คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 3

สะใภ้ตัวร้ายที่ใครก็แตะไม่ได้

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้าแกยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกก้าวเดียว คืนนี้วิญญาณของผัวแกที่เพิ่งตายในหน้าที่... จะไปยืนเป่าปากเป่าหูแกถึงใต้เตียงนอนเลยแม่สามี" น้ำเสียงของหลินจื่อราบเรียบ เย็นเยียบ และเจือไปด้วยไอปราณวิญญาณสีม่วงจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบปลายนิ้วเรียว กลางลานบ้านดินในยุค 80 บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาแน่นของอาคม แม่สามีจอมบงการผู้เคยถือหางว่าตนเป็นใหญ่ที่สุดในตระกูล ถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะพุ่งเข้ามาตบหน้าลูกสะใภ้ ร่างอวบอ้วนในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาวของอากาศยามวิกาล แต่เป็นเพราะดวงตาคู่สวยของหลินจื่อในยามนี้ มีประกายแสงสีชาดวับวามราวกับปีศาจสาวจำแลงกายมา พันจ่ารบนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายของเขายังคงแข็งค้างจากเสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมเมื่อครู่ เสียงนั้น... เสียงของผู้บัญชาการผู้ล่วงลับที่ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างชัดเจน มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคืออาคมสื่อวิญญาณขั้นสูงที่หลินจื่อกำลังใช้เชื่อมโยงมิติ เพื่อตบหน้าและสั่งสอนคนปากหอยปากปูที่จ้องจะฮุบเสบียงและเงินบำนาญ "นัง... นังลูกสะใภ้ตัวแสบ แกกล้าดียังไงเอาเรื่องคนตายมาขู่ฉัน!" นางอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะกรีดร้องโวยวายตามนิสัยเดิม แต่เสียงของนางกลับติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อไอร้อนระอุกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกโชยออกมาจากประตูครัวมิติที่แง้มอยู่ด้านหลังหลินจื่อ กลิ่นหอมของ 'เป็ดพะโล้ตุ๋นยาจีนสูตรหมอผีร้อยปี' และ 'พริกหม่าล่าคั่วเกลือ' ลอยฟุ้งเข้าจมูกจนทุกคนในรัศมีสิบลเมตรน้ำลายสอ แต่สำหรับแม่สามีแล้ว กลิ่นนี้กลับทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอ หลินจื่อแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเธองดงามแต่ทว่าอันตรายยิ่งกว่ายาพิษ เธอก้าวเท้าเข้าไปหาแม่สามีทีละน้อย รองเท้าผ้าใบเก่าๆ กระทบพื้นดินเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางความเงียบงันของญาติพี่น้องที่ยืนมุงดูอยู่รอบรั้วบ้าน "ฉันจะกล้าเอาเรื่องคนตายมาขู่ได้ยังไงล่ะครับ... ในเมื่อคุณแม่เองก็รู้แก่ใจดีว่า เงินบำนาญสามหมื่นหยวนก้อนนั้นของพี่รบ ท่านเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนใต้ถุนศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน" หลินจื่อจงใจใช้คำลงท้ายด้วยความสุภาพ แต่น้ำเสียงกลับเชือดเฉือนจนคนฟังหน้าซีดเผือด "เงินที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของสามีฉัน ท่านกล้าดียังไงถึงคิดจะเอาไปให้ลูกชายคนโปรดใช้เล่นการพนัน!" "เหลวไหล! แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง!" แม่สามีแผดเสียงปฏิเสธเสียงหลง ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความกลัวปะปนกัน ดวงตาเหลือบมองไปทางพันจ่ารบลูกชายแท้ๆ ของตนเอง หวังจะให้เขาช่วยพูดแก้ต่าง ทว่า... พันจ่ารบกลับยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยราวก้อนหิน ดวงตาคู่คมจ้องมองมารดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาส่งเงินกลับมาบ้านทุกเดือนเพื่อให้แม่และน้องชายได้อยู่ดีกินดี แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือข่าวลือเสียๆ หายๆ และการจ้องจะฮุบทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งสิทธิ์ในตัวภรรยาของเขาเอง "แม่ครับ..." พันจ่ารบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบกริบ "ที่ภรรยาผมพูด... มันคือความจริงใช่ไหมครับ" ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่ม ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน แรงกดดันทางจิตวิทยานี้ผสมผสานกับอาคมคุ้มครองเรือนที่หลินจื่อเพิ่งลงอักขระไว้ ทำให้แม่สามีเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที นางพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่กลับถูกพลังงานบางอย่างตรึงร่างเอาไว้ราวกับมีโซ่ตรวนล่องหนล่ามข้อเท้า หลินจื่อไม่ปล่อยให้บรรยากาศผ่อนคลาย เธอสะบัดมือเบาๆ เรียก 'กระบะไม้สักมิติ' ออกมากลางอากาศ ในนั้นเต็มไปด้วยห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่บรรจุอาหารรสเลิศ กลิ่นหอมของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสลับประจำตระกูลหลินส่งกลิ่นยั่วยวนจนคนข้างบ้านที่แอบดูอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าคอเสื้อกันเอง "ในเมื่อคุณแม่ชอบมาวุ่นวายกับครัวของบ้านเรานัก งั้นคืนนี้... เรามาทำพิธี 'ล้างซวย' กันสักตั้งดีไหมครับ" หลินจื่อก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่สั่นเทาของแม่สามี เธอหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุน้ำซุปสมุนไพรสีดำสนิทขึ้นมา ถือวิสาสะย่อตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาอีกฝ่ายขนหัวลุก "น้ำซุปชามนี้ เคี่ยวด้วยรากอัคคี 7 ปี และวิญญาณเร่ร่อนหิวโซ ใครก็ตามที่กินเข้าไป... จะต้องพูดความจริงทุกอย่างออกมา ไม่เช่นนั้น ลำไส้จะบิดเกลียวจนต้องร้องขอชีวิตไปตลอดสามวันสามคืน... คุณแม่สนใจจะลองชิมเป็นคนแรกไหมล่ะครับ?" แม่สามีเบิกตากว้างจนแทบถลน มือที่สั่นเทายื่นออกไปหมายจะปัดถ้วยน้ำซุปทิ้ง แต่หลินจื่อเร็วกว่า เธอใช้นิ้วเรียวดีดลงไปที่ขอบถ้วยเบาๆ หยดน้ำซุปสีดำสนิทกระเด็นเข้าปากแม่สามีไปเพียงหยดเดียวเท่านั้น! "แค่กๆ! อึก... นัง... นังตัวดี!" แม่สามีสำลักหน้าดำหน้าแดง นางพยายามอ้าปากอาเจียนออกแต่ทว่ารสชาติหวานหอมอร่อยล้ำลึกกลับกระจายซ่านไปทั่วช่องปากอย่างน่าประหลาดใจ ก่อนที่ดวงตาของนางจะเหม่อลอย ร่างกายแข็งทื่อ และริมฝีปากก็เริ่มขยับพูดความจริงออกมารัวๆ โดยที่เจ้าตัวไม่สามารถควบคุมได้ "เงิน... เงินสามหมื่นหยวนฉันเอาไปฝังไว้ใต้ต้นไทรใหญ่หลังบ้านจริง ๆ! ฉันกะว่าจะเอาไปให้ไอ้เล็กใช้แต่งเมีย... แล้วฉันก็แอบเอาโฉนดที่ดินแปลงนี้ไปจำนองไว้กับเถ้าแก่กิมผอด้วย..." ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของเครือญาติที่ยืนฟังอยู่รอบนอก เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที ภาพลักษณ์ของแม่สามีผู้แสนดีที่เคยสร้างมาหลายปีพังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยฤทธิ์อาคมกวนประสาทของสะใภ้ตัวแสบ หลินจื่อแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอวางถ้วยน้ำซุปกลิ่นหอมกรุ่นลงบนพื้นดินข้างกายแม่สามีที่นอนหมดสภาพ ก่อนจะหันไปสบตากับพันจ่ารบที่ยืนรออยู่ด้านหลัง ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ ปฏิบัติการทวงคืนความยุติธรรมและสร้างความมั่งคั่งในยุค 80 ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนที่งดงาม อาณาจักรโรงครัวมิติของเธอได้ประกาศศักดาให้คนทั้งหมู่บ้านได้เห็นแล้วว่า ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องภรรยาของนายทหารหนุ่มได้อีกต่อไป ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะสงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาอย่างกะทันหัน ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบหน่วยพิเศษลับแลกกับแว่นตากันแดดสีชา ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับตราครุฑสีแดงสดในมือ "ผู้กองหลินจื่อ... และพันจ่ารบครับ พวกคุณถูกคำสั่งด่วนให้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจลับที่ 'ค่ายทหารชายแดน 404' ทันที ก่อนที่ประตูลับมิติวิญญาณจะเปิดออกในอีกสามวินาทีข้างหน้า..." ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%