สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 14

เกราะป้องกันตัวของคนปากแข็ง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
ช่อกุหลาบสีขาวดอกโตขนาดเท่าอ้อมแขนถูกยื่นมาตรงหน้า แทรกกลางระหว่างพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของเธอกับลีลาวดีราวกับตั้งใจจะประกาศอาณาเขต กรวินท์ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ รอยยิ้มแบบนักธุรกิจหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ที่มักจะปรากฏในนิตยสารArchitecture Today แต่ในสถานการณ์นี้ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงบรรยากาศตึงเครียดให้พังทลายลงอย่างไร้ความปรานี "บังเอิญผ่านมาแถวนี้ครับคุณรัญ แล้วเห็นว่าโปรเจกต์นี้ใกล้คลอดเต็มที เลยแวะเอาดอกไม้มาแสดงความยินดีล่วงหน้า" กรวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสายตาคมกริบกลับเหลือบมองมือของรัญธิดาที่เพิ่งผละออกจากมือของลีลาวดีเมื่อครู่ด้วยความรวดเร็ว รัญธิดาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังกรอบสายตาของชายหนุ่มไม่ให้ล่วงล้ำไปถึงอินทีเรียสาวข้างกาย เธอรับช่อดอกไม้นั้นมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แม้ในใจจะนึกอยากเอาช่อกุหลาบราคาแพงนี่ฟาดหน้ากวนๆ ของเพื่อนสนิทตัวเองสักทีที่โผล่มาผิดจังหวะเวลาเสียเหลือเกิน "ขอบคุณค่ะคุณกรณ์ ว่าแต่... งานที่บริษัทคุณยุ่งไม่ใช่หรือคะ ถึงมีเวลามาเดินเล่นแถวไซต์งานดิบๆ แบบนี้" รัญธิดาถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปัดความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในอกออกไป "เพื่อคนสำคัญ ว่างเสมอครับ" กรวินท์ตอบหน้าตาเฉย ก่อนที่ดวงตาคมจะหันไปสบตากับลีลาวดีที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิดของอินทีเรียสาวบึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยียบเย็นจนติดจะรำคาญ "สวัสดีครับคุณลีล หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวนเวลา 'ทำงาน' ของพวกคุณหรอกนะครับ" คำว่า 'ทำงาน' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าที่แฝงความหมายชวนกระอักกระอ่วน ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เปลือกตาบางกะพริบช้าๆ ก่อนจะปรายตามองช่อกุหลาบในมือของรัญธิดาด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ไม่รบกวนหรอค่ะคุณกรวินท์ เพราะฉันกับคุณรัญเคลียร์งานกันเสร็จพอดี" ลีลาวดีตอบเสียงเรียบ หันไปมองรัญธิดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบอีกครั้ง "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปตรวจแบบแปลนชั้นล่างก่อนนะคะ เชิญพวกคุณตามสบายค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปก็หมุนตัวเดินจ้วงอารมณ์ออกไปทันที ไม่แม้แต่จะรอให้รัญธิดาได้เอ่ยปากทักท้วงสักคำ แผ่นหลังบางที่ตั้งตรงราวกับนักบัลเลต์นั้นดูแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยแรงพยศ ทว่าในสายตาของสถาปนิกสาวผู้มองตาม มันกลับสะท้อนความเปราะบางที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเกราะเหล็กกล้าอย่างชัดเจน "อ้าว... อะไรของเขากันนะ" กรวินท์พึมพำอย่างงุนงง "ผมทำอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย" "เปล่าค่ะ... คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอ" รัญธิดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วางช่อกุหลาบลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด "คุณนั่นแหละ มากวนประสาทผิดเวลาจริง ๆ กรณ์" รัญธิดาไม่รอฟังคำแก้ตัว เธอสาวเท้ากิโลเมตรตามร่างบางของลีลาวดีลงมายังชั้นล่างของอาคารทันที เสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้นปูนซีเมนต์ดังก้องไปทั่วพื้นที่โล่งกว้าง ลีลาวิธีกำลังยืนกอดอกหันหลังให้อยู่หน้าผนังคอนกรีตเปลือยที่ออกแบบให้เป็นไฮไลท์ของห้องนั่งเล่น มือเรียวถือแท็บเล็ตแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ลีล" รัญธิดาเรียกเสียงแผ่ว พยายามเดินเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง "อย่าเข้ามานะค่ะ" ลีลาวดีสวนกลับทันควันโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างและสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คุณควรจะไปต้อนรับแขกคนสำคัญของคุณสิค่ะ จะวิ่งตามอินทีเรียปากจัดคนนี้ลงมาทำไมกัน" รัญธิดาย่นคิ้วเข้าหากัน ความอดทนที่มีจำกัดเริ่มสั่นคลอนเมื่อเจอฤทธิ์เดชความซึนที่เกินเยียวยาของอีกฝ่าย รัญธิดาพยายามทำความเข้าใจความกดดันที่ลีลาวดีต้องแบกรับ ทั้งเรื่องงานดีไซน์ที่ต้องสมบูรณ์แบบ ทั้งสายตาของคนนอก แต่บางครั้ง... การที่อีกฝ่ายใช้กำแพงความเย็นชามาผลักไสเธอมันก็เกินกว่าจะรับไหว "เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ยลีล!" รัญธิดาเผลอหลุดปากพูดจาขวานผ่าซากออกไปด้วยความหงุดหงิดที่สะสม "ฉันกับกรณ์ก็แค่เพื่อนกัน เขาเอาดอกไม้มาให้ตามมารยาท ทำไมต้องประชดประชันและทำตัวมีปัญหาตลอดเวลาด้วยวะ!" คำว่า *'ทำตัวมีปัญหา'* พุ่งชนเข้ากลางความรู้สึกของลีลาวดีเต็มแรง อินทีเรียสาวสะارتตัวน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับตอนนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความทิฐิอันแรงกล้า รอยยิ้มเยาะเย้ยถูกยกขึ้นบนเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจนแน่น "ใช่สิค่ะ! ฉันมันก็แค่คนเรื่องมาก น่ารำคาญ และชอบหาเรื่องใส่ตัวเหมือนที่คุณคิดนั่นแหละ!" ลีลาวดีตะคอกกลับเสียงสั่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามแก้มเนียนอย่างไม่อาจควบคุม แต่เจ้าตัวกลับรีบยกหลังมือขึ้นปัดมันออกอย่างไร้เยื่อใย "ถ้าฉันมันทำตัวงี่เง่าจนน่ารำคาญนัก แล้วคุณจะมาตามตื้อ ตามใส่ใจฉันทำไมล่ะคะ! กลับไปหาเพื่อนสนิทผู้เพอร์เฟกต์ของคุณนู่นไป!" บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งคู่ รัญธิดานิ่งงันไปกับคำพูดและหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น ความโกรธที่เคยคุกรุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกเจ็บแปลบในอกที่เห็นคนปากแข็งยอมเปิดแผลให้เห็น รัญธิดาก้าวเข้าไปประชิดตัวลีลาวดีอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว มือเรียวคว้าข้อมือเล็กที่พยายามจะผลักไสเธอไว้แน่น ก่อนจะดันร่างบางให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อใบหน้าของสถาปนิกสาวอยู่ห่างกันแค่คืบ "ปล่อยนะค่ะ... คุณจะทำอะไร..." ลีลาวดีพยายามเบือนหน้าหนี ซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้ท่าทีพยศ "ฉันถามจริงเถอะลีล..." รัญธิดาก้มลงกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็ก เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความตัดพ้อและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "ในหัวใจที่แข็งกระด้างของคุณเนี่ย... เคยมีพื้นที่ให้ฉันเข้าใจเธียบ้างไหม ทำไมถึงชอบผลักไสฉันออกไปตลอดเวลาที่ฉันอยากเข้าไปใกล้..." ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ลีลาวดีตัวแข็งทื่อ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานดีไซน์ได้อย่างเฉียบคมตอนนี้กลับว่างเปล่า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอตามนิสัยเดิม ทว่า ก่อนที่ลีลาวดีจะได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมาเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวอีกครั้ง— เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของกรวินท์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดทางลงชั้นล่างเสียก่อน "รัญ... อยู่ข้างล่างนี่เองเหรอ พอดีผมมีเรื่องจะ..." กรวินท์ชะงักกึกทันทีเมื่อก้าวพ้นขอบบันไดลงมาเห็นภาพตรงหน้า— รัญธิดากำลังกักตัวลีลาวดีไว้ชิดผนัง ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง และใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงเซนติเมตรนั้นบ่งบอกความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' ไปไกลลิบ ลีลาวดีสะعدเฮือกด้วยความตกใจ รีบใช้แรงทั้งหมดผลักอกรัญธิดาให้ออกห่างอย่างแรงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%