เสียงทุบโต๊ะไม้สนลั่นเปรี้ยง จนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนตู้กับข้าวสั่นสะเทือน กลิ่นไอน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อมที่เคี่ยวมาตั้งแต่ยามดึกยังคงลอยอวลอยู่กลางห้องโถงแคบๆ ของบ้านพักทหาร แต่บรรยากาศภายในกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาวปี 1982
"นั่นมัน... แม่ของคุณนี่ครับ!"
คำพูดของหลินจื่อยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพันจ่ารบ นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งค้างอยู่กึ่งกลางห้อง ดวงตาคมกริบที่เคยผ่านสนามรบมาโชกโชนฉายแววสับสนระคนตกใจ เขามองสลับระหว่างร่างระหงของภรรยาที่ยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว กับเงาร่างท้วมของมารดาบังเกิดเกล้าที่ยืนเท้าสะเอวจังก้าอยู่หน้าประตูบ้านด้วยใบင်းบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาปีปีแบบนี้กับฉัน!" เสียงแหลมสูงของแม่ผัวจอมบงการแผดก้องทะลุผนังปูนเก่าๆ จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้า "ฉันเป็นแม่นะ! ข้าวก้นหม้อที่แกกิน ผัวที่แกได้นอนกอด มันก็มาจากน้ำมือฉันทั้งนั้น! คิดจะแยกบ้านเหรอ? ฝันไปเถอะ! จนกว่าแกจะคายเงินสะสมทั้งหมดและโฉนดแปลงนั้นออกมา!"
หลินจื่อไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ฉาบไว้ด้วยความเย็นชา ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายแสงสีทองจางๆ สะท้อนกลิ่นอายอาคมโบราณที่กักเก็บไว้ในมิติโรงครัวสยองขวัญในห้วงจิตสำนึก มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบตะหลิวเหล็กด้ามดำขึ้นมาควงเล่นเบาๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
"เงินสะสมหรือครับ? หรือว่าเงินเบี้ยเลี้ยงทหารของสามีฉัน ที่คุณแม่คอยมาไถออกไปทุกๆ ต้นเดือนเพื่อเอาไปเล่นการพนันใต้ดินกับพวกเจ๊กฝั่งตลาดมืด?" หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าซาก "ส่วนโฉนดที่ดิน... นั่นเป็นมรดกตกทอดฝั่งบรรพบุรุษของพี่รบต่างหากครับ ไม่ใช่สมบัติงอกเงยที่ร่วงลงมาจากฟ้าให้ใครหน้าไหนมาฮุบเอาไปตามอำเภอใจ"
"แก... นังสะใภ้ตัวซวย!" ผู้เป็นแม่พุ่งเข้ามาหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะได้สัมผัสอากาศเบื้องหน้า ร่างของนางก็พลันชะงักกึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหลักศิลา แรงกดดันวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากตัวของหลินจื่อ ลมพัดกรรโชกเข้ามาในห้องทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ชั่วพริบตา
พันจ่ารบเห็นท่าไม่ดี รีบก้าวเท้าเข้ามาขวางมารดาไว้ทันที ร่างหนาของนายทหารหนุ่มแผ่ไอสังหารออกมาโดยไม่รู้ตัว เขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีความลับบางอย่างที่ลึกล้ำ และเขาก็พร้อมจะปกป้องเธอจากทุกคน แม้กระทั่งคนให้กำเนิด
"แม่ครับ พอแค่นี้เถอะครับ" เสียงของพันจ่ารบทุบทำลายความเงียบ น้ำหนักเสียงหนักแน่นและเย็นชาจนผู้เป็นแม่ถึงกับสะอึก "ถ้าแม่ยังยืนกรานจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตครอบครัวของเราอีก ผมคงต้องทำตามกฎระเบียบของกองทัพและตัดขาดการพึ่งพิงอย่างเป็นทางการ"
"แก... แกกล้าเนรคุณแม่รึไอ้ลูกอกตัญญู!"
"ผมไม่ได้เนรคุณครับ แต่ผมเลือกที่จะปกป้องบ้านของตัวเอง" หลินจื่อกล่าวแทรกขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว แววตาของเธอเยียบเย็นจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด "ถ้าอยากได้การแยกบ้านแบบสันติ เรามีข้อตกลงกันสามข้อครับ... ข้อแรก ตัดขาดบัญชีการเงินเด็ดขาด คุณแม่จะไม่ได้รับเงินจากพวกเราอีกแม้แต่เหมาเดียว ข้อที่สอง ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นที่พวกเราหามาด้วยหยาดเหงื่อ จะไม่มีวันตกเป็นของใครหน้าไหนทั้งสิ้น และข้อสุดท้าย..."
หลินจื่อหยุดเดิน เธอยกยิ้มมุมปากก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ไอหมอกสีดำจางๆ ม้วนตัวขึ้นจากพื้นห้องก่อรูปเป็นอักขระโบราณลอยวนอยู่กลางอากาศ
"...ถ้าใครกล้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว วิญญาณบรรพบุรุษที่ท่านมักจะอ้างถึง คงต้องตื่นขึ้นมาทวงถามบัญชีแค้นด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที แม่ผัวหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด นางถอยกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู ก่อนจะชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคืองแล้วหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดของตรอกซอกซอยหมู่บ้านทหาร
หลินจื่อถอนหายใจเบาๆ เธอกลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับสามีหนุ่มที่ยังคงยืนมองเธอด้วยสายตาซับซ้อน เขารู้ว่าเธอเก่งกาจ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเด็ดขาดและน่าเกรงขามได้ถึงเพียงนี้
"คุณเหนื่อยไหมครับ..." พันจ่ารบเอ่ยถามเสียงแผ่ว พร้อมกับเอื้อมมือหนามาหมายจะกุมมือเรียวของภรรยา
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและชวนขนลุก
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หลินจื่อขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสพิเศษจากมิติโรงครัวส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับสีแดง พลังงานวิญญาณที่อยู่นอกประตูปะทะเข้ามาในโสตประสาทจนน่าสะอิดสะเอียน มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ และก็ไม่ใช่ภูตผีเร่ร่อนทั่วไป
พันจ่ารบชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณทหารตื่นตัวเต็มพิกัด เขาก้าวไปบังร่างภรรยาไว้มิดชิด ก่อนจะเอื้อมมือไปกระชากกลอนประตูไม้ให้เปิดออกผาง
เบื้องหน้าความมืดมิดของยามวิกาล ไม่มีร่างของมนุษย์ยืนอยู่เลยแม้แต่เงา... มีเพียง "ตะกร้าไม้สานเก่าคร่ำคร่าวางอยู่บนพื้น" ภายในนั้นส่งกลิ่นหอมหวลยวนใจของ "พะโล้สูตรโบราณ" ที่ส่งควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ทว่า... สิ่งที่ประดับอยู่เคียงข้างหม้อดินเซรามิกในตะกร้านั้น กลับเป็น "เส้นผมสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ" ที่ยังคงขยับไหวรากับมีชีวิต!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความระทึกขวัญและกลิ่นอายความอร่อยในบทนี้ด้วยกันนะครับ
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 7
ข้อตกลงการแยกบ้าน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!