กลิ่นไออุ่นของพริกหอมคั่วและน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ลอยอบอวลจนเกือบจะทะลุผนึกไม้สนของมิติโรงครัวออกมาด้านนอก หากแต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งเอร็ดอร่อยกับข้าวผัดกากหมูสูตรโบราณ เพราะเสียงเคาะประตูกระจกหน้ารถบรรทุกทหารจีเอ็มซีรุ่นเก่ากำลังดังขึ้นเป็นจังหวะสามช่าที่ชวนให้หงุดหงิด
"คุณนายหลินครับ... ทางข้างหน้าอีกสิบกิโลเมตรถึงเขตปริมณฑลชั้นในแล้วนะครับ ถ้าเรายังขับรถส่งผักดองและหมูสามชั้นพะโล้ด้วยสภาพนี้ เกรงว่าพวกสารวัตรทหารประจำด่านตรวจจะขอตรวจค้นลึกถึงกระบะหลังจริงๆ นะครับ"
พันจ่ารบ หันมาเอ่ยกับภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกทรงกระบอกกวาดมองไปทางกระจกมองข้างที่สะท้อนภาพหมอกควันสีเทาจางๆ ของตัวเมืองใหญ่ยุค 80 เมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องปูนเปลือยคละเคล้ากลิ่นควันถ่านหินและเสียงเครื่องยนต์สองจังหวะ
หลินจื่อ วางตะหลิวไม้ในมือลง ชายตามองกระจกเงาโบราณในมิติโรงครัวที่ตอนนี้สะท้อนภาพ "แม่ผัวจอมbงการ" ที่กำลังดิ้นพล่านอยู่ในห้องเก็บของมิติด้วยความแค้นเคือง นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้รอยยิ้มของอดีตหมอผีสาวดูมีเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
"ปล่อยให้พวกสารวัตรตรวจไปสิคะ เอ้ย... ไปสิครับ" หลินจื่อรีบปรับสรรพนามในใจเมื่อเหลือบมองสามีหนุ่มที่ปรายตามองมาด้วยความสงสัย "หมายถึงว่า... ถ้าพวกเขาอยากตรวจ ก็ปล่อยให้ตรวจไป แต่รับรองว่าในกระบะหลังรถบรรทุกคันนี้ จะไม่มีผักดองธรรมดาๆ หรือหมูพะโล้บ้านๆ ให้พวกเขาเจอแน่ๆ ครับ"
มือเรียวบางตวัดปัดอากาศเบาๆ คาถาพรางตาสายยันต์เก้าสวรรค์ถูกโปรยลงบนลังไม้สนบรรจุสินค้าล็อตใหญ่ อาณาจักรธุรกิจขนาดย่อมที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นจากเศษซากความยากจนในชนบท บัดนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงลิ่วและเต็มไปด้วยโอกาสมหาศาล
รถบรรทุกทหารพ่นควันดำทะมึกก่อนจะชะลอตัวลงหน้าตลาดค้าส่งใจกลางเมือง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง กลิ่นหอมเย้ายวนของ "เป็ดพะโล้สูตรโบราณตุ๋นยาจีนแปดชนิด" ที่หลินจื่อแอบเคี่ยวไว้ในหม้อวิเศษข้ามคืนก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน กลิ่นเครื่องเทศอบเชย โป๊ยกั๊ก และพริกไทยดำ ลอยละลิ่วไปตามสายลมหนาวพัดเข้าจมูกพ่อค้าแม่ขายและชาวเมืองที่เดินข้ามไปมาจนต้องหยุดฝีเท้า
"กลิ่นอะไรวะ... หอมชะมัด หอมแบบที่ไม่เคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อนในเมืองนี้เลย!"
เสียงอุทานของชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังเทียม ซึ่งดูจากท่าทางน่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในย่านตลาดสดดังขึ้น เขาเดินจมูกบานเข้ามาใกล้รถบรรทุกของพันจ่ารบ สายตาดุดันกวาดมองสำรวจคู่สามีภรรยาแปลกหน้าด้วยความระแวง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายและแววตานิ่งสงบของพันจ่ารบ
"พวกแกสองคนเป็นใคร มาจากไหน ถึงกล้าเอารถทหารมาจอดขายของเทอะทะขวางทางเข้าออกตลาดของฉัน รู้ไหมว่าที่นี่ใครคุม?" นักเลงใหญ่เอ่ยพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรถ มือหยาบกร้านเอื้อมไปหมายจะเปิดผ้าใบคลุมกระบะหลัง
ทว่า... ก่อนที่นิ้วมือหยาบนั้นจะสัมผัสโดนผืนผ้าใบ พันจ่ารบก็เคลื่อนตัวเข้ามาขวางไว้ด้วยความเร็วระดับทหารหน่วยรบพิเศษ มือแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
"ถอยมือสกปรกของแกออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้แกไม่ได้ใช้มันหยิบจับอะไรอีกตลอดชีวิต" เสียงทุ้มต่ำของพันจ่ารบเย็นยะเยือกราวกับลมอาร์กติก
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที พ่อค้าแม่ขายในละแวกนั้นต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว แต่หลินจื่อกลับเดินลงจากห้องโดยสารด้วยท่าทีสบายใจ นางสวมเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดสีครีมดูสะอาดสะอ้าน ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ... เอ้ย! ใจเย็นๆ ก่อนครับพี่ชาย" หลินจื่อแทรกตัวเข้ามาคั่นกลาง นางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "สามีฉันเป็นคนบ้านนอกคอกนา พูดจาไม่ค่อยเข้าหูคนเมืองเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องสินค้าในรถคันนี้ล่ะก็... ฉันรับรองว่าพี่ชายจะต้องเปลี่ยนใจจากการไล่พวกเรา เป็นการกราบเชิญพวกเราเข้าไปขายของข้างในแน่นอนค่ะ... ครับ!"
นางเกือบหลุดปากพูดภาษาถนัดอีกแล้ว แต่ก็แก้เกมได้อย่างแนบเนียน มือเรียวควักเอาโหลแก้วบรรจุ "น้ำพริกผัดกากหมูสูตรโบราณ" ที่เคลือบด้วยอคมเบาๆ ออกมาเปิดฝาให้เห็นจะๆ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูแห้งคั่วและกระเทียมเจียวใหม่ๆ พวยพุ่งเข้าจมูกนักเลงใหญ่คนนั้นเต็มๆ จนเขาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือจะคว้าโหลแก้ว
แต่หลินจื่อชักมือกลับทันที พร้อมกับรอยยิ้มที่ลึกล้ำชวนขนลุก
"ของอร่อยและวิเศษขนาดนี้ ไม่มีแจกฟรีหรอกนะคะ... ครับ ถ้าอยากได้ ต้องเป็นลูกค้ารายแรกของพวกเราในเมืองใหญ่แห่งนี้เท่านั้น!"
ในขณะที่การเจรจาธุรกิจกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดและน่าติดตาม ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาจากมุมตึกมืด พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดัง "แปะ... แปะ... แปะ..."
ร่างของชายชราในชุดสูทจีนโบราณสีดำสนิท ใบหน้าซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก แต่ดวงตากลับลึกโหลและมีประกายสีเขียวเรืองรองจางๆ เดินตรงเข้ามาหาหลินจื่อโดยไม่เกรงกลัวอำนาจของพันจ่ารบแม้แต่น้อย
"ไม่นึกเลยว่า... วิชาอาคมสายห้องครัวตระกูลหลิน จะยังมีคนรอดชีวิตหลงเหลือมาถึงเมืองใหญ่ได้ แถมยังกล้าอาจหาญเปิดร้านท้าทายเขตอาคมของ 'สมาคมหมอผีเงามืด' อย่างพวกเราซะด้วย..." ชายชราเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของกระดูกผี "แม่สาวน้อย... เธอคิดจริงๆ หรือว่าหอบหม้อข้าวหม้อแกงหนีมาหลบในเมืองนี้ แล้วจะรอดเงื้อมมือแม่สามีและพวกฉันพ้น?"
หลินจื่อหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า "สมาคมหมอผีเงามืด" แต่นางก็รีบตั้งสติ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันทีที่สัมผัสได้ถึงไอวิชาอาคมที่แผ่ออกมาจากตัวชายชราคนนั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ และพรุ่งนี้เรามาลุ้นกันต่อว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะครับ!
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 32
ก้าวสู่เมืองใหญ่
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!