ควันสีเทาอมเขียวจางๆ ลอยอ้อยอิ่งลอดผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่ขัดแตะ กลิ่นหอมฉุนของพริกขี้หนูสวนคั่วตำจนแหลกละเอียด ผสมผสานกับกลิ่นหอมลุ่มลึกของตะไคร้ ข่าอ่อน และใบมะกรูดฉีก ที่ถูกผัดคลุกเคล้าเข้ากับเนื้อหมูป่าติดมันหั่นชิ้นพอดีคำในกระทะเหล็กหล่อใบเก่า ดัง “ฉ่า...” สนั่นหวั่นไหว สะท้อนความดุเดือดของการปรุงอาหารที่ไม่ได้ใช้แค่ความร้อนจากเตาถ่านธรรมดา แต่ใช้พลังปราณจากมิติโรงครัววิญญาณเร่งอุณหภูมิให้ถึงขีดสุด
“คุณครับ เบาไฟลงหน่อยเถอะ กลิ่นแกงป่าปักษ์ใต้หม้อนี้ มันลอยไปไกลถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านท้ายหมู่บ้านโน่นแล้วมั้ง”
พันจ่ารบ นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างราวกับประตูค่ายทหาร ที่ปกติแล้วเคยถือปืนไรเฟิลประจัญบานในแนวหน้าอย่างไร้ความหวาดกลัว บัดนี้กลับยืนถือพัดใบตาลโบกไล่ควันด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อผุดพราย ทว่าดวงตากลับจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของภรรยาด้วยความหลงใหลและเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน
หลินจื่อไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง มือเรียวบางที่เพิ่งปัดเป่าวิชาอาคมสะกดวิญญาณเร่ร่อนเมื่อครู่ กำลังตวัดตะหลิวผัดเครื่องแกงกับเนื้อหมูป่าจนเข้าเนื้อ สีเหลืองทองของขมิ้นและสีแดงฉานของพริกแกงเคลือบเคลือบผิวเนื้อสัตว์จนเงางาม เธอยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ
“กลิ่นมันไม่ได้แค่ลอยไปถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านหรอกนะพี่รบ... แต่มันกำลังลอยไปกระชากต่อมความโลภของพวกญาติๆ ตัวแสบที่ชอบมาเดินวนเวียนอยู่แถวรั้วบ้านเราต่างหากล่ะคะ เอ้ย... ต่างหากล่ะครับ” หลินจื่อรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เกี้ยวเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงติดปาก พร้อมกับตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวข้ามคืนจากมิติเทลงไปในกระทะ เสียงเดือดปุดๆ ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับมีมนต์สะกดให้ผู้ที่ได้กลิ่นต้องน้ำลายสอจนแทบทนไม่ไหว
นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ผู้กองหลินจื่อและพันจ่ารบถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจด่วน ณ 'ค่ายทหารชายแดน 404' และเธอกลับใช้ไหวพริบจัดการกับประตูมิติวิญญาณได้อย่างราบคาบ ชีวิตความเป็นอยู่ของสองสามีภรรยาในยุค 80 แห่งนี้ก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมบัติและวัตถุดิบวิเศษจากมิติโรงครัวสยองขวัญถูกนำออกมาแปรรูปเป็นอาหารรสเลิศที่ไม่เคยมีใครในยุคนี้ได้ลิ้มรสมาก่อน
แต่ความอร่อยระดับเทพนี้เอง ที่เริ่มสร้าง "พิรุธ" สายตาเคลือบแคลงจากคนในหมู่บ้าน
บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเก่าที่เคยเงียบเหงาและมีแต่เสียงบ่นด่าของแม่ผัวจอม Bonga (บงการ) บัดนี้กลับมีควันไฟลอยฟุ้งพร้อมกลิ่นอายอาหารที่หอมหวนจนคนเดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนดม
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูของ "แม่ชีปิ่น" ป้าสะใภ้จอมจุ้นจ้านที่มักจะถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านคนอื่นเสมอโดยไม่ได้รับอนุญาต
“อ้าว... แม่หลิน พ่อรบ ทำอะไรกันวะเนี่ย? กลิ่นเหม็นเขียวอะไรมันฉุนไปสามบ้านแปดบ้าน! นี่พวกเธอแอบไปเอาเนื้ออะไรมาทำกินกันในช่วงข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ฮะ? หรือว่าไปขโมยของหลวงมาจากค่ายทหารของสามี!”
แม่ชีปิ่นก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยท่าทางจับผิด จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอากาศที่อบอวลไปด้วยเครื่องแกงป่าสูตรโบราณ ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบบ้านด้วยความอิจฉาริษยา เมื่อเห็นว่ากระป๋องนมข้นหวาน ถุงน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ และแม้แต่เนื้อหมูป่าชิ้นโตบนเขင်းไม้ ล้วนแต่เป็นสินค้าหายากและมีราคาแพงระยับที่ชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางหาซื้อได้ในยุคนี้
หลินจื่อค่อยๆ วางตะหลิวลง เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ผู้ไม่ได้รับเชิญ ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและทรงอำนาจแบบหมอผีผู้ผ่านภพชาติมานับไม่ถ้วน ร่างอรชรในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอๆ แต่สะอาดสะอ้านก้าวเดินออกมาด้วยจังหวะจะโคนอันมั่นคง
“ป้าสะใภ้ครับ ลมอะไรหอบมาถึงนี่แต่เช้าเชียว? หรือว่ากลิ่นแกงป่าฝีมือสามีฉันมันลอยไปเตะจมูกป้าเข้า จนทนต้มมันสำปะหลังบูดๆ ที่บ้านไม่ไหว?” หลินจื่อเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายหน้าชา
“ปากคอเราะร้ายขึ้นนะนังสะใภ้คนนี้! แกได้ดิบได้ดีอะไรมาจากไหน ถึงมีเนื้อดีๆ กิน แถมข้าวของในบ้านยังดูผิดหูผิดตา... บอกมานะว่าผัวแกไปทำผิดกฎหมายอะไรมา ถึงได้มีเงินทองซื้อของพวกนี้!” แม่ชีปิ่นชี้หน้าคาดคั้น พร้อมกับพยายามสาวเท้าเข้ามาในครัวเพื่อจะหยิบฉวยสิ่งของ
พันจ่ารบก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที ร่างกายกำยำแผ่รังสีความน่าเกรงขามแบบนายทหารสนามรบออกมาจนแม่ชีปิ่นผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าดุดันของสามีพระเอกมองนิ่งไปที่ป้าสะใภ้ด้วยสายตาดุจพญายม
“บ้านผม ผมจะทำอะไรกิน จะมีเงินซื้ออะไร มันก็เรื่องของครอบครัวเราครับป้า ถ้าไม่มีอะไรธุระสำคัญเชิญกลับไปก่อนครับ เมียผมกำลังทำอาหาร” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนแม่ชีปิ่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ทว่า ก่อนที่แม่ชีปิ่นจะทันได้โวยวายอะไรต่อ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ของชาวบ้านหลายคนที่ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมของแกงป่ามิติวิญญาณจนทนไม่ไหว ต่างพากันมามุงดูที่รั้วบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หอมอะไรวะเนี่ย... หอมเหมือนแกงป่าใต้แท้ๆ แต่ทำไมมันมีกลิ่นสมุนไพรแปลกๆ ที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนด้วย?”
“นั่นสิ บ้านไอ้รบมันเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูป่าชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มขนาดนั้น ช่วงนี้ป่าปิดไม่ใช่รึไง?”
หลินจื่อมองฝูงชนที่เริ่มเบียดเสียดกันเข้ามาที่หน้าบ้าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เธอหันไปสบตากับพันจ่ารบผู้เป็นสามี พลางกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ในเมื่อพวกเขาอยากรู้กันนักว่าเราเอาความรวยมาจากไหน... งั้นเราก็เปิด ‘โรงครัวชิมลาง’ ให้คนทั้งหมู่บ้านได้ลิ้มลองฝีมือหมอผีวัยรุ่นคนนี้สักตั้งเป็นไงล่ะครับพี่รบ?”
หลินจื่อก้าวออกไปที่ระเบียงบ้าน ยกมือขึ้นผายต้อนรับเพื่อนบ้านด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยของทุกคน
“สวัสดีครับทุกท่าน... พอดีวันนี้บ้านเราทำแกงป่าหมูป่าสูตรพิเศษ หม้อใหญ่เบ้อเริ่ม ถ้าใครสนใจอยากชิมฝีมือ เชิญเข้ามาลองชิ้นแรกได้ฟรีๆ เลยนะครับ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าได้กินเข้าไปแล้ว วิญญาณความเป็นนักชิมของพวกท่าน อาจจะไม่อยากกลับบ้านเลยก็ได้!”
สิ้นคำพูดของหลินจื่อ ลมพัดโชกแรงแปลกประหลาดหอบหนึ่งก็พัดพาเอาควันหอมกรุ่นของแกงป่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นกลุ่มควันสีทองจางๆ ที่ปกคลุมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน
และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านหลังบ้านที่ควรจะว่างเปล่า ก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงของคนเป็น แต่เป็นเสียงของ "แขกไม่ได้รับเชิญ" จากมิติอื่น ที่กำลังตามกลิ่นอาหารอันเย้ายวนนี้ข้ามภพภูมิมาเคาะประตูบ้านของพวกเขาแล้ว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของหมอผีวัยรุ่นมาโดยตลอดนะครับ
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 4
กลิ่นแกงป่าลอยไปถึงหมู่บ้าน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!