เอกสารฉบับนั้นวางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใส สะท้อนเงาของหลอดไฟสีส้มอมเหลืองที่ทอดตัวลงมาอย่างโดดเดี่ยว ปากกาหมึกซึมราคาแพงยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ข้างกัน แต่สิ่งที่มีน้ำหนักมากที่สุดในห้องเวลานี้ กลับไม่ใช่กระดาษแผ่นนั้น หากแต่เป็นความเงียบงันที่แผ่ขยายตัวออกราวกับคราบน้ำหมึกสีดำที่หยดลงบนผืนผ้าใบสีขาว
"คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ... ว่านี่คือทางที่คุณเลือก"
เสียงของทัศน์แหบพร่าลงเล็กน้อย เขายืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูเนี้ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วกำลังกักขังความสั่นไหวไว้เบื้องหลังแววตาคู่คมที่เยียบเย็นเป็นปกติ แต่หากมองให้ลึกลงไป... มันคือความร้าวราญที่ถูกกดทับไว้ด้วยศักดิ์ศรี
พาย (พริมา) ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขา เธอจ้องมองแผ่นกระดาษที่มีลายเซ็นของตัวเองสลักไว้อย่างบรรจง หัวใจของดีไซเนอร์สาวเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังตีประจันหน้ากับความพ่ายแพ้ เธอกำลังเดินออกจากกรงทองที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง กรงที่แม้จะเต็มไปด้วยโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ แต่มันก็อบอุ่นพอที่จะทำให้หัวใจโง่ๆ ดวงนี้หลงระเริงว่าตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ในใจเขา
"พายไม่ได้เลือกทางนี้หรอกค่ะ... เอ่อ... พายไม่ได้เลือกทางนี้ครับ" พริมาเผลอหลุดคำพูดที่คุ้นชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามเพื่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างกัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเธอ "เราจบกันแค่นี้เถอะค่ะ... ครับ... ทัศน์"
ให้ตายเถอะ เธอยังคงสับสนกับสรรพนามและหัวใจตัวเองจนน่าสมเพช
"พาย!" ทัศน์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว ความเร็วของเขาราวกับสัตว์ป่าที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันมากพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้เธอเดินออกไปง่ายๆ สัญชาตญาณความขี้หึงและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนสุขุมกำลังปะทุขึ้น "คุณคิดว่าสัญญาบ้าๆ นี่มันกำหนดทุกอย่างระหว่างเราได้จริงๆ งั้นเหรอ? พาย... คุณมองหน้าผมแล้วตอบใหม่อีกทีสิว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลย!"
พริมาสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาสัมผัสโดนผิวเนื้อ ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยกำลังทำลายเกราะป้องกันที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นบุรุษที่เธอคุ้นเคยตีรวนอยู่ในโสตประสาท มันคือความคุ้นชินที่แสนเจ็บปวด
"ปล่อยพายเถอะค่ะ... ทัศน์" เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด พยายามดึงข้อมือกลับแต่ไม่เป็นผล ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เธอกลั้นมันไว้สุดชีวิต "ถ้าเรายังอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คนที่จะพังไม่ใช่แค่บริษัทของคุณ... แต่เป็นหัวใจของพายเอง สัญญาบ้าๆ นั่นมันหมดความหมายไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกที่จะเงียบแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
"เงียบเรื่องอะไร? ผมทำเพื่อปกป้องคุณนะพาย!" ทัศน์ตวาดเสียงต่ำ ความหึงหวงและความอึดอัดที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นอารมณ์ดิบ "คุณคิดว่าผมชอบใจนักหรือไงที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายืนใกล้คุณ มาทำตัวสนิทสนมกับคุณในวันที่ผมต้องยืนมองจากข้างสนามแบบนั้นน่ะฮะ!"
ดวงตาของพริมาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งอย่างเขา แต่วินาทีต่อมา เธอกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง
"ปกป้องเหรอคะ? หรือว่าคุณแค่กลัวเสียหน้า... กลัวว่าของเล่นในอาณัติของคุณจะหลุดมือไปให้คนอื่นกันแน่" ประโยคเชือดเฉือนถูกพ่นออกมาเพื่อปกป้องความอ่อนแอของตัวเอง "คุณไม่เคยไว้ใจพายเลย ทัศน์... สิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่ความรัก มันคือการควบคุมต่างหาก และพาย... เหนื่อยเต็มทีแล้วที่จะต้องเป็นตุ๊กตาให้คุณไขลานตามใจชอบ"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ทัศน์นิ่งค้างไปราวกับถูกคำพูดของเธอกรีดแทงลงกลางใจ มือที่กักข่อมข้อมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออกช้าๆ ราวกับแรงทั้งหมดในร่างกายถูกสูบหายไป
แววตาของเขาที่เคยดุดันและร้อนแรง บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด มันคือความร้าวราญของคนที่เพิ่งตระหนักว่า... ความเย่อหยิ่งของตัวเองกำลังจะพรากคนที่รักที่สุดไปตลอดกาล
"คุณ... คิดกับผมแบบนั้นจริงๆ เหรอพาย" เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปกับอากาศ
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจของเธอร้องกรีดด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน แต่เธอก็เลือกที่จะพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
"ค่ะ... ลาก่อนนะคะ ทัศน์"
เธอดึงข้อมือตัวเองออกจากพันธนาการของเขาเป็นผลสำเร็จ หันหลังให้กับแผ่นอกกว้างที่เธอเคยซบใบหน้าลงร้องไห้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ฝ่าเท้าบางก้าวเดินไปที่ประตูอย่างมั่นคง แม้ว่าหัวใจข้างในจะแตกสลายไม่มีชิ้นดีก็ตาม ทุกย่างก้าวที่ห่างออกไปคือการกรีดเฉือนเนื้อตัวเอง แต่เธอก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไป ไม่หันกลับมามองข้างหลังอีก
ทัศน์ยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังเล็กที่กำลังลับตาไป พร้อมกับลมหายใจที่สั่นสะท้าน เขาปล่อยให้เธอเดินไปถึงหน้าประตู โดยไม่เอ่ยปากรั้งไว้แม้แต่คำเดียว... เพราะรู้ดีว่าต่อให้พูดอะไรออกไปในตอนนี้ มันก็คงสายเกินไปเสียแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่พริมากำลังเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูเพื่อก้าวออกไปสู่โลกภายนอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกกระชากเปิดออกผางโดยบุคคลที่สาม ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้!
ดวงตากลมโตของพริมาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวสวนเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาให้เธอ และประโยคทักทายที่ทำให้เลือดในกายของทัศน์และพริมาต้องเย็นเฉียบพร้อมกัน
"อ้าว... จะรีบไปไหนล่ะคนสวย ยังเคลียร์บัญชีเก่าของเราไม่จบเลยนะ... พริมา"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอารมณ์ในบทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 30
เจ็บที่ต้องรู้
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!