เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันในยามวิกาล ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่หญิงสาวผู้ยืนอยู่หน้าเตาไฟแม้แต่น้อย หลินจื่อปรายหางตามองบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าที่สั่นระริกตามแรงกระแทกจากภายนอก ก่อนจะตวัดข้อมือโปรยผงอาคมสีชาดลงบนกระทะเหล็กหล่อที่กำลังส่งเสียงฉู่ฉ่า ควันสีขาวนวลลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม
"ปล่อยไว้แบบนั้นแหละครับคุณรบ เดี๋ยวพวกมันจะเข้าใจว่าเรากลัว" หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด ขณะใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อ
พันจ่ารบยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายกำยำของนายทหารหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าและกางเกงขายาว ท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่ประตูห้องครัวมิติก่อนจะหันกลับมาสบตาภรรยา ความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในแววตาเมื่อครู่เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นและดวงตาที่ทอประกายความรักอย่างปิดไม่มิด
"ผมไม่ได้กลัวพวกมันครับ... ผมแค่รำคาญเสียงเห่าหอนของพวกมันที่มารบกวนเวลาภรรยาทำอาหารต่างหาก" พันจ่ารบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง มือหนายื่นออกไปช่วยจัดแจงวางชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลายครามลงบนโต๊ะไม้ไผ่สานอย่างรู้ใจ
เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบหายไปแล้ว แทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบและเสียงฝีเท้าที่พยายามย่องเบา แต่สำหรับคนที่มีหูทิพย์และสัมผัสอาคมอย่างทั้งสองคนแล้ว มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าการตะโกนเรียก หลินจื่อแค่นหัวเราะในลำคอ แม่ผัวจอมบงการและพวกสมุนคงคิดว่าอาศัยความมืดในยามค่ำคืนของยุค 80 นี้ มาแอบสอดแนมหรือพยายามงัดแงะเข้ามาขโมยของดีในบ้านหลังนี้ได้ ช่างเป็นความโง่เขลาที่ไร้ขีดจำกัดเสียจริง
"อยากรู้นักว่าถ้าพวกมันเปิดประตูเข้ามาแล้วเจอ 'ของขวัญ' ที่ฉันเตรียมไว้ต้อนรับ จะยังทำหน้าลอย1หน้าลอยตาอยู่ไหม" หลินจื่อรินน้ำซุปสีอำพันเข้มข้นลงในชามควันฉุย กลิ่นหอมของพริกเสฉวนผสมผสานกับโสมป่ามิติเตะจมูกจนพันจ่ารบถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
นี่คือเมนูพิเศษ "เนื้อตุ๋นกระทะทองแดงสะท้านวิญญาณ" ที่ใช้วัตถุดิบชั้นยอดจากมิติโรงครัวสยองขวัญ นอกเหนือจากรสชาติที่อร่อยล้ำจนแม้แต่เชฟเหลภัตตาคารหลวงยังต้องก้มกราบแล้ว มันยังมีฤทธิ์ในการชำระล้างพลังงานด้านลบ และถ้าใครก็ตามที่มีจิตใจคิดร้ายพยายามเข้ามาแตะต้องอาหารจานนี้... พวกมันจะต้องชดใช้ด้วยอาการปวดท้องทรมานราวกับถูกไฟนรกแผดเผาไปเจ็ดวันเจ็ดคืน
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้เปิดออกอย่างเชื่องช้า เงาร่างสามร่างเบียดเสียดกันเข้ามาในความมืดของห้องครัว หลินจื่อไม่ได้หันกลับไปมอง เธอเพียงแต่ตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าววิเศษในมิติใส่ถ้วยส่งให้สามีด้วยท่าทางนิ่งสงบ
"ทานตอนร้อนๆ นะครับ จะได้มีแรงจัดการพวกเหลือบไรที่ชอบเข้ามาสร้างความรำคาญ" หลินจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มละมุนที่มุมปาก ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศชวนขนหัวลุกเบื้องหลังเสียเหลือเกิน
พันจ่ารบรับถ้วยข้าวจากมือภรรยา ปลายนิ้วสัมผัสกันเบาๆ สร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน เขาตักเนื้อตุ๋นชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติอันยอดเยี่ยม ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบไปมองผู้บุกรุกทั้งสามคนที่ยืนแข็งทื่ออยู่มุมห้อง
แม่ผัวจอมบงการหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อสบเข้ากับสายตาคู่นั้นของบุตรชาย ด้านข้างคือป้าสะใภ้จอมจุ้นที่อ้าปากค้าง น้ำลายสอด้วยความอยากอาหารจากกลิ่นที่ลอยเข้าจมูก แต่ขาทั้งสองข้างกลับขยับไม่ได้ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูอาคม
"คะ... คุณแม่ มาทำอะไรดึกดื่นค่ำคืนนี้หรือครับ?" พันจ่ารบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"แกลูกอกตัญญู! เมียแกมัน... มันทำของต่ำช้าอะไรในบ้าน ถึงได้ส่งกลิ่นเหม็นเน่า... เอ๊ย กลิ่นหอมขนาดนี้!" แม่ผัวแผדเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว แต่ดวงตากลับเหลือบมองชามเนื้อตุ๋นบนโต๊ะด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด
หลินจื่อวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบ เธอค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รอยยิ้มบนใบหน้าสวยคมไม่ได้ไปถึงดวงตา คมอาคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่สวยฉายประกายวาววับ
"กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นยาจีนชั้นดี กลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าในจมูกของคนใจบาปไปเสียแล้วหรือครับคุณแม่" หลินจื่อก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าผ้าใบกระทบพื้นไม้ส่งเสียงดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ถ้าอยากกินนัก ทำไมไม่บอกกันดีๆ ล่ะครับ? แต่เกรงว่า... อาหารมื้อนี้ คงไม่มีวาสนาพอให้คนจิตใจสกปรกได้ลิ้มลองหรอกนะ"
สิ้นคำพูดของหญิงสาว อากาศภายในห้องครัวก็พลันลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากปาก เปลวไฟบนเตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตชั่วขณะ เงาดำประหลาดนับสบายนับปรากฏขึ้นตามมุมห้อง ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ได้ยินเพียงแค่คนจิตใจสกปรกเท่านั้น
แม่ผัวและสมุนทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกค้อนทุบ น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่พันจ่ารบยังคงนั่งนิ่งทานข้าวอย่างไร้ความกังวล ราวกับภาพตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์ข้างทางที่น่าเบื่อ
หลินจื่อโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูแม่ผัวที่ตัวสั่นเทครงอเป็นกุ้ง "จำเอาไว้นะครับ... ถ้าครั้งหน้ากล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของฉันอีก สิ่งที่พวกคุณจะต้องจ่าย จะไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดชั่วคราว... แต่อาجจะเป็นวิญญาณครึ่งหนึ่งของพวกคุณเอง"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมด้วยแสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องครัว
"คุณนายหลิน! พันจ่ารบ!แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานหมู่บ้าน มี... มีคนพบศพปริศนาส่งกลิ่นประหลาดนอนขวางทางเข้าออกหมู่บ้าน แถมบนตัวศพยังมีตราสัญลักษณ์อาคมประหลาดเหมือนกับที่บ้านของคุณเลย!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 15
อาหารมื้อแรกกับสามี
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!