เสียงคัตเตอร์คมกริบกรีดผ่านวอลเปเปอร์ลายวินเทจขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยร้าวสีดำสนิทที่คดเคี้ยวไปมาบนผนังไม้สักเก่าคร่ำคร่าราวกับกิ่งไม้แห้ง
กลิ่นฝุ่นละอองและกลิ่นอับของกาลเวลาลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์ดวงเดียวที่ตั้งตระหง่านสาดส่องตรงจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางความเงียบสงัดของคฤหาสน์โบราณที่เวลาราวกับหยุดเดิน
รัญธิดาใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เส้นผมสีน้ำเข้มรวบไว้ลวกๆ ด้วยดินสอไม้ตวัดมัดเป็นมวยยุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นปูน แต่นั่นไม่ได้ลดทอนประกายความมุ่งมั่นในดวงตาคู่สวยคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
"บอกแล้วไงคะว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างภายนอก... คุณอินทีเรียคนเก่งยังยืนยันอยู่ไหมคะ ว่านี่เป็นแค่รอยร้าวธรรมดาจากการทรุดตัวของอาคาร?"
เสียงห้าวเจือความท้าทายเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากผนังเบื้องหน้า รัญธิดาเหลือบมองร่างเพรียวบางในชุดสูทสีเบจเข้ารูปที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างเสา ลีลาวดยังคงรักษาฟอร์มความเนี๊ยบไว้ได้แม้ในยามตีสองครึ่ง ส้นสูงปรี๊ดคู่โปรดถูกถอดวางไว้มุมห้อง เหลือเพียงเท้าเปลวภายใต้ถุงเท้าสีขาวที่ขยับเข้าใกล้รอยร้าวรานนั้นอย่างระมัดระวัง
ลีลาวดีไม่ตอบทันที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบขนตางอนงามกวาดมองแผ่นไม้ที่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างพินิจพิเคราะห์ ปลายนิ้วเรียวที่เคลือบเล็บเจลสีนู้ดสะอาดสะอ้านเอื้อมไปสัมผัสร่องรอยนั้นเบาๆ ก่อนจะชะงักค้าง
"ฉันไม่เคยพูดสักคำว่ามันธรรมดาค่ะ... แค่ไม่คิดว่าสถาปนิกหัวยุ่งอย่างคุณ จะมีวิธีแก้ปัญหาที่ป่าเถื่อนขนาดเอาคัตเตอร์กรีดบ้านโบราณเล่นตอนตีสอง"
น้ำเสียงนุ่มทว่าติดเหวี่ยงเล็กน้อยเอ่ยตอบ ร่างระหงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ เจือกับกลิ่นฝุ่นจางๆ กลายเป็นความแปลกประหลาดที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด รัญธิดาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงคืบเดียว
ภายใต้แสงสลัวของสปอตไลท์ ใบหน้าคมคายของลีลาวดีดูอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งที่มักสวมไว้เป็นเกราะป้องกันเจือจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดในแววตา
"ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราจะรู้ได้ยังไงคะว่าข้างหลังมันซ่อนอะไรอยู่... หรือคุณกลัวว่าความจริงบางอย่าง จะทำให้โปรเจกต์เพอร์เฟกต์ของคุณมีตำหนิ?" รัญธิดาลดคัตเตอร์ในมือลง น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของอีกฝ่าย
"ฉันไม่เคยกลัวตำหนิค่ะ รัญธิดา..." ลีลาวดีถอนหายใจยาว แผ่นหลังบางพิงเข้ากับขอบหน้าต่างไม้สักอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ "สิ่งที่ฉันกลัว... คือการที่เราพยายามซ่อมแซมบ้านหลังนี้ให้กลับมาสวยงาม โดยลืมไปว่าเจ้าของเดิมเขาอาจจะไม่ได้อยากให้ใครมาขุดคุ้ยความลับที่เขาฝังไว้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ
รัญธิดาวางเครื่องมือลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า เธอเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้าอีกก้าว ชั่วขณะหนึ่ง สัญชาตญาณเตือนให้รักษาระยะห่าง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้เธอทำตรงกันข้าม
"เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ..." รัญธิดาเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตามองลีลาวดีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง "ภายใต้เปลือกนอกที่ต้องเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว ต้องคอยควบคุมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ... คุณลีลากำลังแบกรับอะไรไว้อยู่กันแน่คะ?"
ลีลาวดีสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยตวัดขึ้นสบตากับรัญธิดาตรงๆ นัยน์ตาไหววับชั่วขณะราวกับถูกจี้ถูกจุดเปราะบางที่สุดในใจ เธอยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูฝื่อนฝืนและเย้ยหยันตัวเอง
"คุณก็แค่สถาปนิกที่ชอบรื้อถอน... จะมารู้จักอะไรกับความสมบูรณ์แบบที่เป็นเหมือนโซ่ตรวนล่ะคะ" ลีลาวดีแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน "ตอนเด็กๆ ฉันเคยทำแจกันโบราณของตระกูลแตก แม่ไม่เคยตีฉันค่ะ... ท่านแค่มองด้วยสายตาผิดหวัง แล้วบอกว่า *'สิ่งที่ไม่สมบูรณ์... ไม่มีค่าพอให้อยู่ในสายตาหรอกนะลีล'*... ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็เลยต้องทำทุกอย่างให้มันไร้ที่ติ เพื่อที่ใครๆ จะได้ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีก"
คำพูดที่หลุดออกมาท่ามกลางความมืดและแสงไฟสปอตไลท์ ทำให้รัญธิดานิ่งอึ้งไป
ความแข็งกระด้างที่ลีลาวดีใช้ปกป้องตัวเองมาตลอด แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะบางๆ ที่ห่อหุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่โหยหาการยอมรับ รัญธิดารู้สึกได้ถึงความหนบหนับแปลกๆ ในอก ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้เธอเผลอยื่นมือออกไป
ปลายนิ้วอุ่นจัดของสถาปนิกสาวแตะลงบนหลังมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นของลีลาวดีอย่างแผ่วเบา
ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวเกร็งขึ้นทันที เธอเบนสายตามามองมือที่กุมอยู่บนมือตนเอง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับรัญธิดาที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
"คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลาก็ได้นะคะ ลีล..." รัญธิดากระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงจริงจังและจริงใจจนไร้ซึ่งท่าทีกวนประสาทแบบทุกที "บ้านหลังนี้ต่อให้มีรอยร้าว มีไม้ผุพังแค่ไหน... สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงเป็นบ้านที่งดงามในแบบของมัน... เช่นเดียวกับคุณค่ะ"
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ
กลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวของรัญธิดาแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บยามดึกดื่น แววตาที่มองมาไม่ได้มีความสมเพชเวทนา หรือคาดหวังความเพอร์เฟกต์ใดๆ มีเพียงความเข้าใจและความอ่อนโยนที่ลีลาวดีไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลีลาวดีเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตเริ่มคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสอย่างไม่ยอมแพ้ เธอยอมลดทิฐิลงเป็นครั้งแรก ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้เห็นมุมที่อ่อนแอที่สุด
ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันทีละน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกันในระยะประชิด ความเงียบงันรอบกายขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รัญธิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเลื่อนลงมองริมฝีปากสีพีชที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล
ทว่า...
*แอ๊ดดดด—!*
เสียงบานประตูไม้สักโบราณที่ปิดสนิทถูกผลักเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาเต็มๆ ตา
"คุณรัญครับ! แย่แล้ว! รีบมาดูนี่เร็ว... ทางฝั่งปีกขวาของตึก เราเจอสมุดบันทึกโบราณซ่อนอยู่ในช่องลับหลังผนัง..."
เสียงตะโกนห้าวของ **กรณ์** เพื่อนสนิทและผู้ช่วยหนุ่มดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนจนกระเจิง รัญธิดาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนแดงก่ำขึ้นสีระเรื่อทันทีด้วยความกระดากอาย ขณะที่ลีลาวดีรีบหันหน้าหนี ยกมือขึ้นปาดหางตาตัวเองลวกๆ แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นอินทีเรียสาวมาดนิ่งคนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รัญธิดากระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่ตรงประตูด้วยความรู้สึกอยากจะจับตัวมาเขย่าแรงๆ สักที
แต่ทว่า... ประโยคถัดมาของกรณ์กลับทำให้รอยยิ้มค้างเติ่ง และทำให้ทั้งรัญธิดาและลีลาวดีต้องชะביบแข็งค้างไปพร้อมกัน
"ไม่ใช่แค่สมุดบันทึกธรรมดานะครับคุณรัญ... แต่ในนั้น... มีพินัยกรรมฉบับลับที่ระบุชื่อผู้สิทธิ์ขาดในการครอบครองที่ดินผืนนี้ทั้งหมด... และชื่อของเจ้าของคนปัจจุบัน ไม่ใช่ตระกูลของคุณลีล... แต่เป็นชื่อของคนอื่น!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดนัทความฟินและอินไปกับความซึนของยัยคุณหนูอินทีเรียกับสถาปนิกสาวของเรานะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 7
คืนดึกดื่นใต้แสงไฟสปอตไลท์
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!