เสียงทุบโต๊ะหนักๆ ดังสะท้อนก้องห้องประชุมจนแก้วกาแฟสั่นไหว ร่างท้วมของ "ประภาส" ผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของพริมาปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู ใบหน้าอวบอิ่มขึ้นสีจัดด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กหรี่มองบุตรสาวและนักธุรกิจหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาดดูแคลนระคนสมเพช
"แกกล้าดียังไงถึงมาซุกหัวอยู่ที่นี่, พริมา! รู้ไหมว่าฉันต้องเสียหน้าแค่ไหนที่งานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทพันธมิตรเมื่อคืนนี้ เพราะลูกสาวตัวดีอย่างแกมันหนีหายเข้ากลีบเมฆ!"
เสียงตวาดกร้าวทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก ทัศนัยขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปแผ่รังสีคุกคามออกมารอบทิศทางโดยไม่ต้องเอ่ยปาก เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อยกับการมาเยือนอย่างไร้อมารยาท ตรงกันข้าม... นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับพิจารณาผู้มาใหม่ราวกับกำลังมองแมลงตัวเล็กๆ ที่บังארอาจบินมาเกะกะบนโต๊ะอาหาร
"คุณอาประภาสสินะครับ" ทัศนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังต้องสะดุ้ง "ดูเหมือนว่ามารยาทในการเคาะประตูก่อนเข้าห้องทำงานส่วนตัว จะเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่คนระดับผู้บริหารจะเข้าใจสินะครับ"
ประภาสหันขวับมามองหน้าทัศนัย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโมโหที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนตอกหน้าเข้าให้ "แก... แกเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งสอนฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!"
"ผมรู้ครับ... รู้ดีด้วยว่าคุณอาเป็นคนที่กำลังจะทำให้หุ้นในมือของตระกูลวรภัทรดิ่งลงเหวภายในสามวินาทีนี้ ถ้าหากยังไม่หุบปากแล้วไสหัวออกไปจากห้องของผม" ทัศนัยย่างสามขุมเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่กดสายตามองอีกฝ่ายลงมาด้วยความเย่อหยิ่ง ท่าทีคุกคามแบบนักล่าทำให้ประภาสถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
พริมามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวประภาส แต่เป็นเพราะแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอเอาไว้ ทัศนัย... ผู้ชายที่เธอเพิ่งปะทะฝีปากด้วยเมื่อไม่กี่นารีก่อน กำลังยืนเป็นโล่กำบังให้เธอจากเงาหัวหน้าครอบครัวที่คอยแต่จะสูบเลือดเนื้อ
"พ่อคะ..." พริมาตัดสินใจลุกขึ้นยืน เชิดหน้าขึ้นสู้แม้ขาสั่นระริก "ฉันไม่ใช่สินค้าประมูลที่จะให้พ่อเอาไปเรคคอร์ดราคาแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ! และเลิกทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉันเสียที เพราะตอนนี้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าในดีลนี้... ไม่ใช่พ่ออีกต่อไปแล้ว"
ประภาสหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจัด มือสั่นระริกชี้หน้าบุตรสาว "นังลูกเนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดแบบนี้กับฉัน!"
"พอได้แล้วครับ" ทัศนัยยกมือขึ้นห้ามเสียงเข้ม น้ำเสียงทรงอำนาจเด็ดขาดจนประภาสต้องหุบปากสนิท "ถ้าอยากจะคุยเรื่องธุรกิจ เชิญไปนัดหมายผ่านเลขาฯ ของผมตามระบบ แต่ถ้ายังมารังแกคนของผมในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้... ผมคงต้องเชิญ รปภ. มาลากตัวคุณออกไปให้พ้นตึก"
ประภาสกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง สายตาคมกริบมองสลับระหว่างบุตรสาวกับนักธุรกิจหนุ่ม ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทកเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์
ปัง!
ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องประชุมอีกครั้ง พริมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม มือเรียวบาวยกขึ้นนวดขมับเพื่อขับไล่ความปวดตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมา เธอพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความคับแค้นใจไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าเขา เพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ได้เห็น
ทัศนัยมองปฏิกิริยานั้นเงียบๆ เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ มือหนายื่นออกไปรวบเส้นผมที่เคลียแก้มเนียนทัดหูให้แผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวแก้วทำให้พริมาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยอัตโนมัติ
"เก่งมาก... ยัยตัวร้าย" น้ำเสียงของทัศนัยอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความเยียบเย็น บัดนี้กลับฉายประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้น "เวลาเธอยืนขึ้นสู้ มันน่ามองกว่าเวลาคอยก้มหัวให้คนพวกนั้นเยอะ"
"ฉันไม่ต้องให้คุณมาชมหรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ!" พริมาเผลอหลุดปากเรียกตามความคุ้นชิน รีบแก้คำแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของอีกฝ่ายกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
"ติดคำว่า 'ค่ะ' มาจากไหนล่ะนั่น หรือจริงๆ แล้วในใจลึกๆ เธอก็แอบอยากอ้อนผมกันแน่" ทัศนัยโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านปลายจมูก ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านโชยเข้าจมูกพริมาจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ถอยไปเลยนะทัศนัย คุณฉวยโอกาสอีกแล้ว!" พริมายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนดันกำแพงหิน ร่างกายของเขานิ่งสนิทแถมยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของเธอแทบจะจมหายไปพนักพิงเก้าอี้
"ผมไม่ได้ฉวยโอกาส แค่กำลังทวงรางวัลจากคนที่เพิ่งช่วยกู้หน้าให้ต่างหาก" ทัศนัยกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุบต่ำพร่าระคายหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "คืนนี้... ไปดินเนอร์กับผมที่ร้านเดิม แต่เปลี่ยนสถานะจากการเป็น 'คู่ค้า' มาเป็นอย่างอื่น... แล้วผมจะยอมปล่อยให้เธอกลับบ้านไปนอนพักผ่อนแต่โดยดี"
พริมาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เคมีอันร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวของนักธุรกิจหนุ่มกำลังแผดเผาเกราะป้องกันทุกลำดับชั้นของเธอให้พังทลายลงในพริบตา
ทว่า... ก่อนที่พริมาจะได้อ้าปากปฏิเสธหรือตกลงอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของทัศนัยก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ทัศนัยขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละสายตาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของหญิงสาวอย่างเสียดาย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชายหนุ่มก้มมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแวบหนึ่ง ดวงตาคมกริบก็หรี่แคบลงทันที ความตึงเครียดสายใหม่พาดผ่านใบหน้าหล่อเหลาอย่างปิดไม่มิด
พริมาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ใครโทรมาคะ... เอ้ย! ครับ?"
ทัศนัยเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยชื่อสั้นๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของพริมาเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
"แม่..." ทัศนัยเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ปลายสายส่งเสียงลอดเข้ามาจนได้ยินชัดเจน "บอกว่า... ผู้หญิงที่คุณแม่เลือกไว้ให้สำหรับงานหมั้นของเรา มานั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวของผมแล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 7
ดินเนอร์สุดร้อนแรง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!