"เสียงเคาะกะโหลกแห้งๆ สามทีกับรอยขูดขีดบนตัวถังรถบรรทุก นั่นคือภาษาสนทนาของพวกวิญญาณเร่ร่อนที่อยากลิ้มลองรสชาติความเผ็ดร้อนของโลกมนุษย์ครับคุณผู้กอง..."
หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอยืนพิงกรอบประตูหน้ากองอำนวยการหมู่บ้านในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมสีครีม มือเรียวข้างหนึ่งกำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุ “หม่าล่าทั่ง” ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งตัดกับอากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนของยุค 80 อย่างชัดเจน
เบื้องหน้าของเธอคือเงาสีเทาทึบทะมึนกว่าสิบร่างที่กำลังยืนล้อมรอบรถบรรทุกสินค้าล็อตแรกของเธอไว้ ดวงตาของพวกมันโหลกลวงแต่กลับเปล่งประกายความอยากกระหายอย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่ความอยากกินเลือดเนื้อ แต่มันคือความโหยหา ‘รสชาติ’ ของอาหารฝีมือมนุษย์ที่พวกมันไม่ได้สัมผัสมานานนับทศวรรษ
พันจ่ารบก้าวเท้าเข้ามาขนาบข้างภรรยาโดยสัญชาตญาณ มือหนาของนายทหารหนุ่มวางทาบบนด้ามปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ แม้ใบหน้าคมเข้มจะฉายแววดุดันและตื่นตัว แต่เมื่อเหลือบมองภรรยาตัวน้อยที่ยังคงยืนกินลูกชิ้นปิ้งอย่างสบายใจเฉิบ ความเกร็งขึงในกล้ามเนื้อของเขาก็ผ่อนคลายลงครึ่งหนึ่งโดยปริยาย
"พวกเขาไม่ได้มาทำร้ายพวกเราใช่ไหมครับที่รัก" พันจ่ารบกระซิบถามต่ำๆ สัมผัสพิเศษของเขาบอกชัดเจนว่าเงาเหล่านี้ไม่มีจิตสังหาร มีเพียงความตะกละตะกลามระดับวิกฤตเท่านั้น
"ทำร้ายเหรอคะ... เอ๊ย! ทำร้ายเหรอครับ" หลินจื่อเกือบหลุดปากผิดสำนวน เธอยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พลางยกตะเกียบชี้ไปยังร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม "พวกเขาก็แค่ลูกค้ากระเป๋าหนักในตลาดมืด... ตลาดมืดจริงๆ เสียด้วยสิครับ"
ทันใดนั้นเอง หลินจื่อก็วางถ้วยหม่าล่าลงบนฝากระโปรงรถ เธอสะบัดข้อมือเบาๆ อาคมชำระวิญญาณถูกปลดปล่อยออกไปเป็นละอองแสงสีทองจางๆ คลุมร่างของผีเร่ร่อนเหล่านั้น พร้อมกับหยิบ “ตั๋วแลกเงินกระดาษเผา” ที่เธอทำขึ้นเองจากมิติโรงครัวออกมาโบกสะบัด
"ฟังทางนี้ให้ดีนะพี่น้องวิญญาณ! ของในรถคันนี้ไม่ใช่ของแจกฟรี อยากกินหม่าล่าหม้อไฟสูตรลับ หรือหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงละลายในปากของฉัน... ต้องใช้ ‘ของมีค่า’ มาแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นหยกโบราณฝังดิน เครื่องเงินชำรุด หรือแม้แต่กระดาษเงินกระดาษทองคุณภาพดี... เชิญเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัยครับ!"
สิ้นเสียงประกาศของหลินจื่อ บรรดากองทัพผีเร่ร่อนที่เคยยืนทื่อเป็นตอไม้ กลับกรูเข้าไปรุมล้อมท้ายรถบรรทุกราวกับซอมบี้แย่งชิงสมอง แต่ความจริงคือพวกมันพยายามควักเอาเครื่องประดับเก่าแก่ สมบัติที่ฝังไว้กับตัว หรือแม้แต่เหรียญเงินโบราณสมัยราชวงศ์Qing ออกมาวางกองบนพื้นเพื่อแลกกับกล่องอาหารพลาสติกทนความร้อนที่หลินจื่อผลิตขึ้นจากมิติพิเศษ
พันจ่ารบยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ ภรรยาของเขานอกจากจะปราบผีได้แล้ว ยังเปิดตลาดนัดยามวิกาลให้วิญญาณเร่ร่อนกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ได้อีกด้วย นี่มันอัจฉริยะทางการค้าระดับชาติชัดๆ!
เวลาผ่านไปเพียงชั่วเคี้ยวหมากคำเดียว อาหารทำมือรสชาติจัดจ้านนับร้อยกล่องบนรถบรรทุกถูกกวาดเกลี้ยงจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปหยดเดียว เหล่าวิญญาณต่างพากันพungพุงกางด้วยความอิ่มเอม บางร่างถึงกับร้องเพลงฮัมอย่างมีความสุขก่อนจะจางหายกลับสู่ดินแดนของตน พร้อมทิ้งกองสมบัติโบราณมูลค่ามหาศาลไว้เบื้องหลัง
หลินจื่อทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นเพื่อคัดแยกสมบัติล้ำค่าเหล่านั้น รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าหวานอย่างปิดไม่มิด ทรัพย์สินเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดสร้างอาณาจักรธุรกิจในยุค 80 ให้สะเทือนเลื่อนลั่นอย่างแน่นอน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หลินจื่อกำลังก้มลงเก็บกล่องกระดาษเปล่ากล่องสุดท้าย พันจ่ารบก็พลันชะงักกึก สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองไปที่ความมืดสนิทตรงหัวมุมถนนใกล้กองอำนวยการ
เงาดำสายหนึ่งไม่ได้จางหายไปไหน... แต่มันกำลังยืนจ้องมองพวกเขาด้วยรังสีอำมหิตที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก
"จื่อ... ตั้งสติหน่อยครับ" เสียงกระซิบของพันจ่ารบสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวผี แต่เป็นเพราะเขาจำเงาร่างนั้นได้แม่นยำ
"นั่นมัน... แม่ของคุณนี่ครับ!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 6
สินค้าล็อตแรกในตลาดมืด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!