โลหิตสีดำสนิทหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลา น้ำหนักของมันรากับภูเขาพันชั่งที่กดทับลงบนความเงียบงัน
“เจ้า... ช้าเกินไปแล้ว เฟยหง”
สุ้มเสียงของเซียนจื่อเวยแหบพร่าและสั่นเทา นางคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดชุ่มโชก ปราณเหมันต์วิญญาณที่เคยแผ่รัศมียิ่งใหญ่กดดันปฐพี บัดนี้กลับแตกซ่านเซ็นดั่งกระจกที่ร้าวราน เบื้องหน้าของนางคือเงาร่างมหึมาสามร่างของ ‘ราชันโลหิตอสูร’ มารร้ายจากแดนสนธยาที่ถูกผนึกไว้ใต้หุบเขาหมื่นพิษ ดวงตาทั้งหกคู่ของพวกมันแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ จ้องมองเหยื่อด้วยความกระหายใคร่
หลี่เฟยหงไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงยืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งสนโบราณเบื้องบน ชายเสื้อคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าพลิ้วไหวตามสายลมยามราตรี ทว่าแววตาของบุรุษหนุ่มกลับว่างเปล่าดึงห้วงมหาสมุทรที่ไร้ระลอกคลื่น มือขวาของเขาวางอยู่บนด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดา เล่มที่ไม่มีแม้กระทั่งลวดลายประดับประดา
“ช้าหรือเร็ว มิใช่เรื่องของกาลเวลา” หลี่เฟยหงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา รา-กับเสียงพึมพำของสายลม “แต่เป็นเรื่องของหัวใจที่สงบพอจะมองเห็นความตายหรือไม่ต่างหาก”
สิ้นคำพูด ร่างของราชันโลหิตอสูรตนตรงกลางก็คำรามลั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มันพ่นคลื่นพลังสีม่วงแกมดำทะลักทลายออกมา ปราณมารนี้รุนแรงเสียจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น มันพุ่งเข้าใส่เซียนจื่อเวยที่ไร้เรี่ยวแรงจะยกกระบี่ต้านทานในเสี้ยววินาทีเป็นตาย
ในเสี้ยวพริบตานั้นเอง ดวงตาของหลี่เฟยหงก็ทอประกายคมกริบดั่งประกายไฟกระทบเหล็กกล้า
*วูบ!*
ไม่มีใครมองเห็นว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร ร่างของหลี่เฟยหงหายไปจากกิ่งสนราวกับภาพลวงตา ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าเซียนจื่อเวยราวกับภูตผีปีศาจ ดาบหรือกระบี่ก็มิได้ชักออกจากฝัก หากแต่เป็นนิ้วมือทั้งหกที่เหยียดตรงออกไปพร้อมกัน!
“วิชาลับหกนิ้ว... ดรรชนีสะท้านนครา!”
เสียงคำรามต่ำในลำคอของหลี่เฟยหงดังขึ้นพร้อมกับอักขระเวทสีทองอร่ามที่เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นรอบปลายนิ้วทั้งหก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์อันบริสุทธิ์หลอมรวมเข้ากับพลังวิญญาณฟ้าดิน กลายเป็นกระแสลมปราณรูปกงล้อหกทิศ พุ่งทะยานเข้าปะทะกับคลื่นมารสีดำสนิทอย่างจัง!
*ตูมมมมม!*
แรงระเบิดมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาในรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) แตกละเอียดเป็นผุยผง แรงกระแทกทำให้ยอดเขาถึงกับสั่นสะเทือน หิมะที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอหมอกสีขาวโพลนในพริบตา ราชันโลหิตอสูรทั้งสามตนถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก มันไม่เคยพบเจอวิชาที่ไร้รูปแบบแต่กลับทรงพลังทำลายล้างถึงเพียงนี้มาก่อน
เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นางมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นยะเยือกของห้วงจิตใจ หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีของเจ้าสำนักเหมันต์วิญญาณกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“เจ้า... บรรลุถึงขั้นนั้นแล้วหรือ?” เซียนจื่อเวยพึมพำ ถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยอันหาได้ยากยิ่ง
“วิถีกระบี่มิใช่การแสวงหาชัยชนะ” หลี่เฟยหงกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง มือซ้ายของเขายกขึ้นแตะที่ขอบหมวกฟางเล็กน้อย “แต่เป็นการปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง... ต่อให้ต้องฝืนลิขิตสวรรค์ ข้าก็ไม่เสียใจ”
สิ้นเสียงนั้น หลี่เฟยหงก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ปราณกระบี่ในร่างระเบิดออกดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาด ท้องน้ายามราตรีพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามด้วยอักษรเวทโบราณนับหมื่นตัวที่หมุนวนอยู่รอบตัวเขา ราชันโลหิตอสูรส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว เมื่อพวกมันตระหนักได้ว่า บุรุษผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้... แต่มาเพื่อพิพากษาพวกมัน
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับคำรามก้องด้วยเสียงสายฟ้าฟาดสีเลือด ประตูมิติสีดำขนาดมหึมาก็เปิดออกกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับเงาร่างของบุรุษในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวออกมา รัศมีพลังกดดันระดับเทพเซียนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งยุทธภพจนสรรพสิ่งต้องสยบยอม
หลี่เฟยหงชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกราบหรี่แคบลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้มาเยือนใหม่ผู้นี้
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยใจเยือกแข็ง•ตอนที่ 4
วิชาลับหกนิ้ว
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับหิมะโปรยใจเยือกแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!