กลิ่นอายโลหิตและไอทมิฬที่หนาแน่นดั่งม่านหมอกในยามวิกาล มิได้ลอยล่องมาตามสายลมด้วยความบังเอิญ หากแต่เคลื่อนตัวเข้ามาด้วยเจตนาฆ่าฟันอันเหี้ยมเกรียม
"พวกมันมาแล้ว..."
สุ้มเสียงของหลี่เฟยหงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายคมกล้าแห่งจิตวิญญาณกระบี่ที่พร้อมจะแผดเผาฟ้าดิน เขายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูหินแกะสลักรูปมังกรแห่งตำหนักเหมันต์วิญญาณ ชายเสื้อคลุมสีขาวปลิวสะบัดตามแรงลมปราณที่แปรปรวนรอบกาย
เบื้องหลังของเขาคือเซียนจื่อเวย นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งประติมากรรมหยกน้ำแข็ง ดวงพักตร์งดงามล้ำเลิศไร้ที่ติบدดบังด้วยความเย็นชา ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายซับซ้อนยามเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดเคียงข้างนาง แม้ในยามที่มหันตภัยจากขุมนรกกำลังคืบคลานเข้ามา คำสัญญาที่นางเพิ่งเอ่ยไว้ในค่ำคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงหัวใจ—*แม้ว่าวิญญาณจะต้องแตกดับสูญสลายไปพร้อมกัน นางก็จะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว*
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าสีชาดผ่าฉีกความมืดมิดของท้องนภา เบื้องล่างคือยอดเขาเหมันต์ที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยโลหิตสีแดงฉาน กองกำลังลึกลับนับร้อยชีวิตในชุดเกราะทมิฬและหน้ากากอสูรปรากฏกายขึ้นราวกับภูตผีหลุดออกมาจากขุมนรก พวกมันไม่ได้ส่งเสียงร้องคำรามแม้แต่ครึ่งคำ ทุกการเคลื่อนไหวประสานสอดคล้องดั่งเครื่องจักรสังหารที่ถูกควบคุมด้วยอาคมโบราณ
"อักขระโลหิตกลืนวิญญาณ..." เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันเล็กน้อย ยามเมื่อกวาดสายตามองค่ายกลที่ถูกกางกั้นขึ้นรอบอาณาเขตสำนัก "พวกมันไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป... แต่เป็นเงาพิทักษ์จากแดนสนธยาที่ถูกลืมเลือน"
หลี่เฟยหงไม่กล่าวคำใด นิ้วเรียวยาวดั่งหยกแตะลงบนด้ามจับกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างกาย ดวงตาของเขาสะท้อนภาพกองทัพทมิฬที่กำลังพรูเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตนปะทะสายลม ในยุทธภพนี้ ผู้คนมักแสวงหาอำนาจและชื่อเสียงโดยไม่สนว่าหนทางนั้นจะแปดเปื้อนด้วยบาปหนาเพียงใด แต่การที่พวกมันกล้าบุกมาถึงใจกลางสำนักเหมันต์เพื่อหมายแย่งชิงผนึกโบราณ นั่นหมายความว่าภัยพิบัติครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะประเมิน
"คุณชายหลี่..." เซียนจื่อเวยเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงมาบนยอดเขา "ผนึกในถ้ำแก้วมังกรกำลังสั่นคลอน หากพวกมันทะลวงผ่านแนวป้องกันชั้นนอกเข้ามาได้... สมดุลแห่งห้าธาตุจะพังทลาย"
"ให้พวกมันข้ามผ่านศพของข้าไปก่อนเถอะครับ"
หลี่เฟยหงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน เขาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พริบตานั้นเอง—แรงกดดันจากลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็ระเบิดออกรัศมีร้อยลี้ พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวแผ่ขยายเป็นวงกว้างดั่งใยแมงมุม อากาศรอบกายพลันบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี
ผู้นำกองกำลังทมิฬ ซึ่งเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากอสูรทองคำ หัวเราะเยือกเย็นออกมาจากลำคอ เสียงนั้นเสียดสีจนแก้วหูแทบแตก มันชักดาบยาวโค้งสีดำสนิทที่มีคราบโลหิตแห้งกรังขึ้นชี้ฟ้า
"หลี่เฟยหง! เจ้าคนนอกรีตที่บังอาจขัดขวางเจตจำนงแห่งสวรรค์ สำนักเหมันต์ซ่อนตัวอยู่หลบเร้นจากโลกภายนอกมานับพันปี ถึงเวลาต้องชำระหนี้เลือดแล้ว! วันนี้ ต่อให้เจ้ามีวิชากระบี่วิเศษมาจากไหน ก็มิอาจปกป้องสตรีผู้นี้และผนึกโบราณได้หรอก!"
สิ้นเสียงคำราม กองกำลังทมิฬนับร้อยก็พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกัน ประหนึ่งคลื่นยักษ์สีดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง อกุศลจิตและไอสังหารพวยพุ่งจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด
หลี่เฟยหงหันกลับมาสบตากับเซียนจื่อเวยเพียงเสี้ยววินาที แววตาของทั้งคู่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด
"ดูแลตัวเองด้วยนะครับ" เขาเอ่ยสั้นๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากจุดเดิม กลายเป็นเพียงเงาสง่าราศีที่พุ่งเข้าประจันหน้ากับกองทัพมหึมาลำพัง
ฉับพลัน! ประกายกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มันมิใช่กระบวนท่าที่มีรูปแบบตายตัว แต่มันคือวิถีกระบี่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ดั่งสายลมที่ไร้ร่องรอย ดั่งสายน้ำที่ไร้รูปร่าง ทว่าคมกริบและเฉียบขาดจนสามารถตัดผ่านมิติเวลาได้ในคราเดียว
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ร่างของพวกมันนับสิบที่พุ่งเข้ามาเบื้องหน้าขาดสะบั้นเป็นสองท่อนในพริบตาโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดขึ้นย้อมเกล็ดหิมะขาวโพลนให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณอย่างน่าสะพรึงกลัว
ทว่า ในขณะที่หลี่เฟยหงกำลังฟาดฟันเหล่าศัตรูเบื้องหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยว แสงสว่างสีทองจากถ้ำแก้วมังกรเบื้องหลังกลับดับวูบลงอย่างกะทันหัน!
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม ภูเขาเหมันต์ทั้งลูกโงนเงนราวกำลังจะพังทลาย และจากความมืดมิดภายในถ้ำที่ผนึกโบราณตั้งอยู่ เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองและทรงพลังจนทำให้วิญญาณสั่นสะท้านก็ดังขึ้น...
*เสียงหัวเราะของตัวตนที่ควรจะหลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งแห่งกาลเวลา—ผู้ที่แม้แต่เซียนจื่อเวยยังต้องหน้าถอดสีเมื่อได้ยิน!*
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลมหนาวในยุทธภพนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยใจเยือกแข็ง•ตอนที่ 3
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยใจเยือกแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!