กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ไม่ใช่กลิ่นที่คนรักการทำอาหารอย่าง “หลินจื่อ” ปรารถนาจะสูดดมเป็นสิ่งแรกหลังลืมตาตื่น แต่กระนั้น เธอก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดยันต์ปราบภูตผีในศตวรรษที่ 21 ค่อยๆ ขยับเคาะลงบนพื้นไม้กระดานผุพังเป็นจังหวะสามช่าอย่างใจเย็น สายตาคู่คมกวาดสำรวจสภาพรอบกายที่แคบและอับทึบ หยาดน้ำค้างที่เกาะตามกรอบหน้าต่างไม้ไผ่สะท้อนแสงสลัวของยามโพล้เพล้ ป่าช้าเก่าแก่ด้านหลังกระท่อมส่งเสียงหริ่งหรีดเรไรผสมผสานกับเสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนที่พยายามตะกุยธรณีประตูเข้ามา
“เฮอะ สภาพร่างนี้มันน่าเวทนาเสียจริง ถูกสามีส่งมาทิ้งไว้ชายป่าช้าแถมยังปล่อยให้ไข้ป่าเล่นงานจนตายทั้งกลม… ใจร้ายไม่เบาเลยนี่นา ตระกูลพรรkนี้”
หลินจื่อแค่นหัวเราะในลำคอ เธอขยับกายลุกขึ้นนั่งอย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างเนื้อนี้จะผอมแห้งแรงน้อยราวกับกิ่งไม้แห้ง แต่กระดูกและจิตวิญญาณภายในยังคงเป็นปรมาจารย์ด้านอาคมและเชฟมือหนึ่งผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ทันใดนั้น เงาดำทะมึนร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดทะลุกำแพงดินเข้ามาด้วยความเร็วสูง มันคือวิญญาณสัมภเวสีหน้าตาเละเทะ เลือดสดๆ ไหลย้อยจากเบ้าตาที่โบ๋กลวง อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำลำคอระหงของเธอให้ขาดสะบั้น
“ว프! คิดจะมาขโมยวิญญาณของว่าที่เศรษฐีินีแห่งยุค 80 อย่างนั้นหรือ เจ้าผีไร้มารยาท”
หลินจื่อไม่แม้แต่จะกระพริบตา มือซ้ายสะบัดออกไปอย่างไร้ลักษณ์ ปลายนิ้วแตะลงที่กลางหน้าผากของภูตผีตนนั้นด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ อาคมชำระวิญญาณถูกถ่าย 100% เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นกระท่อม ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีขาวจางๆ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ—**[ยินดีด้วยครับ! ระบบ ‘โรงครัวมิติสยองขวัญ’ ปลดล็อกสำเร็จ ได้รับวัตถุดิบวิญญาณบริสุทธิ์ x1 และพลังปราณเริ่มต้นระดับ 1]**
“เยี่ยม ระบบนี้แหละที่จะทำให้ฉันรวยสวนกระแสผีสางในยุคแปดศูนย์นี้ได้” หลินจื่อแย้มยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
ในยุค 1980 ที่ข้าวרขยากำลังแพง ผู้คนอดอยาก และการเมืองในชนบทกำลังคุกรุ่น ตระกูลสามีใจดำหวังจะให้เธอตายเงียบๆ ในกระท่อมร้างหลังนี้เพื่อฮุบเงินชดเชยการบาดเจ็บของสามีทหาร แต่พวกมันคงลืมไปว่า หลินจื่อคนนี้ไม่ใช่สะไภ้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป เธอลุกขึ้นเดินไปสำรวจห้องครัวเล็กๆ ที่มีแต่หม้อดินดำเป็นคราบเขม่าและแป้งข้าวโพดขึ้นราขึ้นสนิม
“มีแป้ง มีเกลือเก่าๆ และ… โอ้ วิญญาณผีตะกละเมื่อครู่นี้ให้ ‘ผงปรุงรสวิญญาณ’ มาด้วยสินะ” ดวงตาของเธอลุกโชนด้วยประกายแห่งความสนุกสนาน ทัพพีเหล็กในมือถูกเคาะกับขอบเตาไฟเสียงดังสนั่นเพื่อประกาศศักดา “ในเมื่อพวกแกอยากให้ฉันตายนัก ฉันก็จะทำอาหารกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนผีทั้งป่าช้าและชาวบ้านต้องแห่กันมาเคาะประตูซื้อเสียให้เข็ด!”
หลินจื่อเริ่มลงมือจุดเตาไฟ เปลวไฟสีส้มสว่างไสวขับไล่ความมืดมนในกระท่อมออกไป กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งคั่ว กระเทียมเจียว และเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะจากมิติพิเศษเริ่มฟุ้งกระจายทะลุกรอบหน้าต่างไม้ไผ่ ลอยไปตามสายลมยามค่ำคืน พัดผ่านป่าช้าเก่าและตรงดิ่งไปยังบ้านหลักของตระกูลพรรkที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ที่บ้านหลักตระกูลพรรk แม่สามีจอมบงการกำลังนั่งนับเงินสดหยวนด้วยความกระวนกระวายใจ พลางบ่นพึมพำกับลูกสาวว่าป่านนี้สะเพร่าคนนั้นคงตายเน่าหนีหายไปกับผีป่าแล้ว ทันใดนั้น จมูกของนางก็สูดกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจที่ลอยมากับสายลมเข้าเต็มปอด กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อสัตว์และเครื่องเทศชั้นเลิศที่แม้แต่ในเมืองหลวงยังหาทานยาก ทำให้ท้องของทุกคนในบ้านส่งเสียงร้องโครกครากออกมาพร้อมกัน
“กลิ่นอะไรวะ… หอมชวนน้ำลายสอขนาดนี้มาจากไหน?” ลูกชายคนรองทำจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม่สามีขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความสงสัย นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านออกดู ทิศทางของกลิ่นนั้นพุ่งตรงมาจาก… *กระท่อมร้างท้ายป่าช้าที่ควรจะมีคนตายไปแล้ว!*
ในขณะเดียวกัน ที่หน้ากระท่อมร้าง หลินจื่อกำลังยืนตักซุปพริกหมูสับสูตรเดือดดาลใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่ปรากฏบนใบหน้าสะสวย ทว่า ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรง “ปัง! ปัง! ปัง!” พร้อมกับเสียงตะคอกแหบพร่าของแม่สามีที่ดังลอดเข้ามา
“นังตัวดี แกยังไม่ตายเรอะ! แล้วแกเอาเงินที่ไหนมาทำอาหารกลิ่นหอมเย้ายวนแบบนี้? เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
หลินจื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางวางทัพพีลงช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ประตูไม้ที่กำลังสั่นสะเทือนด้วยแรงทุบ
ทว่า ก่อนที่หลินจื่อจะได้เอื้อมมือไปปลดกลอนประตูไม้ผุพังบานนั้น สลักไม้ด้านนอกก็หลุดร่วงลงพื้นด้วยแรงกระแทกอันทรงพลังจากบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่สามี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม กลิ่นอายความดุดันและคาวเลือดจากการรบพุ่งแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องมองเข้ามาในความมืด และเมื่อแสงไฟจากเตาในครัวสาดกระทบใบหน้าคร้านแดดของเขา หลินจื่อก็ต้องชะงักไปชั่วขณะ—นั่นคือ “พันจ่ารบ” สามีผู้ควรจะอยู่ชายแดนไม่ใช่หรือ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความสนุกด้วยกันนะครับ!
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมข้างป่าช้า
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!