สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เผลอใจ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ถอยไปสิคะคุณลีลาวดี นี่มันห้องเก็บของนะ ไม่ใช่สตูดิโอดีไซน์ส่วนตัวของคุณ” รัญธิดากระแทกกล่องเก็บตัวอย่างวัสดุไม้ปาร์เก้ลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะถอยกรูดจนแผ่นหลังไปปะทะกับชั้นวางของเหล็กที่แน่นขนัดไปด้วยม้วนกระดาษแปลน หญิงสาวสะบัดหน้าหนี พยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงระหงที่ขยับเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิจางๆ ของอีกฝ่ายตลบอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ลีลาวดีไม่ตอบ แต่กลับใช้มือเรียวสวยยันผนังด้านข้างไว้ กักขังรัญธิดาไว้ในวงแขนอย่างถือดี นัยน์ตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นดีไซน์หรูจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความกดดัน “รัญ… ถ้าเธอจะจัดวางแปลนห้องโถงด้วยวัสดุผิดสเปกแบบนี้ ต่อให้ฉันเนี้ยบแค่ไหน งานนี้ก็พังไม่เป็นท่าอยู่ดี” ลีลาวดีเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสน้ำเสียงกลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวเผลอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “แล้วที่ฉันเดินตามมาในห้องนี้ ก็เพราะจะมาหยิบแคตตาล็อกสีเฉดใหม่ ไม่ได้อยากจะมาต่อปากต่อคำกับสถาปนิกหัวรั้นอย่างเธอ” “ก็เลยถือโอกาสล็อกประตูขังเราสองคนไว้แบบนี้สินะคะ?” รัญธิดาเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปที่ลูกบิดประตูที่ถูกปิดสนิท “แผนสูงจังนะคะ หรือว่านี่คือเทคนิคใหม่ของอินทีเรียร์ไฮโซที่ชอบบังคับให้คนอื่นฟังคำสั่งตัวเอง?” “ปากเก่งให้ได้ตลอดนะ” ลีลาวดีแค่นยิ้ม มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย “กลอนประตูมันฝืด ถ้าเปิดไม่ออกก็แค่รอคนมาเปิด อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญนักเลย” ทันใดนั้น ไฟในห้องเก็บของก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าด้านนอกระเบิดดังสนั่น ร่างสูงที่กักขังอีกฝ่ายไว้สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณทำให้ลีลาวดีโถมตัวเข้าหาความอบอุ่นตรงหน้าตามความเคยชินที่เกลียดความมืดเป็นที่สุด สองร่างประสานกันอย่างจัง รัญธิดารีบคว้าเอวอีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของลีลาวดีแตะจมูกรัญธิดาอย่างรุนแรงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ “กลัวความมืดเหรอคะ... คุณหนูเป๊ะ” รัญธิดากระซิบชิดใบหูอีกคน พยายามกลบเกลื่อนอาการประหม่าด้วยน้ำเสียงยียวน “หุบปากไปเลยนะ…” เสียงของลีลาวดีสั่นระริก มือเรียวขยุ้มเสื้อเชิ้ตของรัญธิดาแน่น “ฉันแค่ไม่ชอบความมืด มัน... มันทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออก” “แปลกนะคะ คนเนี้ยบๆ อย่างคุณ ที่วางแผนชีวิตทุกนาทีเหมือนเข็มนาฬิกา กลับแพ้ทางแค่ความมืด” รัญธิดาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ ปรับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงให้สงบลง เธอยอมลดกำแพงในใจลงเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างในอ้อมกอดกำลังสั่นเทาด้วยความกลัวจริงๆ มือของรัญธิดาเลื่อนไปลูบหลังลีลาวดีอย่างแผ่วเบา เป็นการปลอบประโลมโดยไม่รู้ตัว “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อยู่ตรงนี้... ฉันไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรไปหรอก” คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นดั่งมนต์สะกด ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของอีกฝ่าย สายตาในความมืดที่ปรับสภาพได้แล้วมองเห็นเค้าโครงใบหน้าคมคายของสถาปนิกสาวได้ชัดเจน ความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมเริ่มพังทลายลง “รัญ...” ลีลาวดีเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่อ่อนนุ่มลงอย่างประหลาด “ที่ฉันเนี้ยบ ที่ฉันดุ ที่ฉันต้องคอยขัดใจเธอบ่อยๆ เพราะฉันแค่... อยากให้งานของเรามันออกมาดีที่สุด... ในสายตาเธอ” “นั่นคือเหตุผลจริงๆ เหรอคะ?” รัญธิดาถามย้ำ จังหวะนี้ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดผิวหน้ากันและกัน “ก็... ก็อาจจะใช่” ลีลาวดีตอบอ้อมแอ้มก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย แต่ในวินาทีที่กำลังจะถอยห่าง รัญธิดากลับคว้าต้นคอของอีกฝ่ายไว้ด้วยความกล้าที่พุ่งพล่าน “ถ้างั้น... ถ้าฉันอยากให้คุณหยุดเนี้ยบใส่ฉันสักวัน แล้วลองมองฉันในฐานะอื่นแทนงานล่ะคะ?” คำถามนั้นทิ้งความหมายลึกซึ้งไว้ในอากาศ ก่อนที่รัญธิดาจะขยับเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงปลดล็อกประตูดัง 'คลิก' ดังสนั่นพร้อมกับบานประตูที่ถูกกระชากเปิดออก แสงสว่างจ้าจากทางเดินสาดเข้ามาจนทั้งสองต้องรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว “คุณรัญ! คุณลีล! อยู่นี่กันเองเหรอครับ ผมตามหาแทบแย่ว่าหายไปไหนกัน... เอ๊ะ?” กรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เบิกกว้าง เมื่อเห็นรัญธิดาที่ยืนทำหน้าไม่ถูกในขณะที่ลีลาวดีกำลังพยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนผิดวิสัยคนเพอร์เฟกต์ ลีลาวดีตวัดสายตามองกรณ์ด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ก่อนจะหันมามองรัญธิดาด้วยสายตาที่ทิ้งปมบางอย่างเอาไว้ “งานวันพรุ่งนี้... ฉันจะรอฟังคำตอบเรื่องการปรับแบบนะ” ลีลาวดีทิ้งท้ายประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าก่อนจะเดินเฉียดไหล่รัญธิดาออกไปโดยไม่หันกลับมามอง รัญธิดายืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เพิ่งจะเกิดเหตุการณ์ใจเต้น เธอเอามือทาบอก สัมผัสถึงหัวใจที่ยังคงเต้นแรงไม่หยุด ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะถอนหายใจ ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นขึ้นมาตามสันหลังเมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่บนพื้นตรงจุดที่ลีลาวดีเพิ่งยืนอยู่ มันคือสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มโปรดของลีลาวดีที่เธอมักพกติดตัวเสมอ รัญธิดาก้มลงเก็บมันขึ้นมา ทว่าเมื่อเปิดหน้าสุดท้ายที่เพิ่งจะวาดเสร็จ... รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้างไปทันที ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดหน้าแรกของความอลวนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี -
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณหนูอินทีเรียสายเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%