“ข้อเสนอนี้ผมว่ามันเกินไป คุณทัศนัย”
พริมาวางปากกาด้ามหรูลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้าที่นั่งไขว่ห้างรอคำตอบอย่างใจเย็นราวกับเจ้าป่าที่กำลังมองเหยื่อที่ดิ้นรนอยู่ในกรงเล็บ
“เกินไปตรงไหนครับพาย? เงินที่คุณต้องการ แลกกับการเป็น ‘ตัวจริง’ ในงานสังคมของผมเพียงแค่สามเดือน มันดูเป็นธุรกิจที่วิน-วินทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือไง”
ทัศนัยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาของเขาไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย เขาปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบคั้นอากาศในห้องทำงานส่วนตัวให้หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน แต่คือเงื่อนไขข้อที่ห้า... เรื่องที่ฉันต้องรายงานความเคลื่อนไหวทุกอย่างของดีไซเนอร์ในสตูดิโอให้คุณทราบ นี่มันการเป็นสายลับ ไม่ใช่การเป็นแฟนหลอกๆ นะครับ” พริมาเน้นเสียงหนักที่คำว่า 'นะครับ' เพื่อประชดประชันความเผด็จการของคนตรงหน้า
ทัศนัยหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาจนพริมาต้องกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวข้ามผ่านอาณาเขตที่กั้นกลางระหว่างเราทั้งคู่ด้วยท่าทางคุกคามที่ดูสง่างาม
“คุณควรดีใจนะพริมา ที่ผมสนใจในสิ่งที่คนของคุณทำ” ทัศนัยก้มลงมาจนจมูกโด่งแทบจะแตะกับข้างแก้มของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ที่มีความเย็นและดิบเถื่อนทำให้สติสัมปชัญญะของพริมาพร่าเลือนไปชั่วขณะ “โลกธุรกิจมันโหดร้ายกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณไม่อยากให้สตูดิโอของคุณพังลงเพราะความประมาท ก็จงเชื่อฟังสิ่งที่ผมบอก”
“ฉันดูแลตัวเองได้! และฉันก็ไม่ยอมเอาความไว้วางใจของลูกน้องมาแลกกับเงินของคุณเด็ดขาด” เธอเบี่ยงหน้าหนีแต่กลับพบว่าฝ่ามือหนาของเขาวางลงบนพนักเก้าอี้ข้างตัวเธอ กักขังเธอไว้ในวงล้อมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
“งั้นสัญญาฉบับนี้ก็ถือเป็นอันโมฆะ” ทัศนัยกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาท “และเมื่อสัญญาไม่มีผล คุณก็รู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับหนี้ก้อนโตของครอบครัวคุณ... อ้อ ผมลืมบอกไป พอดีเมื่อเช้าธนาคารเพิ่งโทรมาหาผมเรื่องที่ดินผืนนั้นด้วยสิ”
พริมาเบิกตากว้าง หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา “คุณทำแบบนี้มันทุเรศเกินไปแล้วนะทัศน์! คุณใช้สถานะของเจ้าหนี้มาบีบบังคับฉันทุกวิถีทาง!”
“ผมเป็นนักธุรกิจครับพริมา ผมไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า” ทัศนัยเชยคางมนขึ้น สัมผัสจากนิ้วเรียวยาวของเขาร้อนผ่าวราวกับไฟที่ลามเลียผิวหนัง “หรือว่าคุณอยากจะเปลี่ยนเงื่อนไข? สนใจเป็น ‘ตัวจริง’ ที่ไม่ต้องรอแค่ในงานสังคม แต่เป็นในห้องนอนของผมด้วยเลยดีไหมครับ?”
ใบหน้าของพริมาแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย เธอผลักอกแกร่งของเขาออกสุดแรง แต่ทัศนัยกลับไม่มีทีท่าจะสะเทือน เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดายก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน
“พริมา... อย่าดื้อกับผมในเวลาที่ผมกำลังใจดี” ทัศนัยพึมพำ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของหญิงสาว “คุณรู้อยู่เต็มอกว่าคุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะยอมจำนนต่อสัญญานี้... หรือจะยอมให้ทุกอย่างที่คุณสร้างมาพังทลายลงในพริบตา”
ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดรินอยู่บนริมฝีปากของพริมา จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่เธอไม่อยากยอมรับ เธอเม้มปากแน่น พยายามหาทางตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่เฉียบคมที่สุดเท่าที่จะคิดออก แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะห้วงอารมณ์อันตึงเครียดดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เปิดผางออกโดยไม่รอคำอนุญาต
“คุณทัศน์คะ มีสายด่วนจากทางยุโรปเรื่องดีลที่เรารออยู่ค่ะ!”
หญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดเดรสสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาหยุดกึกที่หน้าห้อง สายตาของเธอปะทะเข้ากับภาพที่ทัศนัยกำลังกักขังพริมาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด ดวงตาของหญิงสาวผู้มาใหม่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เธอจะแสยะยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลยออกมา
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะ ‘การต่อรอง’ ที่แสนเร่าร้อนของคุณอยู่นะคะ ทัศน์”
ทัศนัยไม่ได้ละสายตาจากพริมา แต่เขากลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะกระซิบคำสุดท้ายที่ทำให้พริมาต้องชะงักไปชั่วขณะ
“เห็นไหมครับพริมา... สงครามมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะครับ!
พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 9
สัญญานี้มีเงื่อนไข
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักพิทักษ์หัวใจยัยตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!