แก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทในมือของทัศน์เกือบจะร้าวคามือ แรงบีบจากนิ้วแกร่งที่กดลงบนหูแก้วสะท้อนถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่เบื้องลึก สองวันแล้วที่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า สองวันแล้วที่ไม่มีเสียงเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็ว ไม่มีเสียงถอนหายใจหน่ายๆ เวลาที่เขาแกล้งเดินไปตรวจงานใกล้ๆ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีแม้แต่เงาของพริมา
สำหรับนักธุรกิจหนุ่มผู้ควบคุมทุกหมากบนกระดานการค้าอย่างเขา การสูญเสียการควบคุมคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ... นี่คือเกมอำนาจทางความรู้สึกที่เขากำลังเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างหมดรูป
"คุณทัศน์ครับ รายงานสรุปยอดโปรเจกต์ของทีมดีไซน์..." เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเดินเข้ามาวางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ แล้วพบว่าเจ้านายหนุ่มกำลังส่งสายตาดุร้ายราวกับเสือหิวที่เหยื่อหลุดมือ
"ออกไปก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยสั้นห้วนจนอีกฝ่ายต้องรีบถอยกรูดออกจากห้องทำงานแทบไม่ทัน
ทัศน์ทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบมองไปยังเก้าอี้ตัวนั้น เก้าอี้ที่เคยมีร่างระหงของดีไซเนอร์สาวนั่งไขว่ห้างทำหน้าเชิดใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว พายกำลังถอยร่น... เธอจงใจหลบหน้าเขา เธอปฏิเสธงานนอกสถานที่ที่ต้องเดินทางไปกับเขา เธอส่งงานผ่านระบบออนไลน์ และใช้ข้ออ้างสารพัดเพื่อขีดเส้นแบ่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เกมไล่ล่าที่เขาเป็นคนเริ่ม เพื่อต้อนให้เธอกลับมาอยู่ในอาณัติ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า... เขาต่างหากที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะถูกความเงียบงันลงทัณฑ์
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนและรองเท้าส้นสูงก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและต่างหูเพชรระยิบระยับ พริมาในยามนี้ดูราวกับพญาหงส์ที่เชิดคอระหง ไม่หลงเหลือเค้าโครงของหญิงสาวที่เคยตกเป็นรองเขาในสัญญาพันธะบ้าๆ นั่นเลยสักนิด
"เอกสารงวดสุดท้ายสำหรับคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง ฉันตรวจทานและเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ วางไว้ตรงนี้นะคะท่านประธาน" น้ำเสียงหวานใสแต่เจือความห่างเหินอย่างไร้เยื่อใยถูกส่งตรงมา พร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นเชิงสัญลักษณ์
พริมาหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะสบตาเขาตรงๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าหมุนกลับมาด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดฝีเท้าของเธอไว้ได้ พริมาสะดุ้งเล็กน้อย เธอตวัดสายตากลับมามองผู้ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยแววตาเรียบนิ่ง แฝงความเยдяชาที่เขาเกลียดแสนเกลียด
"ปล่อยค่ะคุณทัศน์ ฉันหมดเวลาทำงานในส่วนนี้แล้ว และคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกนอกเหนือจากเอกสารพวกนั้น" พริมาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับกระชับแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่ไมยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ
"ไม่มีเรื่องคุย?" ทัศน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเยียบเย็น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนพริมาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิท "คุณหลบหน้าผมมาสองวันเต็มๆ พริมา ส่งคนอื่นมารับงานแทน ยกเลิกประชุมโปรเจกต์ร่วม แล้วบอกผมว่าไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยอย่างนั้นเหรอ?"
"ฉันแค่ทำตามหน้าที่ และบริหารเวลาให้เหมาะสมค่ะ การพบหน้าคุณบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น มันไม่ได้ช่วยให้งานเดินหน้า... แถมยังทำให้เสียสุขภาพจิตด้วยซ้ำ" เธอยังคงรักษารอยยิ้มเย็นชาไว้ที่มุมปาก แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม
"ปากเก่งขึ้นนี่" ทัศน์ก้มมองริมฝีปากอิ่มที่เอื้อnวาจาเชือดเฉือน ใจที่ร้อนรุ่มอยู่แล้วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ "กล้าดีนักนะที่กล้าเมินผม คุณคิดว่าหลบหน้าแล้วผมจะปล่อยคุณไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ หืม?"
"ปล่อยฉันเถอะค่ะคุณทัศน์ อย่าทำตัวเหมือนเด็กไม่ได้ของเล่นแล้วโวยวายเลย เราต่างก็โตๆ กันแล้ว" เธอยังคงพยายามงัดเอาความแข็งกระด้างมาสู้ แม้ว่าแผ่นหลังจะแนบชิดติดประตูจนไม่มีทางหนี
"เด็กเหรอ?" ทัศน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอันตรายที่ทำให้พริมาต้องผวาเฮือก มือหนาอีกข้างยกขึ้นทาบลงบนบานประตู กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้าผมเป็นเด็กเอาแต่ใจจริง... คุณคงไม่ได้ยืนพูดจาอวดดีอยู่ตรงนี้หรอก พริมา"
ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานร่วมสัปดาห์ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน ทัศน์จ้องมองดวงตากลมโตที่ไหวระริก แม้เธอจะพยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งแค่ไหน แต่ชีพจรที่เต้นตุบๆ ตรงซอกคอขาวผ่องก็ทรยศเธอจนหมดสิ้น
"คุณต้องการอะไรกันแน่คะ ต้องการให้ฉันก้มหัวขอร้อง หรือต้องให้ฉันคุกเข่าสารภาพผิดว่าทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีก?" พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ถ้าความสัมพันธ์แบบนี้มันทำให้คุณหงุดหงิดนัก ทำไมเราไม่ยกเลิก..."
คำพูดท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดกั้นถ้อยคำตัดรอนอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์... การลงทัณฑ์จากความกระวนกระวายที่เธอเป็นคนก่อขึ้น ทัศน์ขบเม้มริมฝีปากเธอบังคับให้เปิดรับความวาบหวามที่โหมกระหน่ำเข้ามา มือแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ความโกรธ ความหึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมานานถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องจนพริมาแทบยืนไม่อยู่
เรียวแขนเล็กที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายทรยศต่อสมองที่สั่งการ ความหอมหวานที่คุ้นเคยทำให้หัวใจที่พยายามปิดตายสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ทัศน์ค่อยๆ ผ่อนปรนสัมผัสลงเมื่อรับรู้ว่าเธอเริ่มอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน เขากดริมฝีปากย้ำเน้นที่มุมปากอิ่ม ก่อนจะผงศีรษะออกมาช้าๆ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่แดงก่ำ ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบงัน
"จำไว้... ว่าอย่าท้าทายความอดทนของผมอีก พริมา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่เกลี่ยไล้เส้นผมที่หลุดลุ่ยของเธออย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว "เพราะครั้งต่อไป... ผมจะไม่หยุดแค่จูบ"
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอช้อนตาขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าที่เพิ่งขโมยลมหายใจของเธอไป ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอื้อนเอวาจาใดเพื่อทวงคืนความยุติธรรม...
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามก้าวพรวดพราดย่างเข้ามาอย่างไร้มารยาท "พี่ทัศน์คะ มิน่าล่ะคะโทรหาไม่รับ... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับเกมหัวใจของพวกเขานะครับ
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 25
เกมไล่ล่า
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!