เสียงก้าวเท้าหนักแน่นที่หยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องประชุมใหญ่ คือจุดตัดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงจนแทบเยือกแข็ง
ทัศนัยชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนตกใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พริมาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะวิกฤตนี้ได้อย่างพอดิบพอดี... นภัทร—คู่แข่งทางธุรกิจที่เพิ่งยื่นข้อเสนอซื้อกิจการตัดหน้าเธอกำลังยืนยันรอยยิ้มพึงใจอยู่ตรงนั้น
ร่างสูงของทัศนัยขยับตัวบังหน้าพริมาโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาปิดกั้นสายตาคุกคามจากผู้มาเยือนได้อย่างมิดชิด ความโกรธขึงในแววตาของนักธุรกิจหนุ่มมาดนิ่งฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการเจรจาธุรกิจที่สำคัญสินะครับ... คุณพริมา" นภัทรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พร้อมกวาดสายตามองเลยไหล่กว้างของทัศนัยเข้ามาด้านใน
"รู้ตัวก็ดีนี่ครับ ถ้างั้นก็เชิญกลับออกไป ทางเรากำลังคุยธุระส่วนตัวกันอยู่" ทัศนัยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย ปลายเสียงกดต่ำจนแทบจะเป็นคำราม
พริมาที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอขยับตัวก้าวออกมาจากเงาของแผ่นหลังหนา แม้จะยังตกใจกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่สัญชาตญาณของดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครก็ทำงานทันที
"ยินดีต้อนรับค่ะ... เอ๊ย ยินดีต้อนรับครับ คุณนภัทร พอดีทางเรากำลังสรุปรายละเอียดโปรเจกต์สุดท้ายกันพอดี คุณมีธุระด่วนอะไรถึงบุกเข้ามาถึงห้องประชุมส่วนตัวแบบนี้ล่ะคะ... แบบนี้" พริมาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกไป แต่ก็ดึงกลับมาทันเมื่อเหลือบไปเห็นหางตาของทัศนัยที่ตวัดมองมาด้วยความไม่พอใจ
ทัศนัยแค่นเสียงในลำคอ "ธุระด่วนอะไรของมัน แกแกล้งทำเป็นเดินหลงเข้ามาเพื่อหาช่องทางฉวยโอกาสต่างหาก พาย... ถอยไปยืนข้างหลังผม" ประโยคหลังเขาหันมาสั่งเสียงเข้ม พร้อมใช้มือหนากระชับข้อมือเรียวของเธอให้ถอยร่นกลับไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยกว่า
พริมาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงบีบกระชับนั้นกลับแน่นหนาขึ้นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยก่อนค่ะ—เอ๊ย ปล่อยก่อนครับคุณทัศนัย ฉันยืนเองได้ ไม่ได้พิการ!"
"เงียบก่อนน่า ดื้ออยู่ได้" ทัศนัยกระซิบดุลอดไรฟัน สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่นภัทรราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ
นภัทรหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเมื่อเห็นภาพนั้น เขายกมือขึ้นกอดอกแล้วกวาดตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมเยาะเย้ย "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาสวีท... อ้อ ขอโทษทีครับ เวลาทำงานของคุณสองคนหรอกนะ พอดีผมแค่บังเอิญเดินผ่านแล้วเห็นว่าประตูไม่ได้ล็อกสนิท เลยอยากจะเข้ามาเตือนสติคุณพริมาสักหน่อยว่า... บริษัทที่ใกล้จะล้มละลาย ต่อให้มีสุนัขเฝ้าบ้านดุแค่ไหน ก็ช่วยกอบกู้สถานการณ์ไว้ไม่ได้หรอกนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องประชุมก็ดิ่งฮวบลงจนติดลบ
ทัศนัยก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดตัวนภัทร ร่างสูงใหญ่กว่าสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอีกฝ่ายต้องผถดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สันกรามของทัศนัยขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "ปากดีแบบนี้ ระวังวันหน้าจะไม่มีแผ่นดินกลบหน้านะครับคุณนภัทร"
"อูu... น่ากลัวจังครับท่านประธานทัศนัย หวงก้างเก่งเสียด้วย ปากก็บอกว่าเป็นแค่เรื่องธุรกิจตามสัญญา แต่ดูการกระทำสิครับ... เกาะติดเขายิ่งกว่าเงาเสียอีก" นภัทรยังคงลอยหน้าลอยตาพูดจายั่วโมโห
พริมาหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธปนความกระดากอาย เธอก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคน มือบางแตะลงบนแขนเสื้อสูทของทัศนัยเพื่อดึงสติเขา "พอเถอะค่ะ... พอเถอะครับคุณทัศนัย อย่าไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้เลย เสียเวลาเปล่า"
ทัศนัยก้มลงมองมือบางที่แตะอยู่บนแขนของตน แววตาดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความขุ่นมัวยังคงฉายชัด เขาหันมามองหน้าพริมาที่แหงนขึ้นมองเขาด้วยแววตาขอร้อง ก่อนจะหันกลับไปถลึงตานภัทรเป็นครั้งสุดท้าย
"ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วซ้อมคุณคาห้องประชุมนี้"
นภัทรไหล่งสอย่างไม่ยี่หรา เขายกยิ้มมุมปากส่งให้พริมาหนึ่งทีก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปอย่างลอยชาย ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง
ปัง! เสียงประตูกระจกถูกปิดลงโดยฝีมือของทัศนัยที่พุ่งไปล็อกกลอนอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับพริมาเต็มตา บรรยากาศรอบตัวเขาตอนนี้เต็มไปด้วยรังสีความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว พริมาถอยหลังไปจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตมองคนตัวโตกว่าด้วยความระแวง
"มองทำไมครับ" ทัศนัยถามเสียงห้วน ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้ามแล้วใช้มือเสยผมดกหนาของตัวเองลวกๆ อย่างหัวเสีย
"ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถามคุณ!" พริมาสวนกลับทันควัน อาการกลัวเมื่อครู่หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยความโมโหที่พุ่งขึ้นมาแทน "คุณไปประกาศกร้าวใส่เขาทำไมว่าฉันเป็น... เป็นอะไรนะ! หวงก้างเหรอ? พูดอะไรไม่เข้าท่า ฉันกับคุณเราเป็นแค่คู่สัญญาทางธุรกิจกันเท่านั้นนะคะ!"
ทัศนัยเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ดูร้ายกาจแต่กลับมีเสน่ห์เหลือร้ายในเวลาเดียวกัน
"คู่สัญญาเหรอครับ?" ทัศนัยทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำลากยาวอย่างจงใจ "แน่ใจเหรอครับว่าเราเป็นแค่คู่สัญญา... คนที่เป็นแค่คู่สัญญา เขาเนื้อแนบเนื้อ กอดกันกลมกลางห้องทำงานแบบเมื่อกี้ด้วยเหรอครับคุณพริมา"
"นั่นมัน... มันเป็นอุบัติเหตุเพราะฉันสะดุดขาตัวเองต่างหากเล่า!" พริมาเถียงเสียงดังลั่น ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อนึกถึงวินาทีที่เธอเกือบล้มพับลงไปแล้วถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งของอีกฝ่ายรวบตัวเอาไว้แนบอก
"อุบัติเหตุเหรอครับ?" ทัศนัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "แต่ผมว่า... มันเป็นจังหวะฟ้าประทานต่างหากล่ะครับ ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า... คุณตัวเล็กและบอบบางแค่ไหนเวลาที่มาอยู่ในอ้อมแขนผม"
"คุณทัศนัย! ถอยไปเลยนะ!" พริมายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้เมื่อระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตรงหน้าปัดผ่านพวงแก้มเนียนจนเธอต้องกลั้นหายใจ
ทัศนัยไม่ถอยหนี ซ้ำยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นจนดวงตาสองคู่ประสานกันแนบแน่น ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่มันร้อนรุ่มเสียจนพริมาต้องหลบสายตา
"ผมไม่ถอยหรอกครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมใบหู จนเส้นขนอ่อนทั่วร่างของพริมาลุกชัน "ในเมื่อคุณบอกว่าผมเป็นแค่คนหวงก้าง... งั้นผมก็คงต้องทำหน้าที่ 'คนคลั่งรัก' ให้สมกับที่เขาเม้าท์กันเสียหน่อยแล้วล่ะครับ"
"คนบ้า..." พริมาพึมพำเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอกจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทัศนัยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาขึ้นมาปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกปากจัดของเขาโดยสิ้นเชิง "ใช่ครับ ผมมันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ พาย"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ทัศนัยจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นทีละน้อย สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาโน้มใบหน้าลงไปหาเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าช้าๆ... ช้าๆ จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน
พริมาหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก มือบางที่ดันอกเขาอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกัน เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนร้อนรนของเลขาฯ หน้าห้องที่ดังแทรกเข้ามา
"ท่านประธานคะ! คุณท่าน... คุณพ่อของคุณทัศนัยมาที่บริษัทค่ะ! ตอนนี้กำลังเดินตรงมาที่ชั้นนี้แล้วค่ะ!"
ทัศนัยชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พริมาลืมตากว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "คุณพ่อ" ของอีกฝ่าย... และในวินาทีถัดมา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขرامผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักของท่านประธานทัศนัยและยัยตัวร้ายพริมาด้วยกันนะครับ!
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 6
ข้ออ้างคนคลั่งรัก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!