“ทัศน์... ถ้าคุณจะทำตัวเป็นซากศพเดินได้ขนาดนี้ ก็ช่วยไปนอนตายที่อื่น ไม่ใช่ที่ห้องทำงานของผม”
เสียงราบเรียบของเลขาฯ ส่วนตัวไม่ได้ทำให้คนที่นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงขยับเขยื้อน ทัศนัยจ้องมองแก้ววิสกี้ในมือที่ไร้แอลกอฮอล์ มีเพียงน้ำเปล่าใสสะอาดที่สะท้อนเงาความว่างเปล่าในดวงตาของเขา ดวงตาที่เคยคมกริบดั่งใบมีด บัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับถูกใครบางคนพรากจิตวิญญาณไปพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง
สามสัปดาห์... หรืออาจจะนานกว่านั้น เขาจำไม่ได้
“งานบนโต๊ะคุณล้นจนเลขาส่วนตัวของหุ้นส่วนบริษัทอื่นโทรมาตามแล้วนะครับ คุณทัศนัย”
“ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ” เสียงแหบพร่าเอ่ยตอบ สั้นและเย็นเยียบ “ถ้าบริษัทจะเจ๊งเพราะผมไม่อยู่บริหารสักเดือน ก็ถือว่าพนักงานห่วยกันทั้งแผนก”
“คุณกำลังใช้ชีวิตเหมือนคนรอวันตายนะครับ”
ทัศนัยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข ก่อนจะหันไปมองออกนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ที่เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงเบื้องล่าง โลกภายนอกยังคงหมุนไป ผู้คนยังคงรีบเร่ง แต่สำหรับเขา ทุกอย่างกลายเป็นภาพขาวดำที่ไร้ความหมายตั้งแต่พริมาเดินจากไป
เขาไม่ได้โกรธ เธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองคือ 'ดันเจี้ยนมาสเตอร์' ที่สร้างกับดักไว้ขังเธอ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเขาเองที่ติดอยู่ในคุกนั้นเสียเอง คุกที่ไม่มีเธออยู่ด้วย
ทัศนัยลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบดูขัดกับสภาพจิตใจที่แตกสลายภายใน เขาก้าวออกไปจากห้องทำงานโดยไม่สนใจสายตาของลูกน้องที่มองตามด้วยความกังวล รถสปอร์ตคันหรูถูกขับเคลื่อนอย่างไร้จุดหมายไปตามถนนสายเดิมที่เขาเคยไปรับไปส่งเธอ
เขาวนรถกลับมาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ร้านที่เขากับเธอเคยเถียงกันเรื่องรสชาติลาเต้จนเกือบทำร้านพัง ทัศนัยลงจากรถ เดินเข้าไปในร้านที่กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มยังคงอบอวลอยู่ เขาเลือกที่นั่งมุมเดิม มุมที่พริมาเคยนั่งไขว่ห้างแล้วจ้องเขากลับมาด้วยแววตาท้าทาย
“รับอะไรดีคะ?” พนักงานสาวถามด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
“เหมือนเดิม”
“...อ้อ ลูกค้าคะ พอดีคุณพริมาทิ้งจดหมายไว้ให้ฉบับหนึ่งค่ะ เธอบอกว่าถ้าวันไหนเห็นคุณมานั่งหน้าตาอมทุกข์ที่มุมนี้ ให้เอามาให้คุณ”
มือของทัศนัยชะงักกึก หัวใจที่เคยเต้นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เขาหยิบซองจดหมายสีขาวนวลขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา พริมา... เธอยังทิ้งร่องรอยไว้ให้เขาตามหา หรือนี่คือบทสรุปสุดท้ายที่เธอต้องการมอบให้
เขามองกระดาษในมือด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความทรงจำที่เธอเคยหยอกล้อเขาว่า ‘คนซึนปากแข็ง’ ย้อนกลับมาฉายชัด ทุกถ้อยคำ ทุกสัมผัสที่เคยเป็นเหมือนอาวุธร้ายทำร้ายกันและกัน บัดนี้มันกลายเป็นความคิดถึงที่กัดกินหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคลี่จดหมายออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่คุ้นเคยโชยออกมาจากแผ่นกระดาษ
*‘ถ้าคุณอ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าคุณยังคงยึดติดอยู่กับโลกที่ไร้ตัวตนของฉัน... ทัศน์คะ ชีวิตไม่ได้มีแค่เกมที่ต้องเอาชนะ และหัวใจก็ไม่ใช่ดันเจี้ยนที่คุณจะสร้างกำแพงกักขังใครไว้ได้ตลอดไป หากคุณอยากรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน และอยากจะทำลายกำแพงนั้นจริงๆ... ให้ไปที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น’*
ทัศนัยขยำจดหมายในมือแน่น ดวงตาที่เคยหม่นแสงกลับมาลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่เขาสูญเสียไปนาน เขาไม่ได้มองหาชัยชนะในเกมธุรกิจอีกต่อไป แต่เขากำลังมองหาโอกาสที่จะพังทลายทิฐิของตัวเองเพื่อไปหาเธอ
เขารีบลุกขึ้นทันที เตรียมจะก้าวออกจากร้าน แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะผลักประตูออกไปนั่นเอง ร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าก็ก้าวสวนเข้ามาพอดี
ดวงตาของทัศนัยเบิกกว้างเมื่อคนตรงหน้าคือคนที่เขาเพิ่งอ่านจดหมายของเธอไปเมื่อครู่ พริมายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเดรสสีเรียบที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สายตาคู่สวยที่เคยดื้อรั้นสบเข้ากับเขาแน่นิ่ง ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มบางๆ ที่ทำเอาหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นสั่นคลอนจนแทบยืนไม่อยู่
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าอย่าให้ฉันต้องรอ... คุณทัศนัย”
ทัศนัยอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งคำโต้ตอบที่แสนคมคายอย่างที่เคยเป็น ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบข้างจนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอารมณ์ในบทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 31
โลกที่ไร้เธอ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!