"สัญญาบ้าบอคอקרชing อะไรนั่น... ผมไม่เคยเซ็นรับทราบด้วยสักหน่อย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันที่ทำเอาอากาศรอบตัวในห้องทำงานส่วนตัวของแบรนด์เสื้อผ้า *'AURA'* เย็นเฉียบลงถนัดตา ทัศนัย หรือ 'ทัศน์' นักธุรกิจหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรสิ่งทอระดับประเทศ ปิดแฟ้มเอกสารในมือลงเสียงดังสนั่นจนพริมาสะดุ้งสุดตัว
ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีครีมยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววพยศและขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน
"คุณทัศน์! อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะคะ... อะแฮ่ม! หมายถึง อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะครับ" พริมาเกือบหลุดคำพูดติดปากออกมาเพราะความโมโห เธอเปลี่ยนสรรพนามกระทันหันเมื่อนึกถึงสถานะที่ต้องรักษา "ในเอกสารบันทึกข้อตกลงข้อที่สี่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในระหว่างที่เราต้องร่วมมือกันพัฒนาโปรเจกต์พิเศษนี้ ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว หรือแสดงพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามทางใจ... ซึ่งการที่คุณส่งดอกไม้มาส่งข้อความจีบผม เอ้ย! จีบดิฉันทุกวันแบบนี้ มันผิดสัญญาชัดเจน!"
ทัศนัยแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลก้าวช้าๆ เข้าหาหญิงสาวราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมห้อง เขามีส่วนสูงที่กดดันคนตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนพริมาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางหนังสือกระจกใส
"สัญญาที่เธออ้างถึง มันมีผลแค่เรื่องธุรกิจพรีเซนเตอร์กับคอลเลกชันใหม่เท่านั้น พริมา" ทัศน์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนหญิงสาวต้องเม้มริมฝีปากแน่น "แต่เรื่องหัวใจ... ฉันไม่เคยเซ็นสัญญาว่าจะไม่จีบเธอนี่จริงไหมครับ?"
"คุณมัน... หน้าด้านที่สุด!"
พริมากัดฟันกรอด ยามที่ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มอิฐ ไล่ต่ำลงมายังลำคอระหง สายตาคู่นั้นไม่ได้คุกคามแบบหยาบคาย แต่มันเต็มไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงที่ประกาศกร้าวว่าเขา 'เอาจริง' และไม่มีวันปล่อยเธอหลุดมือไปง่ายๆ
ความใกล้ชิดนี้ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก พริมาพยายามบอกตัวเองให้ตั้งสติ อย่าได้ยอมจำนนต่อเสน่ห์อันตรายแพรพราวของชายหนุ่มเด็ดขาด เธอรู้จักเขาดี... ทัศนัยเป็นผู้ชายประเภทที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งเธอแสดงท่าทีต่อต้าน เขากยิ่งสนุกที่จะรุกคืบเข้ามาใกล้
"ถ้าผมหน้าด้าน แล้วใครกันล่ะที่หน้าแดงจนลามไปถึงใบหูตอนนี้" ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำและเจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "หืม... พริมา?"
"ใครหน้าแดงกันคะ! ดิฉันแค่... ร้อน แอร์ที่ห้องทำงานคุณมันเสียต่างหาก!" เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งออกห่าง แต่ทัศน์กลับคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันร่างเธอชิดติดผนกระจก ปิดกั้นทุกเส้นทางหนี
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้เคมีระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมของทัศน์ในยามนี้ไม่มีความล้อเล่นเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดัน หึงหวง และ... ความรักที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชามาตลอด
"เลิกดื้อกับผมสักทีได้ไหมครับ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับลุ่มลึกจนน่ากลัว "ผมเหนื่อยแล้วนะ... เหนื่อยที่ต้องคอยมองเธอไปยิ้มให้ไอ้พวกผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ในงานสังคม เหนื่อยที่ต้องทนเห็นเธอนั่งทำงานจนดึกดื่นโดยไม่มีผมคอยดูแล"
พริมานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอน ปมปัญหาเรื่องครอบครัวและภาระหนี้สินที่เธอต้องแบกรับไว้ ทำให้เธอไม่อยากเอาหัวใจเข้ามาเกี่ยวข้องกับเกมธุรกิจอันตรายนี้ แต่ทว่า... คำพูดและแววตาของทัศนัยกลับทะลวงผ่านกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
"คุณพูดเรื่องอะไร... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" เสียงของเธอแผ่วเบาลง ความพยศเมื่อครู่ลดระดับลงเหลือเพียงความลังเล
"งั้นก็มาเป็นสิครับ" ทัศน์เอ่ยตอบทันควันโดยไม่ต้องคิด "ผมไม่ได้มาขออนุญาต ผมมาประกาศเจตนารมณ์... ต่อให้เธอจะยกสัญญาบ้าบออะไรขึ้นมาอ้างอีกร้อยฉบับ ผมก็จะฉีกมันทิ้งต่อหน้าเธอให้หมด พริมา... หัวใจของเธอ ผมจองแล้ว และผมจะจีบเธอให้ติด ต่อให้ต้องรื้อถอนบริษัทนี้ทิ้งเพื่อปรับฮวงจุ้ยให้เธอมาอยู่ข้างผม ผมก็ทำ"
คำพูดเผด็จการแต่แฝงความคลั่งรักแบบฉบับทัศนัยทำเอาพริมาพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนขัดกับบุคลิกปกติของเขาโดยสิ้นเชิง และนั่นคือจุดที่อันตรายที่สุดสำหรับเธอ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระอุในห้องทำงานทันที ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูก่อนที่ร่างของเลขาส่วนตัวจะผลั้วะเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโต
"ท่านประธานคะ เอกสารสรุปยอด— อุ๊ย! ขอประทานอภัยค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่า..." เลขาสสาวหน้าเสีย รีบเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อเห็นภาพท่านประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึมกำลังตรึงดีไซเนอร์สาวคนเก่งไว้กับผนังห้องในระยะประชิด
ทัศนัยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างขัดเคือง ดวงตาคมกริบตวัดมองเลขาฯ ด้วยแววตาดุจนเลขาสาวแทบอยากจะละลายหายไปกับพื้นห้อง เขาค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของพริมาอย่างไม่เต็มใจนัก
พริมาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ก้มตัวลอดใต้แขนของชายหนุ่ม คว้ากระเป๋าถือของตัวเองแล้ววิ่งปร๋อไปที่ประตูทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
"ผมยังคุยกับเธอไม่จบนะครับ พริมา!" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังตามมาด้วยความหงุดหงิด
พริมาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากห้องทำงานของประธานหนุ่ม ทว่า... เมื่อเธอเปิดประตูลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่าง และก้าวขาเข้าไปยืนรอข้างในลำพัง จู่ๆ ไฟในตัวลิฟต์ก็กระพริบวูบวาบสองสามครั้งก่อนจะดับสนิท พร้อมกับแรงกระชากเบาๆ ที่ทำให้ลิฟต์หยุดค้างเติ่งระหว่างชั้น
"อะ... อะไรเนี่ย?" พริมาขมวดคิ้วด้วยความตกใจ เธอกดปุ่มฉุกเฉินแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ
ทันใดนั้นเอง ประตูลิฟต์ที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ แยกออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงของใครบางคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกในความมืดสลัวของโถงทางเดินฉุกเฉินที่ระบบสำรองไฟยังไม่ทำงาน
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวสาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าของบุคคลนั้น ทำให้พริมาต้องหรี่ตามองด้วยความระแวง... แต่ไม่ใช่ทัศน์ และไม่ใช่ช่างซ่อมบำรุงของตึก
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายเธอด้วยชื่อเล่นที่ไม่มีใครเรียกมานานหลายปี
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... พริมา จำพี่ได้ใช่ไหม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเกมรักที่เดิมพันด้วยหัวใจนี้ด้วยกันนะครับ!
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 13
เริ่มรุกฆาต
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!