาวผู้เย่อหยิ่งและเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วคนนั้นอย่างแน่นอน แต่เป็นชื่อของบุคคลปริศนาที่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยเงื่อนงำบางอย่าง "หมายความว่ายังไงกันแน่ กรณ์... ถ้าที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของคุณลีล แล้วผู้หญิงคนนั้น... เธอเอาความมั่นใจมาจากไหนที่จะรื้อถอนและออกแบบทุกอย่างตามใจชอบแบบนั้น" รัญพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนที่สมองจะได้ประมวลผลหาคำตอบ เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่เป็นจังหวะที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอกระเบียงกระจกใส รัญสะดุ้งเล็กน้อย รีบพับสมุดบันทึกเล่มนั้นลงทันที ก่อนจะหันขวับไปมองร่างระหงของอินทีเรียสาวที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามเคย ลีลาวดีสวมชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนเพอร์เฟกต์ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต ทว่าเส้นผมบางส่วนกลับหลุดรุ่ยคลอเคลียกรอบหน้าสวยคม ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยตามนิสัยเวลาที่เจ้าตัวกำลังใช้ความคิด แต่สิ่งที่ทำให้รัญต้องแปลกใจจนต้องหรี่ตามอง คือกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาทำความสะอาดแผลและท่าทีที่ดูเก้ๆ กังๆ ผิดไปจากมาดคุณหนูผู้มั่นใจในตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ "คุณรัญ... ทำไมทำหน้าแบบนั้นคะ หรือว่าแบบแปลนที่ฉันแก้ไปเมื่อวาน มันมีจุดไหนที่ไม่เข้าตาคุณสถาปนิกหัวรั้นอีก" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความประชดประชันถูกส่งมาทันที เจ้าตัวกอดอกมองรัญด้วยสายตานิ่งสนิท ทว่าประกตาคู่สวยนั้นกลับไหววูบไปชั่วขณะ "เปล่าค่ะ... แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ" รัญตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้พิรุธเรื่องสมุดบันทึกเลบลับหลุดลอดออกไป "ว่าแต่คุณเถอะค่ะ หายไปไหนมาเกือบชั่วโมง งานหน้าไซต์ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนะ" "ฉันไม่ใช่คนทำงานสะเพร่าค่ะคุณรัญ" ลีลเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะเดินเลี่ยงไปหยิบแฟบวัสดุบนชั้นวาง แต่มุมปากที่กระตุกขึ้นนิดๆ นั้น ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังซ่อนบางอย่างไว้ รัญหรี่ตามองตามร่างบางอย่างนึกหมั่นไส้ในความปากแข็งของอีกฝ่าย แต่ความสงสัยก็ถูกดึงดูดไปด้วยเสียงร้องเบาๆ ที่ดังลอดมาจากระเบียงด้านนอก... *'เหมียว...'* เสียงนั้นเล็กและแห้งผากราวกับลูกแมวที่อดอาหารมาหลายวัน รัญขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางกระจกบานใหญ่ที่เปิดแง้มไว้รับลม แล้วตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไปโดยไม่สนใจสายตาเชิงตั้งคำถามของอินทีเรียสาว ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ ลืม1ปมปัญหาเรื่องพินัยกรรมหรือความบาดหมางเรื่องงานไปเสียสนิท ที่มุมระเบียงแคบๆ ใกล้กระถางต้นไม้ใหญ่ ลีลาวดี... อินทีเรียผู้รักความสะอาดและเกลียดความสกปรกเป็นชีวิตจิตใจ บัดนี้กำลังนั่งยองๆ ลงกับพื้นปูนซีเมนต์โดยไม่ห่วงชุดราคาแพง ตัวเธอกำลังใช้มือเรียวเนียนที่มักจะถือแต่ปากกาออกแบบและแท็บเล็ต ค่อยๆ ป้อนน้ำจากฝาขวดพลาสติกให้กับลูกแมวสีส้มลายเสือตัวจ้อยที่เนื้อตัวมอมแมมและขาหลังพันด้วยผ้าพันแผลสะอาดสะอ้าน "ชูว์... อย่าเพิ่งดิ้นสิคะเด็กน้อย เดี๋ยวแผลก็ปริหรอก" น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น... ไม่ใช่เสียงตวาดแหวใส่หรือน้ำเสียงราบเรียบเย่อหยิ่งอย่างที่รัญคุ้นเคย แต่มันคือน้ำเสียงที่อ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความเมตตาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ยืนสั่งงานเธอเมื่อครู่ รัญยืนนิ่งค้างอยู่ที่กรอบประตู สายตาจับจ้องภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ตัวตนอีกด้านหนึ่งของคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ... มุมที่ซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มหยัน เป็นมุมที่เปราะบาง อ่อนโยน และทรงพลังจนน่าประหลาด ลูกแมวตัวน้อยส่งเสียงครางในลำคออย่างพอใจ มันใช้หัวเล็กๆ ถูไถกับฝ่ามือเรียวของลีลาวดีอย่างออดอเซาะ เจ้าของร่างเพรียวหลับตาลงพริบตาหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่รัญเคยเห็นมา ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคมนั้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง รอยยิ้มที่บริสุทธิ์และสว่างไสวเสียจนทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง "เป็นเด็กดีนะ... เดี๋ยวฉันให้คนเอาอาหารอร่อยๆ มาให้กิน" ลีลพึมพำกับลูกแมวเบาๆ มือเรียวยื่นไปลูบหัวมันอย่างทะนุถนอม รัญธิดารู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองกระโดดข้ามจังหวะไปหนึ่งจังหวะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความเกรี้ยวกราดและท่าทีตั้งแหลมคมที่เคยมีต่ออีกฝ่ายมลายหายไปสิ้นในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่าง... ความรู้สึกที่บอกว่า ผู้หญิงคนนี้มีมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มากนัก "ไม่ยักรู้ว่า... คนที่เกลียดความสกปรกอย่างคุณ จะมานั่งคลุกฝุ่นเล่นกับแมวจรจัดได้ด้วยนะคะ" เสียงทุ้มหวานเอ่ยแซวขึ้นทำลายความเงียบ รัญกอดอกพิงกรอบประตูพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้ แม้ในใจจะเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ก็ตาม ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่วันเปลี่ยนกลับมาเป็นความตื่นตระหนกและเย่อหยิ่งอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวรีบยันกายลุกขึ้นยืนปัดกระโปรงปะปราย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดแม้จะพยายามตีสีหน้านิ่งกลบเกลื่อนก็ตาม "คุณรัญ! ใครอนุญาตให้แอบดูคนอื่นเขา... แล้วนี่คุณเสียมารยาทเกินไปแล้วนะ!" ลีลแหวใส่ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่าน "ฉันเปล่าเสียมารยาทสักหน่อย ก็ประตูมันเปิดอยู่ แล้วอีกอย่าง..." รัญสาวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความขบขันและบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "ฉันแค่บังเอิญเห็น... มุมน่ารักๆ ที่คุณซ่อนเอาไว้ต่างหากล่ะคะ คุณลีล" คำพูดเย้าแหย่พร้อมรอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกสาว ทำให้ลีลรู้สึกเหมือนความร้อนพุ่งขึ้นมารวมกันที่ใบหน้าจนแทบจะระเบิด เจ้าตัวถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับระเบียงกระจก ดวงตาคู่สวยตวัดมองรัญอย่างเคืองๆ แต่ซ่อนความหวั่นไหวไว้ไม่มิด "หยุดพูดจาไร้สาระนะรัญธิดา! งานของคุณยังไม่เสร็จ อย่ามาทำตัวว่างงานแถวนี้!" ลีลเอ็ดเสียงเขียว พยายามดันตัวรัญให้ออกห่างด้วยมือเรียวที่ยังคงมีกลิ่นอายของความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ รัญไม่ยอมถอย เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดตัวมากขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของลีลาวดีลอยวนอยู่ปลายจมูก ยิ่งทำให้รัญอยากจะแกล้งคนปากแข็งคนนี้ให้หนักขึ้นไปอีก "ปากบอกว่าไร้สาระ... แต่หน้าแดงซ่านถึงใบหูแบบนี้ หมายความว่ายังไงคะคุณอินทีเรียคนเก่ง" รัญกระซิบเสียงนุ่ม ทอดเสียงพร่าต่ำลงเล็กน้อยจนคนฟังขนลุกซู่ ลีลเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าให้สาสม แต่สายตากลับประสานเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยความจริงจังและอ่อนโยนคู่นั้นอย่างจัง... แรงดึงดูดบางอย่างฉุดรั้งทั้งคู่ไว้ในภวังค์ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแคบลง เหลือเพียงพื้นที่ระหว่างเราสองคน ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้ารelentless และเสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นทันที! "คุณลีลครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของลูกน้องคนสนิทตะโกนเรียกชื่อลั่นห้อง พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรงโดยไม่รอคำอนุญาต รัญและลีลผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ลีลาวดีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของลูกน้อง ขณะที่รัญหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตึงเครียด ผู้มาใหม่หอบหายใจถี่กระชั้น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท *"คุณผู้ชาย... ส่งคนบุกเข้ามาที่ไซต์งานแล้วครับ! และพวกเขากำลังรื้อถอนห้องโถงหลัก... ตามคำสั่งของเจ้าของพินัยกรรมตัวจริง!"* (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะคะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%