พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 22

ความในใจที่พูดไม่ได้

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
ความกดอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของทัศนัยดูจะลดต่ำลงจนเข้าขั้นวิกฤต รัศมีฆ่าฟันที่สะท้อนผ่านนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ผู้บุกรุกหน้าห้องซึ่งยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงธรณีประตูเท่านั้น หากแต่แผ่ขยายมาโอบล้อมคนตัวเล็กที่เพิ่งผลักอกเขาออกไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ด้วย "ใครอนุญาตให้เข้ามาไม่ทราบ... กรกฎ" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เย็นเยียบและกดดันเสียจนผู้ช่วยหนุ่มผู้มาใหม่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กรกฎยกมือขึ้นเกาะกรอบประตูแก้เก้อ พยายามส่งยิ้มแห้งแล้งที่เจื่อนสนิทกลับมา พลางกวาดสายตาสำรวจสภาพอันน่าสงสัยของเจ้านายกับดีไซเนอร์สาวที่ยืนเว้นระยะห่างกันไม่ถึงคืบ "เอ่อ... ผมขอโทษครับท่านประธาน พอดีเอกสารงบประมาณโปรเจกต์ใหม่ด่วนมาก ฝ่ายบัญชีเขาตีกลับมาว่าต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติภายในสิบนาทีนี้ ไม่งั้นจะเลยรอบเบิกจ่าย... ผมเห็นไฟเปิดอยู่ นึกว่า... เอ่อ นึกว่าไม่มีใครอยู่ครับ" กรกฎแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พร้อมกับรีบชูแฟ้มในมือขึ้นเป็นโล่กำบัง พริมาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา หญิงสาวรีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและเรือนผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลวกๆ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายและกรุ่นโกรธผสมปนเปกันไป เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวสูงที่ยังคงยืนตีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันไปทางกรกฎด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด "งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ... พอดีธุระเรื่องชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว" พริมากดเสียงต่ำ ประโยคหลังตั้งใจเน้นย้ำเพื่อบอกให้รู้ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรเกินเลยอย่างที่อีกฝ่ายกำลังจินตนาการ ทว่าทัศนัยกลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินหนีไปง่ายๆ ขายาวก้าวเข้ามาขวางทางกั้นระหว่างเธอกับประตูห้องเอาไว้ มือหนาคว้าข้อศอกเรียวไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ "เรื่องงานยังคุยไม่จบ คุณจะรีบหนีไปไหน พาย" "ปล่อยค่ะ... เอ๊ย ปล่อยเถอะค่ะท่านประธาน งานบ้าอะไรดึกดื่นป่านนี้ ฉันง่วง!" พริมาเกือบเผลอหลุดคำหยาบออกไปเพราะความโมโห ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เรื่องดีไซน์ปกปักรักษา... ที่คุณเสนอมาเมื่อกี้ ผมยังไม่ให้ผ่าน" ทัศนัยอ้างหน้าตาเฉย ทั้งที่ความจริงประเด็นนั้นถูกพับเก็บลงไปตั้งแต่ตอนที่เขาก้มลงไปกระซิบชิดริมฝีปากเธอล่ะมั้ง กรกฎที่ยืนถือแฟ้มอยู่ตรงประตูเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ผิดที่ผิดเวลาอย่างแรง ชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นทันที พึมพำเบาๆ ว่า "งั้นเดี๋ยวผมเอาแฟ้มไปวางไว้บนโต๊ะข้างนอกก่อนดีกว่าครับ..." พูดจบก็หมุนตัวหายลับไปจากห้องอย่างรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ปิดประตูตามหลังให้อย่างเบามือที่สุด คลิ.ก. เสียงกลอนประตูดังแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอีกครั้ง พริมาหันขวับกลับมาประจันหน้ากับร่างสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ "คุณทัศนัย เลิกเล่นเกมประสาทนี่สักทีได้ไหม ฉันเหนื่อย!" พริมาเอ่ยเสียงสั่นนิดๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเธอรับมือกับสนามอารมณ์ที่ผู้ชายคนนี้สร้างขึ้นไม่ไหวแล้วจริงๆ ทัศนัยนิ่งเงียบ นัยน์ตาคมกราบกรานมองสำรวจใบเนียนใสที่รื้นไปด้วยความหงุดหงิด ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเธอนั่งร้องไห้เงียบๆ ในรถวันนั้น จนถึงตอนนี้... ผู้หญิงปากร้ายคนนี้กลายเป็นคนเดียวที่สามารถสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีให้พังทลายลงได้ในพริบตา "เหนื่อยเหรอ..." ทัศนัยทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วแกร่งยื่นออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียน แต่พริมากลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว "ใช่ ฉันเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องมาเล่นเกมรักเกมแค้นบ้าบออะไรนี่ของคุณ เหนื่อยที่ต้องคอยเดาใจคนเอาแต่ใจอย่างคุณ!" พริมาโพล่งออกไปในที่สุด ความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานระเบิดออกมาเป็นคำพูดที่เฉือดเฉือน "ถ้าคุณเกลียดฉันนัก ถ้าการได้เห็นฉันทรมานมันทำให้คุณสะใจ ทำไมไม่ปล่อยฉันไปสักทีล่ะคะ!" ทัศนัยชะงัก นิ้วมือที่ค้างกลางอากาศค่อยๆ ลดลงข้างลำตัว แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยเกราะป้องกันความรู้สึกอันเย็นชาอย่างรวดเร็ว "ปล่อยเหรอ..." ทัศนัยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "คุณคิดว่าผมรั้งคุณไว้เพราะความแค้นจริงๆ งั้นเหรอ พาย" "แล้วเพราะอะไรล่ะคะ! เพราะศักดิ์ศรี? เพราะความสะใจ? หรือเพราะคุณแค่อยากเหยียบย่ำฉันให้จมดินเหมือนที่ครอบครัวฉันเคยทำ..." "เพราะผมรักคุณต่างหากเล่า!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวขึ้นขัดจังหวะ ทุกสรรพเสียงในห้องราวกับถูกดูดกลืนหายไปในอากาศ พริมาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึงที่สุดจากปากของชายหนุ่มตรงหน้า ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ทัศนัยหอบหายใจเบาๆ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาเพิ่งพูดมันออกไป... คำว่ารักที่พยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและคำพูดเชือดเฉือนมาตลอดนับเดือน มันหลุดออกจากปากเขาไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ พริมาอ้าปากค้าง สมองที่มักจะคิดหาคำพูดมาเถียงกลับได้เสมอในทุกสถานการณ์ กลับหยุดทำงานอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง สลับกับความสับสนระคนตกใจที่ตีรวนขึ้นมา *เขารัก... งั้นเหรอ?* แต่ความเงียบงันที่น่าตื่นตะลึงนั้นกินเวลาอยู่เพียงเสี้ยววินาที เมื่อทัศนัยเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสนระคนไม่เชื่อมั่นของหญิงสาว ความรู้สึกกลัวที่จะต้องพ่ายแพ้และเสียฟอร์มก็ตีกลับเข้ามาครอบงำจิตใจอันเย่อหยิ่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอีกครั้ง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักหนา ทัศนัยแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเองออกมาก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในแววตา "หึ... ทำหน้าแบบนั้นทำไม ตกใจล่ะสิที่ได้ยินประโยครงี่เง่าแบบนั้น?" น้ำเสียงของเขากลับมาเย็นชาและกวนประสาทดังเดิมอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ พริมาที่กำลังเคลิบเคลิ้มและสับสนกับคำสารภาพเมื่อครู่ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกซาบซึ้งเมื่อกี้มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธที่ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ "คุณ... พูดเล่นบ้าอะไรเนี่ย!" เธอแหวลั่นหน้าแดงก่ำ "พูดเล่นเหรอ?" ทัศนัยหันกลับมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นกลับมาดุดันและแพรพราวด้วยเล่ห์กล "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างทัศนัยจะมานั่งรักผู้หญิงปากจัดอย่างคุณ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย พาย" ประโยคเชือดเฉือนที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันราวกับมีดกรีดลงกลางใจของคนฟัง พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นข้างลำตัวจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาบวิ่งพล่านไปทั่วอก แต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด "นั่นสินะคะ ฉันคงบ้าเองที่เผลอคิดไปว่าคุณมีหัวใจ... คนอย่างคุณทัศนัย คงรักเป็นแค่ตัวเองเท่านั้นแหละค่ะ!" พริมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงจนทัศนัยต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หญิงสาวไม่รอให้เขาได้เอבคำพูดทิ่มแทงอะไรกลับมาอีก เธอหมุนตัวหันหลังแล้วก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูห้องทันที ความโกรธและความน้อยใจผสมปนเปกันจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตา แต่เธอต้องกลั้นมันเอาไว้ให้ถึงที่สุด ทัศนัยมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีไปด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน *ให้ตายสิ... ทำไมเขาถึงปากเสียแบบนั้นวะ!* ความตั้งใจที่จะง้องอนและปรับความเข้าใจพังทลายลงไม่เป็นท่าด้วยอีโก้บ้าๆ ของตัวเอง พริมาเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องทำงานด้วยความรีบร้อน เธออยากออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด ไม่อยากแม้แต่จะหายใจร่วมห้องกับผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว แกร็ก! ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกกว้าง ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝ่าเท้าของพริมาต้องหยุดชะงักกึก ลมหายใจสะดุดเฮือก ร่างบางยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดกำลังยืนยิ้มระรื่นถือกล่องเค้กและกาแฟอยู่ตรงหน้าประตู... พร้อมกับสายตาสอดรู้สอดเห็นที่มองทะลุผ่านไหล่เธอเข้าไปด้านในห้อง! "อ้าว... น้องพาย? ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับเนี่ย พอดีพี่ซื้อกาแฟกับขนมมาฝาก... เอ๊ะ หรือว่าพี่มาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'ภาคิน' อดีตคู่หมั้นหนุ่มที่พริมาพยายามหลบหน้ามาตลอดดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้ ทำเอาบรรยากาศในค่ำคืนนี้ดิ่งลงเหวในพริบตาเดียว! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในสมรภูมิความรักอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%