คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 9

เมื่ออาคมเปลี่ยนของเก่าให้เป็นทอง

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงฟาดเหล็กกระทบก้อนศิลาในเตาถ่านดัง *เคร้ง!* สนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟสีส้มแดงพวยพุ่งแตกกระจายราวกับดอกไม้ไฟยามค่ำคืน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านมณฑลเหนือที่ยืนอออยู่เต็มลานหน้าบ้าน "พะ... พันจ่ารบ นั่นมันเตาหลอมบ้านเจ้าจริงหรือ เหตุใดเนื้อเหล็กถึงได้ไร้สนิมและมีความยืดหยุ่นประหลาดเช่นนี้!" เฒ่าแก่ซ่ง ช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้านผู้มีประสบการณ์มาครึ่งค่อนชีวิต อ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งใบ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองก้อนเหล็กกล้าสีดำสนิทที่เพิ่งถูกดึงขึ้นมาจากถังน้ำเย็นจัด มันไม่ใช่เหล็กกล้าผุกร่อนจากซากรถไถนาเก่าๆ อย่างที่ทุกคนเห็นเมื่อวาน หากแต่มันคือ "มีดเดินป่าอเนกประสงค์" ทรงกะทัดรัด คมกริบสะท้อนแสงไฟวับวาว น้ำหนักเบาจนน่าตกใจ และที่สำคัญ... มันสลักลวดลายเกล็ดมงคลโบราณที่ต่อให้ช่างฝีมือหลวงก็ยังต้องยอมกราบ หลินจื่อส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอใช้ผ้ากันเปื้อนสีมอซอเชิ้ตแขนยาวปาดเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างลวกๆ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์เปี่ยมภูมิ "ก็ของดีราคาถูกจากแดนไกลน่ะสครับเฒ่าแก่ซ่ง... พอดีสามีของฉันเขาบังเอิญไปเจอลังไม้ผุๆ ที่กองขยะหลังค่ายทหารเก่าเมื่อหลายปีก่อน นำมาขัดสนิมแล้วใช้ ‘เคล็ดลับโบราณ’ ของตระกูลขัดเกลาเสียหน่อย ถึงได้ออกมาเป็นเหล็กกล้าชั้นดีแบบนี้ไงล่ะครับ" คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่ฟังดูมีน้ำหนักด้วยหลักฐานคาตา ทำให้ไม่มีใครกล้าซักไซ้ต่อ พันจ่ารบที่ยืนกอดอกตีสีหน้าขรึมอยู่ข้างกายภรรยา ส่งเสียง *หึ* ในลำคอเสริมบารมี ความดุดันน่าเกรงขามของนายทหารหนุ่มทำให้ชาวบ้านที่คิดจะเอ่ยปากถามตื่นกลัวจนต้องกลืนน้ำลายลงคอ ไม่มีใครรู้หรอกครับว่า... มีดเหล็กกล้าไร้สนิมนั่น ไม่ได้มาจากซากรถไถนาหรือกองขยะที่ไหนเลย แต่มันคือมีดเดินป่าพับได้ยี่ห้อดังจากศตวรรษที่ 21 ที่หลินจื่อแอบหยิบมาจากคลังสมบัติใน "มิติโรงครัวสยองขวัญ" ของเธอเอง! เมื่อวานตอนที่แม่ผัวจอมบงการอย่างนางกุ้ยฮวาบุกมาอาละวาดถึงหน้าบ้าน หวังจะฮุบเสบียงข้าวสารและเงินหยวนที่เธอเพิ่งหามาได้ หลินจื่อไม่ได้แค่ใช้ยันต์อาคมไล่ตะเพิดอีกฝ่ายกลับไปจนวิ่งปัสสาวะราดเท่านั้น แต่เธอยังปิ๊งไอเดียทำมาหากินครั้งใหญ่ขึ้นมาได้... ในยุค 1980 ที่ข้าว้าหายาก สินค้าอุตสาหกรรมยังล้าหลัง และประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปิดประเทศ อะไรจะทำเงินได้ดีไปกว่าการเอา "นวัตกรรมอนาคต" มาแปลงโฉมเป็น "ของโบราณหายาก" เล่าครับ! "ภรรยาจ๋า... ข้าว่าเจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ หน้าแดงหมดแล้ว" พันจ่ารบเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหันมามองภรรยา มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อให้อย่างทะนุถนอม สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลจนคนโสดรอบลานบ้านต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอิจฉา "ฉันยังไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ๊ย! ผมยังไม่เหนื่อยหรอกครับคุณพี่" หลินจื่อเกือบหลุดปากพูดสำเนียงยุคปัจจุบันออกมาเสียแล้ว เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้ตัวแทบไม่ทันพลางค้อนขวับใส่สามีรูปหล่อที่แอบอมยิ้มมุมปาก งานนี้ไม่ใช่แค่มีดเดินป่าเล่มเดียวหรอกนะครับที่ถูกนำมา "ชุบชีวิตใหม่" ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน ภายในห้องครัวหลังบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ หลินจื่อจัดการเปิดมิติลับดึงเอา "กระติกน้ำเก็บความร้อนสแตนเลส" ยุคปัจจุบัน ออกมาขัดล้างจนคราบพลาสติกและสติกเกอร์บาร์โค้ดหายเกลี้ยง จากนั้นจึงใช้ผงถ่านอาคมผสมยางไม้โบราณพอกทับ ลวดลายสเตนเลสมันวาวจึงกลายเป็น "กระบอกน้ำหยกโบราณเก็บอุณหภูมิ" ที่ดูราวกับสมบัติล้ำค่าของฮ่องเต้ราชวงศ์หมิง! นอกจากนี้ยังมี ไฟแช็กแก๊สแบบเติมได้ ที่ถูกซ่อนไว้ในปลอกไม้แกะสลักลายวิจิตร กลายเป็น "หินเพลิงสวรรค์" ที่จุดไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ขี้เลื่อยหรือเหล็กกระทบหินให้เสียเวลา "ถ้าเอาของพวกนี้ไปวางขายที่ตลาดมืดเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้... รับรองว่าพวกพ่อค้าคนกลางและพวกนายทุนกระเป๋าหนักต้องแย่งกันจนหัวแตกแน่ๆ ครับ" หลินจื่อกระซิบกระซาบกับสามีขณะช่วยกันตรวจนับสินค้าล็อตแรกที่จัดเตรียมไว้ พันจ่ารบพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง มือแกร่งหยิบกระบอกน้ำสแตนเลสแปลงโฉมขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "ข้าจะตามประกบเจ้าไม่ห่าง ตลาดมืดช่วงนี้พวกสายตรวจคอมมิวนิสต์เริ่มเข้มงวด หากมีใครกล้ากดราคาหรือคิดไม่ซื่อกับเจ้า ข้าจะหักคอพวกมันเรียงตัวเลย" น้ำเสียงดุร้ายของสามีไม่ได้ทำให้หลินจื่อรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกันเธอกลับรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ... นี่แหละครับเสน่ห์ของสามีในนามที่ระบบมิติส่งมาให้ ต่อหน้าคนอื่นเขาคือพญายม แต่ลับหลังเขาคือทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่พร้อมจะถวายหัวให้เธอคนเดียว! เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตลาดมืดลับริมแม่น้ำชิงหลิว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมและกลิ่นอายความระแวดระวัง พ่อค้าแม่ค้าต่างตั้งแผงขายของใต้ผ้าใบสีดำ หลบๆ ซ่อนๆ จากสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ทว่า... แผงค้าของสองสามีภรรยาตระกูลหลินกลับกลายเป็นจุดสนใจที่สุดในย่านนั้นอย่างรวดเร็ว "นี่มัน... กระบอกน้ำโอสถโบราณจริงหรือน้องสาว?" ชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยเสื้อสูทสากลเนื้อดี สวมหมวกปานามาปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาขณะประคองกระบอกน้ำสเตนเลสแปลงโฉมไว้ในมือ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของน้ำสมุนไพรด้านในที่ยังคงรักษาอุณหภูมิไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม หลินจื่อแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร แววตาฉายความฉลาดเฉลียวออกมาอย่างปิดไม่มิด "เรียนคุณท่าน นี่คือสมบัติของตระกูลขุนนางตกยากที่บรรพบุรุษเก็บรักษาไว้ในถ้ำลึกครับ มันไม่ใช่แค่กระบอกน้ำธรรมดา แต่ทำจากแร่เหล็กไหลสวรรค์ ช่วยขับพิษและรักษาโรคได้ หากท่านนำไปใส่ชาสมุนไพรดื่มทุกเช้า อายุขัยจะยืนยาวขึ้นอีกสิบปีเชียวคราบ..." เธอยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดีด้วยซ้ำ ชายสวมหมวกปานามาก็ตบโต๊ะเสียงดังลั่น "ข้าซื้อ! เจ้านี่ราคาเท่าไหร่ ว่ามาเลย! ข้าให้สามร้อยหยวน!" เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบด้าน สามร้อยหยวนในยุค 1980 นั้นมากมายมหาศาล มากพอที่จะซื้อบ้านหลังย่อมๆ ได้ทั้งหลังเลยทีเดียว! ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่มามุงดูต่างอ้าปากค้างด้วยความอิจฉา หลินจื่อยังไม่ทันได้เอ่ยปากรับเงิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้บรรยากาศในตลาดมืดสะดุดกึกลงทันที "เฮ้ย! ทำอะไรกันตรงนี้วะ! ตั้งแผงขายของเถื่อนฝ่าฝืนกฎพรรค ชักจะกำแหงใหญ่แล้วนะ!" ร่างท้วมของ "ผู้ใหญ่บ้านจาง" พร้อมด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและสารวัตรกำนัน เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าอ้วนกลมขึ้นสีแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและอำนาจในมือ สายตากวาดมองสินค้าบนแผงของหลินจื่อด้วยความโลภอย่างไม่ปิดบัง "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็สะใภ้บ้านตระกูลหลินกับไอ้ทหารตกอับนี่เอง ขนของอะไรมาขายวะเนี่ย ไหน เอามาให้หมด! ข้อหาค้าขายผิดกฎหมาย ยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้ากองกลางหมู่บ้าน!" ผู้ใหญ่บ้านจางยื่นมือหนาคว้าหมับไปที่กล่องไม้ใส่มีดเดินป่าทันที แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่นิ้วอ้วนๆ จะสัมผัสโดนตัวสินค้า ร่างของหลินจื่อก็ขยับวูบอย่างรวดเร็วราวดอกไม้ไหวในสายลม มือเรียวบางสะบัดออกเบาๆ พร้อมกับท่องคาถาอาคมบทสั้นที่แม่ผัวและคนในหมู่บ้านไม่เคยลืมเลือน *เพียะ!* เสียงสะท้อนก้องกังวานราวกับถูกเหล็กกล้าฟาดลงบนฝ่ามือ ผู้ใหญ่บ้านจางสะดุ้งโหยงร้องจ๊ากออกมาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ ฝ่ามือของเขากลับพุพองขึ้นเป็นสีแดงสดราวกับถูกน้ำร้อนลวก ทั้งที่ยังไม่ได้แตะต้องอะไรเลย! "อ๊ากกก! มือฉัน! มือฉันเป็นอะไรวะเนี่ย!" ผู้ใหญ่บ้านจางดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด พันจ่ารบก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็งไปยังผู้ใหญ่บ้านและพวกพ้อง "ใครบังอาจแตะต้องของๆ เมียกู... มือกلับบ้านไปคงต้องเตรียมโลงศพรอไว้ได้เลย" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด คนในตลาดมืดต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ผู้ใหญ่บ้านจางหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวดและความกลัว แต่สายตายังไม่ละความโลภ เขาชี้หน้าหลินจื่อแล้วตะโกนลั่น "มึง... มึงใช้วิชาภูตผีปีศาจ! คอยดูเถอะ กูจะไปฟ้องกองกำลังปฏิวัติมาจับพวกมึงเข้าคุกฐานทำไสยศาสตร์มนต์ดำ!" หลินจื่อหาได้สะท้านสะเทือนไม่ เธอแย้มยิ้มเย็นเยียบพลางหยิบกระติกน้ำสเตนเลสขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้านจางถึงกับหน้าถอดสี "จะไปฟ้องใครก็เชิญตามสบายนะคะท่านผู้ใหญ่... แต่ก่อนไป ดูข้างหลังท่านเสียก่อนเถอะว่าใครมา?" ผู้ใหญ่บ้านจางสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับกลับไปมองตามคำบอกของหญิงสาวทันที ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่กองกำลังปฏิวัติอย่างที่เขาขู่ไว้ แต่เป็นร่างสูงสง่าของ "นายอำเภอคนใหม่" ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเกลียดการทุจริตเข้ากระดูกดำ กำลังยืนกอดอกจ้องมองพฤติกรรมของเขาอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบด้วยแววตานิ่งสนิท! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความระทึกขวัญและกลิ่นอายความอร่อยในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%