เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งด้วยจังหวะหนักแน่นและเย่อหยิ่ง ทำลายบรรยากาศอึมครึมที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างสถาปนิกสาวกับอินทีเรียร์ตัวแม่ในห้องทำงานได้อย่างราบคาบ รัญธิดาผละตัวออกจากระยะประชิดที่หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความเร็วแสง ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ขณะที่ลีลาวดีปรับสีหน้าจากความหวั่นไหวให้กลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับหน้ากากน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็ว ทว่าปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นบนตักกลับสั่นเทาเล็กน้อยฟ้องความไม่ปกติภายใน
ประตูกระจกเปิดผางออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงของ ‘คุณหญิงมณีรัตน์’ มารดาบังเกิดเกล้าของลีลาวดีก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวด้วยท่าทีสง่างามและทรงอำนาจ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นสีและกระดาษไขในสตูดิโอจนหมดสิ้น สายตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องทำงานชั่วคราวด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รัญธิดาซึ่งยืนถือม้วนแปลนพิมพ์เขียวด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
“แม่บอกแล้วใช่ไหมคะลีล ว่างานออกแบบบ้านหลังใหญ่ฝั่งธนบุรี มันไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรเอาเวลาอันมีค่ามาคลุกคลีอยู่กับคนนอก... ยิ่งเป็นสไตล์วินเทจดิบๆ แบบนี้ ยิ่งไม่คู่ควรกับตระกูลเราเลยสักนิด”
น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าสถาปนิกสาว ทว่าถ้อยคำเชือดเฉือนกลับคมกริบพอกלิดกรีดหัวใจคนฟังให้ชาหนึบ รัญธิดากำม้วนกระดาษในมือแน่นจนข้อต่องอขาว ความรู้สึกอึดอัดพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอก แต่เธอก็เลือกที่จะสงวนท่าทีและรักษาเกียรติของวิชาชีพไว้ด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“สวัสดีค่ะคุณหญิง” รัญธิดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ภายในใจจะนึกหมั่นไส้กับความเจ้ากี้เจ้าการของผู้หญิงตรงหน้าไม่น้อย “แบบบ้านหลังนี้เราปรับแก้ตามความต้องการของโครงสร้างเดิมและโจทย์ที่ทางคุณลีลคอมเมนต์มาอย่างละเอียดนะคะ คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ทั้งความคลาสสิกและฟังก์ชันการใช้งานสมัยใหม่ค่ะ”
คุณหญิงมณีรัตน์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมปลาบกวาดมองรัญธิดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน “ตอบโจทย์ใครคะ? ตอบโจทย์รสนิยมธรรมดาๆ ของคุณน่ะสิ รัญธิดา... ลืมไปแล้วหรือไงว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ลีลจะต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมและย้ายไปบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีที่ต่างประเทศ? การมานั่งมัวเมาอยู่กับแปลนบ้านเก่าๆ และ... เอิ่ม ดีไซเนอร์อิสระโนเนม มันเสียเวลาชีวิตลูกสาวฉันหมด”
เพล้ง! ราวกับมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอกของรัญธิดา คำว่า 'แต่งงานกับคนที่เหมาะสม' และ 'ย้ายไปต่างประเทศ' กระแทกเข้ากับความรู้สึกบางอย่างที่เธอเพิ่งตระหนักว่ามันก่อตัวขึ้นในใจเงียบๆ สถาปนิกสาวชะงักไปชั่วขณะ เผลอหันไปมองหน้าลีลาวดีเพื่อหวังจะเห็นปฏิกิริยาปฏิเสธหรือความอึดอัดใจแบบที่อีกฝ่ายมักจะแสดงออกเวลาโดนบังคับ แต่สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยจนเย็นชาของอินทีเรียร์สาว
ลีลาวดีหลบสายตาที่มองมาของรัญธิดา เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงราบเรียบและไร้อารมณ์อย่างยิ่งยวด
“คุณแม่คะ ลีลจัดการเรื่องงานส่วนนี้เองได้ค่ะ รัญเขาเป็นสถาปนิกที่มีฝีมือ...”
“ฝีมืออะไรกันคะลีล!” คุณหญิงมณีรัตน์สวนกลับเสียงสูงทันควัน สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรง “แม่หาคนที่เพอร์เฟกต์ที่สุดไว้ให้ลูกแล้ว ทั้งฐานะ หน้าตาทางสังคม และชาติตระกูล คุณกรวินท์เขารอเวลาที่ลีลจะเคลียร์โปรเจกต์บ้านหลังนี้ให้จบ แล้วเราจะประกาศข่าวดีกันอย่างเป็นทางการ การมาเสียเวลากับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไร้สาระ หรือการทำงานร่วมกับคนนอกระดับนี้ มันไม่มีอนาคตหรอกนะคะ!”
คำว่า 'รักๆ ใคร่ๆ ไร้สาระ' ทำเอารัญธิดารู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางอากาศ ความโกรธระคนน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจนสกัดกั้นไว้ไม่อยู่ เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้สายตากับคุณหญิงผู้ดีตีนผีอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี
“ขอโทษนะคะคุณหญิง... งานสถาปัตยกรรมที่ฉันออกแบบและร่วมทำกับคุณลีล มันคือความตั้งใจและหยาดเหงื่อ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระค่ะ และถ้าการที่คุณหญิงมองว่าการทำงานด้วยความรักในวิชาชีพมันต่ำต้อย... ฉันก็คงต้องขอตัว เพราะดูเหมือนว่ารสนิยมและทัศนคติของเราจะ ‘เข้ากันไม่ได้’ อย่างสิ้นเชิงจริงๆ ค่ะ”
พูดจบ รัญธิดาก็หันหลังขวับเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานด้วยความเจ็บแปลบในอก โดยไม่ยอมหันกลับไปมองสีหน้าของใครอีกเลย ความรู้สึกผิดหวังและอึดอัดผสมปนเปกันจนแทบหายใจไม่ออก สมองเธอสั่งให้หนีไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้เสียที
“เดี๋ยวก่อนค่ะ รัญ!”
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบขาดของลีลาวดีดังไล่หลังมา พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของรัญธิดาไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้สถาปนิกสาวต้องชะงักฝีเท้าและหันกลับมามองด้วยแววตาวาวโรจน์ระคนตัดพ้อ
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อNคำพูดใดออกมาเพื่อเคลียร์ความรู้สึกที่กำลังพังทลายลงตรงหน้า ประตูกระจกห้องทำงานก็ถูกผลเปิดผ่วงเข้ามาอีกครั้งด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้
“อ้าว... คุณลีลครับ คุณน้า สวัสดีครับผม พอดีผมแวะมาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์บ้านที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต... ไม่ทราบว่าผมมาช้าไปหรือเปล่าครับ?”
รอยยิ้มพราวเสน่ห์และความหล่อเหลาแบบนักธุรกิจหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ของ ‘กรวินท์’ ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับช่อกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ในมือ ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองรัญธิดาและลีลาวดีที่ยืนมือประสานจับกันอยู่ด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
สายมัยกลิ่นสตรอว์เบอร์รีขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 13
แขกไม่速เชิญและดราม่าครอบครัว
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!