กลิ่นคาวเลือดที่ติดมากับเสื้อเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันกลับเข้มข้นขึ้นจนกดทับบรรยากาศในห้องครัวคับแคบให้แทบหายใจไม่ออก หลินจื่อหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า—พันจ่ารบ สามีในนามที่ตามทะเบียนสมองระบุว่าควรจะประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนทางใต้ ไม่ใช่โผล่หัวมาทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงนี้ในยามวิกาล
"เธอ... กล้าดียังไงถึงปล่อยให้บ้านหลังนี้มีกลิ่นอายอัปมงคล"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งดังขึ้นราวกับก้อนหินบดกันในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์กวาดมองไปรอบห้องครัวที่เพิ่งผ่านพ้นการปะทะกับวิญญาณเร่ร่อนเมื่อครู่ รบไม่ได้สนใจแม่สามีที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขาก้าวผ่านร่างของหญิงสูงวัยเข้ามาในครัวอย่างถือวิสาสะ รองเท้าคอมแบตเปื้อนโคลนเหยียบย่ำลงบนพื้นไม้เก่าๆ จนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
หลินจื่อไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สลัดคราบลูกสะใภ้อ่อนแอที่ตระกูลนี้เคยรังแกทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ปลายนิ้วเรียวยาวซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ แอบประสานอินทร์คาถาปัดเป่าวิญญาณเตรียมพร้อมไว้หากชายตรงหน้ามีท่าทีคุกคามเกินกว่าเหตุ
"ถ้าคุณสามีกลับมาแล้วหัดเคาะประตูก่อนเข้าบ้านสักนิด คงไม่ต้องมาดมกลิ่นอัปมงคลที่แม่ของคุณเป็นคนเปิดประตูต้อนรับเข้ามาหรอกมั้งคะ" หลินจื่อสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือน บรรยากาศระหว่างสามภรรยาคู่นี้คุกรุ่นจนแม่สามีที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องรีบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ
รบชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมคู่นั้นกวาดมองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตา หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่หลินจื่อคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ร่างบางนี้ดูราวกับมีคมดาบซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ แถมกลิ่นอายพลังงานประหลาดที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ... ก็เป็นกลิ่นอายของอาคมที่เขาคุ้นเคยดีจากสนามรบ
"เธอเปลี่ยนไป..." รบพึมพำเสียงต่ำ ขยับเข้ามาใกล้จนหลินจื่อได้กลิ่นบุหรี่ฉุนผสมกับกลิ่นอายสนามรบที่ติดตัวเขามา แต่ก่อนที่สถานการณ์จะตึงเครียดไปมากกว่านี้ ท้องของรบก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่นห้องครัว
*โครก...*
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุม หลินจื่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองนายทหารผู้ดุร้ายที่กำลังทำหน้าไม่ถูกเมื่อความหิวโหยทรยศภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามของตนเอง ส่วนแม่สามีถึงกับยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอับอาย
"หิวเหรอคะ?" หลินจื่อหลุดยิ้มเยาะออกมาเบื้องมุมปาก "น่าเสียดายนะที่คุณกลับมาผิดเวลา อาหารสำหรับคนเป็นในหม้อหมดเกลี้ยงแล้ว... แต่ถ้าคุณอยากทานจริงๆ ฉันเกรงว่าคุณต้องช่วยฉัน 'เปิดโรงครัว' เสียก่อน"
สิ้นคำพูดของหญิงสาว ร่างของรบก็พลันแข็งทื่อเมื่อจู่ๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอีกสิบองศา พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับเสียงหวีดหวิวของลมราตรีที่พัดผ่านรอยแตกของผนังบ้าน แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เงาดำนับสิบสายเริ่มก่อตัวขึ้นที่มุมห้อง ดวงตาส่องแสงสีแดงก่ำด้วยความหิวโหย—พวกมันคือผีเร่ร่อนและวิญญาณอาฆาตที่ถูกกลิ่นอายพลังงานวิญญาณในตัวของหลินจื่อดึงดูดให้เข้ามาใกล้
"ผ... ผี!" แม่สามีหวีดร้องเสียงหลง ล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
แต่รบกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เขากลับดึงร่างของหลินจื่อมาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณความเป็นทหาร มือหนาคว้าปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทว่าหลินจื่อกลับตบลงบนมือของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
"เก็บปืนของคุณไปเถอะค่ะ พันจ่ารบ... กระสุนเงินฆ่าพวกมันไม่ได้หรอก" หลินจื่อเอ่ยกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้นายหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับขนลุกซู่ "ของพวกนี้... ต้องใช้ 'ของอร่อย' สยบต่างหาก"
หลินจื่อสะบัดแขนเสื้อ วาดมือผ่านอากาศเบาๆ มิติโรงครัวสยองขวัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจิตวิญญาณถูกปลดผนึกออก แสงสีทองส้มเรืองรองสาดส่องออกมาจากความว่างเปล่า กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของแป้งอบเนยและไส้ถั่วกวนผสมไข่เค็มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว กลบกลิ่นคาวเลือดและความเน่าเฟะของวิญญาณร้ายจนหมดสิ้น
บนโต๊ะไม้กลางห้อง ปรากฏจานกระเบื้องเคลือบโบราณที่บรรจุ 'ขนมเปี๊ยะวิญญาณ' สีทองอร่ามส่งควันกรุ่น ลวดลายบนขนมถูกสลักด้วยอักขระอาคมโบราณที่ส่องแสงเรืองรอง ทันทีที่กลิ่นหอมนี้ลอยไปกระทบจมูก ฝูงผีหิวโหยที่เคยส่งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดต่างก็ชะงักกุน ดึงสติกลับมาจดจ่ออยู่กับความหอมหวานตรงหน้าจนน้ำลายไหลยืด
"กินสิคะ... ขนมชิ้นแรกสำหรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ" หลินจื่อแย้มยิ้มอย่างงดงาม ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับยมทูต
ผีตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่จานขนมเปี๊ยะด้วยความตะกละ แต่ทันทีที่สัมผัสโดนแป้งอาคม อักขระทองคำก็สว่างวาบขึ้น ร่างของมันระเบิดออกเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ลอยล่องขึ้นสู่เบื้องบนเพื่อไปสู่สุคติอย่างสงบ ท่ามกลางความตกตะลึงของแม่สามีและสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งของพันจ่ารบ
รบหันมามองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ผู้หญิงคนนี้ลึกลับและอันตรายเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก
ทว่า ในขณะที่วิญญาณร้ายตนอื่นๆ กำลังแย่งกันรับขนมเปี๊ยะเพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานอยู่นั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอก... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และไม่ใช่เสียงของวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างยิ่งจากอดีตอันดำมืดที่พันจ่ารบพยายามหนีมาตลอดชีวิต—เสียงของ 'ผู้บัญชาการ' ผู้ล่วงลับที่ตายในหน้าที่เมื่อสามปีก่อน
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความอร่อยและอาคมบทนี้ด้วยกันนะครับ
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 2
อาคมปรุงรสกับผีหิวโหย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!