"ถอยออกไปเลยนะคุณลีล นี่มันที่ทำงาน ไม่ใช่ฉากในละครหลังข่าว!"
รัญธิดาใช้มือดันอกอีกฝ่ายไว้แน่น หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง สายตาของลีลาวดีในวินาทีนี้ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเย็นชาเหมือนเคย แต่มันกลับลึกซึ้งและกดดันจนน่ากลัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่ปลายจมูก ยิ่งทำให้สมองของสถาปนิกสาวรวนไปหมด
ลีลาวดีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยราบเรียบไหวระริกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่กลับมาถือดีดังเดิม
"ฉันแค่จะชี้ให้ดูรอยร้าวบนผนังตรงนั้น... สติคุณกระเจิงไปถึงไหนแล้วล่ะคะ คุณรัญ?"
คำพูดทิ่มแทงมาพร้อมกับสายตาเหยียดหยามจางๆ รัญธิดาเม้มปากแน่น ความร้อนผ่าวที่ใบหน้ายังไม่ทันจางหายไปก็ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด เธอหันขวับไปมองผนังปูนเก่าแก่ที่กำลังเป็นประเด็น ทว่าทันทีที่เห็นสภาพของมัน คำด่าในใจก็ต้องกลืนลงคอไปจนหมด
รอยร้าวแนวดิ่งลากยาวจากฝ้าเพดานลงมาถึงคานไม้โบราณที่รองรับน้ำหนักโครงสร้างหลัก มันไม่ใช่แค่รอยร้าวจากการฉาบปูน แต่เป็นรอยแยกที่บ่งบอกถึงความล้าของวัสดุที่ถูกกัดกร่อนมานานนับทศวรรษ
"ให้ตายเถอะ... คานไม้ข้างในนั่นผุแล้ว" รัญธิดาอุทาน พลางหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ สัมผัสที่ผนังปูนจนฝุ่นร่วงกราว "ถ้าเราฝืนรีโนเวทตามแบบเดิมโดยไม่เสริมโครงสร้างเหล็ก ตรงนี้ต้องถล่มลงมาแน่"
ลีลาวดีก้าวเข้ามาใกล้ คราวนี้เธอไม่ได้มาเพื่อกวนประสาท แต่ใบหน้าสวยคมกลับเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอใช้ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนรอยแยกเบาๆ ความเย็นของผนังปูนดูจะเทียบไม่ได้กับความเย็นยะเยือกในใจของทั้งคู่
"ถ้าถล่ม... โปรเจกต์นี้จบเห่" ลีลาวดีพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "คุณต้องแก้ปัญหา เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ คุณเป็นสถาปนิกไม่ใช่เหรอคะ?"
"อย่ามาสั่ง! ฉันกำลังดูอยู่ว่ามันจะใช้วิธีเสริมคานเหล็ก H-Beam เข้าไปซ่อนในผนังได้ไหมโดยที่ไม่ทำลายงานศิลป์ดั้งเดิม" รัญธิดาโต้กลับทันควัน มือก็คว้าแท็บเล็ตขึ้นมาสเกตช์แบบด่วนๆ ความเป็นมืออาชีพเข้าครอบงำจนลืมความรู้สึกวาบหวามเมื่อครู่ไปจนสิ้น
ทั้งสองคนจมดิ่งลงสู่โลกของงานอย่างเต็มตัว เสียงบทสนทนาที่เคยฉะฉานกลายเป็นจังหวะการแลกเปลี่ยนความเห็นที่เคร่งเครียด รัญธิดาพยายามคำนวณน้ำหนักโครงสร้าง ในขณะที่ลีลาวดีคอยเสนอไอเดียการจัดวางอินทีเรียที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อหลบเสาค้ำยันใหม่
"ถ้าตรงนี้วางเสาเพิ่ม ความสมมาตรของโถงทางเดินจะเสียทันที" ลีลาวดีแย้งพร้อมกับชี้ไปที่แปลน "ฉันยอมรับไม่ได้ ถ้าคุณจะทำให้ห้องนี้ดูเหมือนโรงงานแปรรูป"
"แต่ถ้าไม่ใส่เสา ห้องนี้ก็จะกลายเป็นสุสาน! คุณจะเอาสวยหรือเอาชีวิตคนอยู่คะคุณหนูอินทีเรีย?" รัญธิดาเถียงกลับ ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น
"ฉันเอาทั้งสองอย่างค่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องหาวิธีที่ฉลาดกว่านี้"
ลีลาวดีขยับเข้ามาใกล้รัญธิดาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการหยอกล้อ เธอโน้มตัวลงมาดูหน้าจอแท็บเล็ตในมือสถาปนิกสาว ร่างกายของทั้งคู่เบียดกันโดยไม่ตั้งใจ ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้รัญธิดาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนข้างกาย
"คุณลองเบี่ยงองศาตรงคานนี้สิ... เชื่อมด้วยเหล็กกล้าคาร์บอนสูง แล้วทำเป็นลวดลายประดับแบบอาร์ตเดโค จะได้ดูเหมือนส่วนหนึ่งของงานตกแต่ง" ลีลาวดีเสนอพลางใช้ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอเบาๆ เพื่อขีดเส้นทาง
รัญธิดาชะงักไปครู่หนึ่ง ไอเดียนี้มัน... "เฮ้ย... มันฉลาดมากเลยนี่"
เธอเงยหน้าขึ้นมองลีลาวดีด้วยความทึ่ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้รัญธิดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลงไปทุกที ลีลาวดีไม่ได้มองที่แบบงานแล้ว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของรัญธิดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"บางที... คุณก็ไม่ได้ปากเก่งอย่างเดียวนะ" ลีลาวดีกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลจนน่าประหลาด
รัญธิดาใจสั่นรัว เธออ้าปากจะโต้ตอบ แต่ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
*ปัง!*
"รัญ! เจ้าของโครงการมาถึงหน้างานแล้ว! เขาบอกว่ามีเรื่องด่วนจะแจ้งให้พวกคุณทราบเรื่องงบประมาณ... เฮ้ย! ทำอะไรกันอยู่น่ะ!"
กรณ์ยืนค้างอยู่ตรงทางเข้าประตู ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสถาปนิกสาวและอินทีเรียสาวสวยยืนเบียดเสียดกันอยู่กลางห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดและบางอย่างที่มากกว่าความร่วมมือทางธุรกิจ
ลีลาวดีผละออกจากรัญธิดาในทันที ใบหน้าของเธอกลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่รัญธิดาทำได้เพียงยืนเกาหัวแก้เก้อด้วยความโมโหที่จังหวะชีวิตพังไม่เป็นท่า
"เจ้าของโครงการมาทำไมตอนนี้?" รัญธิดาถามเสียงอุบอิบ พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้โต๊ะ
"เขาไม่ได้มาแค่แจ้งเรื่องงบ" กรณ์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "เขาสั่งให้หยุดงานก่อสร้างทุกส่วนทันที... เพราะเจอสิ่งที่ 'มากกว่า' แค่รอยร้าวในผนังห้องนี้"
ลีลาวดีและรัญธิดาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย สัญชาตญาณบอกพวกเธอทันทีว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างไม้ที่ผุพัง แต่มันคืออะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่หลังผนังประวัติศาสตร์บานนั้น... และมันอาจจะเปลี่ยนชะตากรรมของโปรเจกต์นี้ไปตลอดกาล
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับหลังกำแพงในตอนนี้นะคะ รี้ดเดอร์คนเก่งของสายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 6
รอยร้าวบนผนังประวัติศาสตร์
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!