คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 31

ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังระคนกับเสียงฝีเท้าแตกตื่นอลหม่านในช่วงดึกสงัดของหมู่บ้านยุค 80 แห่งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านคนใดคาดคิดว่าจะได้ยินจากเรือนพักของตระกูลจ้าว "ออกไปนะ! อย่าเข้ามา! ผี... ผีหลอกกก!" เสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของแม่ผัวจอมบงการดังลั่นทะลุผนังไม้ไผ่ ออกมาสั่นสะเทือนราตรีอันเงียบงัน ร่างท้วมที่เคยเชิดหน้าชูตาประกาศกร้าวว่าจะฮุบเอาทรัพย์สินและโรงครัวมิติของหลินจื่อ บัดนี้กำลังวิ่งเตลิดเปิดเปิงโดยมีเพียงผ้าถุงผืนเดียวคลุมร่างอย่างทุลักทุเล เบื้องหลังของนางคือฝูงเงาดำทะมึนรูปร่างประหลาดนับสิบที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก กลิ่นอายความเย็นเยือกของภูตผีแผ่ซ่านจนใบไม้รอบบริเวณเกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน หลินจื่อกอดอกพิงกรอบประตูโรงครัวมิติ ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มเยnเยือก ดวงตาคู่คมพินิจมองความพินาศย่อยยับของบรรดาญาติใจร้ายที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเธอ ในมือเรียวของเธอถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามที่บรรจุ "น้ำแกงหม่าล่าวิญญาณอาฆาต" ส่งกลิ่นหอมฉุนแสบจมูก ทว่าลึกลงไปกลับมีความหอมหวานของกระดูกตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวด้วยไฟอาคมนานเจ็ดวันเจ็ดคืน นี่คือบทลงโทษสถานหนักสำหรับคนพวกนั้น... บทเรียนราคาแพงที่ทำให้พวกมันตระหนักว่า สมบัติของคนอื่นไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเอื้อมมือมาแย่งชิงได้ตามอำเภอใจ "ภรรยาครับ อากาศข้างนอกดึกดื่นเช่นนี้ น้ำค้างลงจัด ระวังจะไม่สบายนะครับ" พันจ่ารบก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองไปยังกลุ่มคนที่กำลังวิ่งหนีตายออกนอกเขตรั้วหมู่บ้านด้วยความเยียบเย็น สมกับเป็นนายทหารผ่านศึกผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน มือแกร่งอีกข้างยกเสื้อโค้ตผ้าหนาขึ้นคลุมไหล่ให้ภรรยา พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงผู้เดียว หลินจื่อเหลือบมองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และดุร้ายกับคนอื่นคนไกลคนนี้ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ปล่อยให้พวกมันวิ่งไปเถอะครับพันจ่ารบ ร่างกายที่เปื้อนคราบความโลภและบาปหนาเช่นนั้น ต่อให้หนีไปสุดขอบโลก ก็หนีไม่พ้นเงาอาคมที่ฉันฝังไว้ในกระดูกของพวกมันหรอก" การไล่ล่าทางจิตวิทยาและอาคมดำเนินไปอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง บรรดาญาติฝ่ายสามีที่เคยรวมหัวกันมาขับไล่หลินจื่อ บัดนี้กระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง แม่ผัวจอมบงการสะดุดรากไม้ล้มลุกคลุกคลานจนเข่าแตกเลือดอาบ ทว่าความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้กับความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจ เมื่อหันไปมองทางไหนก็มีแต่ภาพหลอนของวิญญาณแค้นและเสียงหัวเราะก้องกังวานในหัว "ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!" เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือของน้องสามีจอมเจ้าเล่ห์ดังขึ้นอย่างน่าสมเพช ขณะที่เขากำลังตะเกียกตะกายข้ามคูน้ำเน่าเสียข้างหมู่บ้านเพื่อหนีตาย สภาพของแต่ละคนดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก เสื้อผ้าเนื้อดีที่เคยสวมใส่เพื่อมาข่มขู่รังแกสองสามีภรรยา บัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนโคลนตมจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างแอบเปิดหน้าต่างมองเหตุการณ์ความวุ่นวายด้วยความหวาดผวา หลายคนจำต้องซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูและภาวนาไม่ให้เคราะห์ร้ายนั้นลามมาถึงบ้านของตนเอง แต่ไม่มีใครกล้าออกมายื่นมือช่วยเหลือตระกูลจ้าวเลยสักคน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าความหายนะครั้งนี้คือผลกรรมที่พวกมันก่อขึ้นเองจากการไปรังแก "คุณนายหมอผี" และสามีทหารหนุ่มผู้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา หลินจื่อเดินนำพันจ่ารบออกมาจนถึงเขตรั้วกั้นเขตอาคม เธอปักป้ายไม้แกะสลักอักขระโบราณลงบนพื้นดิน พร้อมกับร่ายคาถาเบาๆ เสียงกระซิบของเธอดังก้องสะท้อนไปทั่วอาณาบริเวณ ราวกับประกาศิตสวรรค์ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เขตที่ดินและอาณาจักรการค้าของตระกูลหลิน คือเขตปลอดคนจรและคนใจบาป ผู้ใดล้ำเส้นเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว จงเตรียมรับผลกรรมที่จะทำให้พวกแกต้องสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ลมหายใจ!" สิ้นเสียงประกาศ อัสนีบาตสายหนึ่งก็ผ่าลงมาที่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มคนพาลกับเขตรั้วบ้าน เกิดเป็นรอยแยกแผ่นดินลึกหลายเมตรและมีเปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นกั้นกลาง ราวกับกำแพงนรกที่ไม่มีวันข้ามผ่านได้ แม่ผัวจอมบงการที่ถูกไฟล้อมรอบกรีดร้องด้วยความสติแตก นางมองหน้าลูกชายและญาติๆ ที่ต่างหมดสภาพ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัว สุดท้ายพวกมันทั้งหมดจึงตัดสินใจหันหลัง วิ่งเตลิดหนีตายออกนอกเขตหมู่บ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ทิ้งไว้เพียงความอัปยศอดสูและชื่อเสียงที่ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี บรรยากาศรอบหมู่บ้านกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าความเงียบสงบในยามนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งชัยชนะและความมั่งคั่งที่กำลังจะเบ่งบาน หลินจื่อถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ งานทำความสะอาดบ้านเรือนและขับไล่ปลวกแมลงน่ารำคาญเสร็จสิ้นลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเปิดประตู "โรงครัวมิติ" เพื่อต้อนรับลูกค้าระดับพรีเมียมในตลาดมืด ยุค 80 นี้กำลังจะกลายเป็นยุคทองของเธออย่างแท้จริง พันจ่ารบโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล "จัดการพวกตัวน่ารำคาญเรียบร้อยแล้ว... เช่นนั้นคืนนี้ รางวัลที่ผมขอทวงจากภรรยา คือหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรลับในมิติของคุณนายสักถ้วย จะได้ไหมครับ?" หลินจื่อค้อนใส่สามีหนุ่มเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก "ปากหวานเสียจริงนะทหารหารของคุณนาย งั้นก็ตามใจคุณ... แต่ต้องช่วยฉันยกเตาถ่านก่อนนะ!" ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันกลับเข้าสู่ตัวบ้าน แสงไฟอบอุ่นจากเตาฟืนในโรงครัวส่องประกายลอดผ่านหน้าต่างไม้ สวนกระแสกับความหนาวเหน็บภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทว่า ในขณะที่หลินจื่อกำลังจะหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาจากมิติลับนั้นเอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ "ก๊อกๆๆ" ดังขึ้นอย่างหนักแน่น ท่ามกลางความวิเวกวังเวงของยามวิกาลที่ควรจะไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่แล้ว หลินจื่อชะงักมือที่กำลังถือมีดหั่นเนื้อ พันจ่ารบหรี่ตาลงทันที สัมผัสพิเศษของนายทหารหนุ่มบอกเขาว่า ผู้มาเยือนยามวิกาลรายนี้ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป และไม่ใช่คนพาลที่เพิ่งหนีไปอย่างแน่นอน เมื่อบานประตูกوไม้เก่าแก่ถูกเปิดออก แสงจันทร์สาดส่องกระทบเข้ากับร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลยุคปัจจุบัน ซึ่งยืนส่งยิ้มปริศนาอยู่หน้าประตู พร้อมกับยื่นนามบัตรสีทองอร่ามที่สลักชื่อหน่วยงานลับข้ามมิติส่งให้หลินจื่อ... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ และพรุ่งนี้เรามาลุ้นกันต่อว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%