"คุณคิดว่าการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแกลเลอรีนี้ จะทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอครับคุณศจี... น่าขันสิ้นดี"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านอากาศเย็นเยียบในห้องแสดงภาพศิลปะร่วมสมัยใจกลางเมือง พริมาขยับมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกต่อการปรากฏตัวกะทันหันของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'อดีตคู่หมั้น' ของทัศนัย ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่จงใจเดินเข้าหาเธอด้วยรอยยิ้มกริมเคลือบยาพิษ
ศจีในชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้เพียบพร้อม ทว่าแววตาที่กวาดมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นเต็มไปด้วยการประเมินค่าอย่างเปิดเผย
"ปากเก่งไม่เบานี่คะ สมกับที่ลือกันว่าดีไซเนอร์โนเนมคนนี้ไต่เต้าขึ้นมาเกาะทัศน์ได้... แต่ก็น่าเสียดายนะคะ ของเล่นก็คือของเล่นวันยังค่ำ ไม่มีทางเปลี่ยนสถานะเป็นตัวจริงได้หรอกค่ะ" ศจีแย้มยิ้มเยาะ น้ำเสียงหวานหยดแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
พริมาไม่ได้โกรธ เธอเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันคู่สนทนากลับไปบ้าง หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน
"ถ้าฉันเป็นแค่ของเล่น... แล้วคุณล่ะครับ สถานะตอนนี้คืออะไร? คนแพ้ที่พยายามวิ่งตามเงาของอดีต หรือแค่แขกไม่ได้รับเชิญที่หลงเข้ามาในงานที่เขาไม่ได้ต้อนรับกันแน่" พริมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเยือกเย็นและทรงพลังพอที่จะทำให้รอยยิ้มของศจีสะดุดลงได้ทันที
ศจีขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อเจอความนิ่งสงบของพริมา "เธอ...!"
"พอดีว่าฉันเป็นคนชอบของเล่นชิ้นนี้มากเสียด้วยสิครับ และที่สำคัญ... เจ้าของเขาก็หวงของเล่นชิ้นนี้เสียจนไม่อยากให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ทั้งพริมาและศจีต้องหันไปมอง ทัศนัยก้าวเข้ามาในรัศมีวงสนทนาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาสีเข้มเย็นชาคู่นั้นกวาดมองศจีเพียงแวบเดียวราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาโอบรอบเอวบางของพริมาไว้หลวมๆ สัมผัสที่แนบชิดนั้นไม่ใช่แค่การแสดงความเป็นเจ้าของ แต่เป็นการประกาศกร้าวให้รู้ว่าพริมาคืออาณาเขตที่ห้ามผู้ใดล้ำเส้นเด็ดขาด
พริมาแอบสูดหายใจเข้าลึก1เฮือกเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยระคนความเย็นชาแบบฉบับของเขาลอยวนอยู่รอบตัว ใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ภายนอกเธอจะพยายามทำตัวนิ่งสงบแค่ไหนก็ตาม
"ทัศน์..." ศจีครางชื่อชายหนุ่มเบาๆ แววตาไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและไม่ยอมแพ้ "คุณทำแบบนี้กับศจีได้ยังไงคะ เราเคย..."
"เราไม่เคยมีอะไรที่ต้องเคลียร์กันอีกแล้วครับศจี" ทัศนัยตัดบทเสียงเรียบ แววตาไม่มีเยื่อใยหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "และผมคิดว่าผมเตือนคุณชัดเจนแล้วนะเรื่องการมายุ่งกับคนของผม"
"คนของคุณเหรอคะ? ผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะที่ทำให้คุณเปลี่ยนไป!" ศจีชี้หน้าพริมาด้วยความคับแค้นใจ "เธอก็แค่ผู้หญิงเห็นแก่เงินที่เข้ามาผลาญ..."
"ระวังปากด้วยครับ" ทัศนัยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนศจีผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ต่อให้เธอจะเป็นยังไง นั่นก็เรื่องของผม ไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาออกความคิดเห็น"
พริมาเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนข้างกาย หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกประหลาด คำว่า 'คนของผม' จากปากผู้ชายปากจัดคนนี้... ทำไมมันถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอนักนะ
ศจีกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ส่งสายตาดุร้ายอาฆาตมาที่พริมาแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าหายลับไปจากมุมจัดแสดงภาพ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างเขาทั้งสอง
เมื่อแน่ใจว่าแขกไม่ได้รับเชิญจากไปไกลแล้ว ทัศนัยก็ก้มลงมองคนในอ้อมแขนทันที แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันแกมคาดโทษ
"ใครอนุญาตให้เธอมาต่อปากต่อคำกับคนแบบนั้นคนเดียวหึครับพาย" เสียงกระซิบดุๆ ดังชิดริมหูจนพริมาต้องรีบขยับตัวถอยหนี แต่ทว่าวงแขนแกร่งกลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ฉันก็แค่ปกป้องตัวเอง... คุณนั่นแหละ มาทำเท่ห์อะไรตอนนี้เล่า ปล่อยได้แล้ว คนมองเต็ม" พริมาเอ็ดเบาๆ พวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"ให้มองไปสิครับ ผมจะได้ประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าผู้หญิงปากเก่งคนนี้มีเจ้าของแล้ว" ทัศนัยกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและเจ้าเล่ห์ขึ้นอย่างกะทันหัน "แต่เมื่อกี้... เก่งใช้ได้นี่ครับ กล้าต่อปากต่อคำกับศจีด้วย"
"ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะที่จะยอมให้ใครมาเหยียบจมูก" พริมาเชิดหน้าขึ้นเถียง
ทัศนัยหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของเธออย่างพิจารณา ก่อนที่นิ้วเรียจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทัดใบหูให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิง ทำให้พริมาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"รู้ตัวไหมครับว่าเวลาเธอดื้อ... น่าดึงดูดใจแค่ไหน"
ทัศนัยกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะชิดกับริมฝีปากอิ่มของเธอ พริมาสมองตาค้าง หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทว่า ในจังหวะที่ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่เหนือริมฝีปาก และเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับบรรยากาศอันตรายนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากทางด้านหลัง
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณทัศนัย... แต่เอกสารสัญญาฉบับด่วนจากสำนักงานใหญ่ ส่งมาถึงมือคุณแล้วครับ"
ทัศนัยชะงัก ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากัดกรามแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากพริมาอย่างจำใจ ขณะที่พริมารีบกระโดดถอยหลังออกไปสองก้าวด้วยใบหน้าร้อนผ่าว
ทัศนัยหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่เลขาหนุ่มที่ยืนถือแฟ้มเอกสารรออยู่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ดวงตาคู่คมก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาไปยังเอกสารในมือของเลขา
นั่นไม่ใช่เอกสารธุรกิจธรรมดา... แต่มันคือซองจดหมายสีดำสนิทที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง ประทับตราครั่งรูปสลักโบราณที่คุ้นตาอย่างประหลาด
--- ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" ด้วยเสมอนะครับ ---
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 19
การประชันหน้า
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!