คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 16

ความลับเรื่องมิติในคืนฝนตก

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ตราสัญลักษณ์นั่น... ไม่ใช่ของภูตผีพื้นบ้านทั่วไปหรอกครับ พันจ่ารบ" เสียงกระซิบของหลินจื่อลอดผ่านความมืดของห้องครัวมิติ ออกมาประสานกับเสียงฝนที่กำลังกระหน่ำซัดสาดหลังคาบ้านพักทหารในยุค 80 อย่างบ้าคลั่ง ภายใต้แสงตะเกียงเจ้าพายุสีส้มสลัว เงามือของเธอกำลังงละเลงพริกแห้งและเครื่องเทศสูตรลับลงบนกระทะเหล็กหล่อ เสียงฉ่าของน้ำมันหมูร้อนๆ กลิ่นหอมฉุนของขิง ข่า และพริกไทยเสฉวนพวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก หน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ของพันจ่ารบยืนนิ่งสนิท เสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน หยดน้ำไหลยศย้อยตามกรอบหน้าคมคายและสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นแรง ไม่ใช่ความหนเหน็บของสายฝนยามวิกาล หากแต่เป็น ‘ความจริง’ ที่เขาเพิ่งก้าวล่วงเข้ามาเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อครู่... ในขณะที่เขารีบวิ่งกลับมาจากลานหมู่บ้านเพื่อบอกข่าวเรื่องศพปริศนาหน้าทางเข้า เขากลับพลัดหลงเข้ามาในประตูไม้เก่าคร่ำคร่าหลังห้องเก็บฟืนโดยบังเอิญ ประตูที่ปกติมักจะล็อกไว้เสมอ แต่วันนี้มันกลับแง้มเปิดออก และพาทเขาหลุดเข้ามาสู่ดินแดนประหลาดที่เต็มไปด้วยชั้นวางวัตถุดิบเรืองแสง แปลงสมุนไพรวิญญาณ และเตาไฟโบราณที่ลุกโชนโดยไม่มีใครสุมฟืน เขารู้แล้ว... ว่าภรรยาตัวน้อยของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่แม่บ้านทหารย้ายตามสามีธรรมดาๆ หลินจื่อวางตะหลิวลง เธอนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ดวงตากลมโตคู่สวยหันกลับมาสบตากับสามี นัยน์ตาของเธอไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบและการยอมรับความจริงที่ถูกเปิดเผย ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดนับตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ บัดนี้ได้ถูกสายฝนและโชคชะตาฉีกกระชากออกจนหมดสิ้น "คุณกลัวผมไหม... จื่อเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำของพันจ่ารบเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาก้าวเท้าเดินเข้าหาภรรยาอย่างเชื่องช้า รองเท้าคอมแบทเปียกโคลนย่ำลงบนพื้นไม้สะอาด แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องความสกปรกในนาทีนี้ สายตาคมกริบของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว หลินจื่อเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางตักเนื้อตุ๋นพริกหอมกรุ่นใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีครามยื่นให้เขา "ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ใช่คนยุคนี้ เป็นหมอผีเฒ่าจากอนาคตที่บังเอิญวิญญาณหลุดเข้ามาสิงร่างเมียคุณ แถมยังใช้มิติลับนี่ต้มตุ๋นและเอาคืนพวกญาติใจร้ายของคุณ... คุณจะจับฉันส่งกองปราบ หรือจะเอาปืนมายิงฉันล่ะครับ พันจ่ารบ" น้ำเสียงของเธอเจือแววเย้าแห้งและท้าทายเล็กน้อยตามประสาคนสู้คน พันจ่ารบรับชามกระเบื้องมาจากมือภรรยา ไอความร้อนของอาหารพวยพุ่งกระทบใบหน้า แต่เขาไม่ได้สนใจชามเนื้อตุ๋นแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งวางชามลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังตุ่น ก่อนที่มือแกร่งคู่นั้นจะคว้าจับข้อแขนเรียวบางของหลินจื่อไว้แน่น แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาประชิดอกแกร่งที่ยังมีหยาดน้ำฝนหลงเหลืออยู่ "คุณบ้าหรือเปล่า หลินจื่อ" เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น "ผมสนที่ไหนว่าคุณมาจากไหน หรือคุณจะเป็นปีศาจจำแลงกายมา ผมรู้แค่ว่า... ตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ อาหารบนโต๊ะไม่เคยขาด มือคู่นี้คอยตบสั่งสอนพวกที่มารังแกผม และไออุ่นจากตัวคุณ... ทำให้บ้านหลังนี้มันเหมือน 'บ้าน' จริงๆ เสียที" หลินจื่อชะงักไป หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาจากการต่อสู้เอาตัวรอดในยุค 80 กลับกระตุกวาบอย่างแรง เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี เธอกลับพบแต่ประกายความคลั่งไคล้และความหวงแหนที่ลุกโชนยิ่งกว่าเตาไฟในโรงครัวมิติ "คุณ... ไม่รังเกียจฉันหรอกหรือ ที่ฉันมีวิชาอาคมประหลาด มีผีสางอยู่ในมิติ และมือคู่นี้เคยสาปแช่งคนจนกระอักเลือดมาแล้ว?" เธอถามย้ำ น้ำเสียงแฝงความเปราะบางที่หายากยิ่ง พันจ่ารบไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากของเธออย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน เป็นจูบที่ไม่มีความลังเล มีแต่ความโหยหาและการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน รสชาติเผ็ดร้อนของเครื่องเทศที่ติดอยู่ริมฝีปากของหลินจื่อผสมผสานไปกับความดุดันของชายชาติทหาร ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก เมื่อผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง พันจ่ารบก็ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าดุร้ายของเขากลายเป็นความหล่อเหลาชวนมองจนน่าหมั่นไส้ "รังเกียจหรือครับ? ผมกลับหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นต่างหาก... ว่าแต่ภรรยาครับ เรื่องศพปริศนาหน้าหมู่บ้านที่มีตราอาคมประหลาดนั่น ดูท่าทางจะมีคนจงใจส่ง 'ของขวัญ' มาท้าทายอำนาจคุณเมียถึงถิ่นเลยสินะครับ?" หลินจื่อหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที ความกลัวเรื่องความลับแตกสลายหายวับไปกับสายฝน เหลือเพียงสัญชาตญาณของหมอผีสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "อยากลองดีกับโรงครัวมิติของฉันงั้นสินะครับ... งั้นคืนนี้ เรามาทำเมนูพิเศษต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกันหน่อยดีกว่า" เธอกวักมือเรียกสามีให้เดินตามลึกเข้าไปในมุมมืดของมิติ ที่ซึ่งหม้อต้มยาพิษและสมุนไพรโบราณกำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของมนตราและความตื่นเต้นเร้าใจ ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูมิติเพื่อไปจัดการกับเงาลึกลับด้านนอก เสียงเคาะประตูกระแทกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากโลกภายนอก พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของแม่ผัวจอมบงการที่บุกมากลางดึกด้วยท่าทางน่าสยดสยอง— *“หลินจื่อ! นังสะใภ้สารเลว! แกซ่อนตัวผีอะไรไว้ในบ้าน เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ลูกชายฉันต้องตายแน่ๆ ถ้าแกไม่ยอมออกมารักษาเขา!”* หลินจื่อและพันจ่ารบหันขวับไปมองหน้ากันทันที เมื่อสบตากันเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับยมทูตก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางท่องมิติไปกับ "หมอผีวัยรุ่น" ครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%