สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 5

ผู้ช่วยจำเป็นและแผนการป่วน

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคุณลีลาวดีคิดว่าการเอาไม้บรรทัดเหล็กมาวัดองศาความโค้งของโซฟาตัวนี้จะช่วยให้งานมันเสร็จไวขึ้น ฉันแนะนำให้ไปเปิดสำนักซินแสฮวงจุ้ยน่าจะรุ่งกว่ามาเป็นอินทีเรียค่ะ" รัญธิดากระแทกแฟ้มแบบแปลนลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงดังพอที่จะทำให้ฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างกลางห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจถึงกับสะดุ้ง สถาปนิกสาวถอนหายใจยาวเหยียด ปรายตามองคนตรงหน้าที่กำลังยืนกอดอกเชิ่ดหน้าใส่ด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่ดูราวกับหลุดมาจากรันเวย์ปารีส มากกว่าจะมาลุยไซต์งานรีโนเวตตึกเก่าอายุหลายสิบปี ลีลาวดีชะواتกระดิกนิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดเป้ง เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลดัง "รัญธิดาคะ... ความประณีตคือหัวใจของงานอินทีเรีย ไม่ใช่ความมักง่ายแบบลวกๆ ที่คุณถนัด ถ้าโครงสร้างที่คุณออกแบบมันไม่เอื้อให้ฉันวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกลงไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ยอมรับมาเถอะค่ะว่าฝีมือมันตก หรือไม่ก็... สายตาสั้นจนมองไม่เห็นความต่างระหว่างงานศิลปะกับงานลวกๆ กันแน่" บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ของลีลาวดีปะปนกับกลิ่นกระดาษและกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนักของรัญธิดา มันเป็นเคมีประหลาดที่ทั้งดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกัน รัญเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะโกรธ... แต่เป็นเพราะดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังมองจิกเธออย่างไม่ยอมลดละต่างหากที่ทำให้เธอเสียอาการ "อ้าวๆๆ กลิ่นคุ้นๆ เหมือนสนามรบย่อยๆ แฮะ เพิ่งเดินเข้ามานึกว่าเข้าผิดห้อง นึกว่าดงเสือดาวกำลังขย้ำเหยื่อซะอีก" เสียงทุ้มติดกวนประสาทดังขึ้นจากประตูทางเข้า กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพร้อมกับแก้วกาแฟเย็นในมือ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคดูสบายๆ ผิดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องลิบลับ เขาคือเพื่อนสนิททว่ารู้ทันรัญทุกฝีก้าว และที่สำคัญ... เขาคือสถาปนิกหนุ่มฟรีلانسที่ถูกรัญลากตัวมาช่วยเป็น "คนกลาง" ประสานงานเฉพาะกิจ "กรณ์! มาก็ดีเลย นายช่วยบอกยัยคุณหนูจอมเนี่ยทีซิว่า ผนังรับน้ำหนักตรงนี้มันทุบไม่ได้ ไม่งั้นคานบ้านมีหวังพังลงมาทับหัวเราตายกันหมดพอดี" รัญหันไปฟ้องทันที พร้อมกับคว้าแขนเพื่อนสนิทเข้ามาใกล้เพื่อหาแนวร่วม กรณ์เลิกคิ้วสูง มองสลับระหว่างรัญธิดากับลีลาวดีที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความไม่พอใจ เขาอมยิ้มเจ้าเล่ห์ สัญชาตญาณความเสือก... อ้อ ไม่ใช่ สัญชาตญาณความช่วยเหลือบอกว่า งานนี้เขากำลังจะทำให้สถานการณ์ที่ระอุอยู่แล้ว ยิ่งทวีความเร่าร้อนขึ้นไปอีกหลายเท่า "ใจเย็นก่อนสครับรัญ คุณลีลาวดีเขาก็คงแค่หวัง ความเพอร์เฟกต์ ตามสไตล์คนรักความสมบูรณ์แบบนั่นแหละครับ" กรณ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก่อนจะหันไปยิ้มพินิตพิเคราะห์ให้กับอินทีเรียสาว "ว่าแต่... คุณลีลากำลังจะบอกว่าแบบของรัญมันมีข้อบกพร่องตรงไหนเหรอครับ เดี๋ยวกระผมในฐานะสถาปนิกผู้ช่วยกิตติมศักดิ์ จะช่วยเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายเลย" ลีลาวดีกวาดสายตามองกรณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระแวง เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้นไปอีกราวกับสร้างเกราะกำบัง "ไม่ต้องค่ะ ฉันคุยกับรัญธิดาเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีคนนอกมาช่วยตัดสินหรอกค่ะคุณกรณ์" "คนนอกที่ไหนกันล่ะครับ ผมนี่แหละคนใน... เอ๊ย คนกลางตัวจริงเสียงจริง" กรณ์ยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะแกล้งเดินเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างรัญกับลีลาวดีอย่างเนียนๆ "ว่าแต่ ตรงนี้แคบไปหน่อยนะครับเนี่ย ยืนเบียดกันสามคนอากาศเริ่มน้อยลงแล้ว สเปซตรงนี้ถ้าไม่ได้อินทีเรียฝีมือดีมาช่วยเคลียร์ สงสัยจะอึดอัดแย่ เหมือนหัวใจใครบางคนตอนนี้เลยเนอะว่าไหมรัญ" รัญถลึงตาใส่เพื่อนสนิททันที "กรณ์! พูดมากน่า ถ้าว่างมากนักก็ไปยกกองกล่องกระดาษพวกนั้นไปไว้ชั้นล่างโน่นไป!" "อูùย ไล่เพื่อนตาดำๆ แบบนี้ใจร้ายจังเลยนะรัญ สงสัยกลัวผมอยู่ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี แต่สายตาเจ้าเล่ห์กลับเหลือบมองไปเห็นลีลาวดีที่กำลังเม้มปากแน่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่เพราะเขินเขา... แต่เป็นเพราะท่าทีที่กรณ์จงใจขยับเข้าไปใกล้รัญเกินความจำเป็นต่างหาก จังหวะนั้นเอง กรณ์แกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองเล็กน้อยเพื่อความแนบเนียน ร่างสูงเซถลาไปชนไหล่ของรัญ จนทำให้รัญเสียหลักพุ่งไปข้างหน้า—ตรงสู่อ้อมอกของลีลาวดีที่ยืนอยู่ประชิดพอดี! *พรึบ!* กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบปะทะเข้ากับจมูกของรัญอย่างจัง ร่างบางล้มทับลงไปบนตัวของอินทีเรียสาวไฮโซจนทั้งคู่เซถลาไปชนกับโต๊ะทำงานด้านหลัง ลีลาวดีหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเรียวรีบคว้าเอวบางของรัญไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกระแทกพื้น ขณะที่รัญเองก็ใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ดวงตากลมโตของลีลาวดีเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เธอมองสบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยของสถาปนิกสาวที่ตอนนี้ฉายแววตื่นตระหนกไม่แพ้กัน หัวใจของทั้งสองดวงเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงรอบข้างราวกับถูกปิดสวิตช์ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันในระยะประชิดนี้ กรณ์ที่ยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ห่างๆ แอบยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงล้อเลียน "อุ๊บส์... ขอโทษทีครับ พอดีพื้นมันลื่นไปหน่อย สงสัยผมต้องขอตัวไปยกกล่องข้างล่างก่อนจริงๆ แล้วล่ะ เชิญพวกคุณ... ตามสบายตามอัธยาศัยเลยนะครับ" พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที เหลือเพียงความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนน่าใจหาย รัญพยายามจะขยับตัวถอยหนี แต่ทว่ามือของลีลาวดีที่โอบเอวเธอไว้กลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบมองสำรวจใบหน้าของคนใต้ร่างด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะหลุดออกมาจากเรียวปากนั้น "ถ้ายังไม่อยากให้ฉันหาว่าคุณตั้งใจฉวยโอกาส... ก็ช่วยเลิกมองปากฉัน แล้วรีบลุกออกไปสักทีสคะรัญธิดา" รัญชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหู ปากเก่งๆ ที่เคยมีเริ่มสั่นระริก เธออ้าปากจะเถียงกลับแต่ทว่าสายตาคู่คมที่มองมากลับเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้เธอพูดไม่ออก และก่อนที่รัญจะได้ตั้งตัว ลีลาวดีก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน... ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%