คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 11

เมนูเด็ดมัดใจคนเมือง

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงกว้านเหล็กและตะหลิวทองแดงกระทบกันดัง *เคร้ง!* กังวานสะท้านไปทั่วห้องครัวมิติ มันไม่ใช่เสียงทำอาหารธรรมดา แต่เป็นจังหวะที่หลินจื่อใช้กะmpุมคายมหาเวทผนึกพลังหยินลงไปในน้ำมันหมูอุณหภูมิสูงปรี๊ด "ถ้าแม่ผัวตัวดีกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าบ้านอีกคำเดียว ผมจะเอาปืนพกประจำกายออกไปยิงขู่ไล่หมอกผีข้างบ้านให้กระเจิงเสียเลยนะครับ จื่อจื่อ" พันจ่ารบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบแบบชายชาติทหารฉายแววดุดัน เขาไม่ได้พูดเล่น มือหนาใหญ่ที่ผ่านการจับปืนและถือดาบกำลังช่วยเฝ้าเตาถ่านฟืนแดงฉาน กลิ่นเครื่องเทศจีนยี่สิบเก้าชนิดอบอวลผสมกับกลิ่นไอของวิญญาณอาฆาตที่ถูกสยบไว้ใต้ก้นกระทะเหล็กหล่อโบราณ หลินจื่อไม่ตอบทันที หญิงสาวปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากด้วยหลังมือ ดวงตาเรียวคมกวาดมองชิ้นหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมจากมิติพิเศษ ที่มีความหนาพอเหมาะ ชั้นเนื้อและชั้นมันแทรกตัวสลับกันราวกับงานศิลปะชั้นครู นางเพิ่งผ่านพิธีกรรม "ต้มสยบวิญญาณ" ด้วยการนำหมูลงไปเคี่ยวกับรากผักชี กระเทียมดอง และน้ำปลาแท้จากยุค 80 นานถึงสองชั่วโมงเต็ม จนเนื้อหนังนุ่มเปื่อยแต่หนังยังคงความเด้งดึ๋ง ทว่าความลับยังไม่หมดแค่นั้น... นี่คือ "หมูกรอบมิติ" ที่ต้องผ่านกระบวนการทอดในน้ำมันที่เคลือบด้วยอักขระคาถาไล่ผี เพื่อให้หนังหมูกรอบฟูฟ่องราวกับแผ่นกระจก แต่เนื้อข้างในยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอสสูตรลับเฉพาะตัว "ใจเย็นก่อนสิคะ เอ้ย... พี่รบ" หลินจื่อเกือบเผลอหลุดปากผิดสำนวน นางรีบปรับเสียงให้เป็นปกติแล้วส่งค้อนวงใหญ่ให้สามีหนุ่มรูปหล่อที่ทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าบ้านคอยแยกเขี้ยวใส่ทุกคนที่เข้าใกล้โรงครัว "เราไม่ได้จะไปรบกับใครเสียหน่อย วันนี้เรามาทำมาหากิน ยกระดับฐานะครอบครัวในยุค 1980 ให้พวกตระกูลสามีที่เคยเหยียดหยามเราต้องตาค้างต่างหากล่ะคะ เอ้ย... ต่างหากล่ะครับ" นางเผลอตัวกับสรรพนามอีกแล้ว ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทักท้วง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากหยักลึก เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างบาง กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นควันไฟจางๆ ทำให้หลินจื่อรู้สึกอุ่นวาบในอกอย่างประหลาด ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและผู้คนอดอยากปากแห้ง การมีสามีที่ทั้งคลั่งรักและพร้อมปกป้องภรรยาจากวิญญาณร้ายและญาติมารหัวขน ถือเป็นโชคลาภที่ยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว่าถูกลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง *ฉ่ากกกกก!* เสียงชิ้นหมูสามชั้นที่ผ่านการจิ้มหนังจนพรุนและทาน้ำส้มสายชูกับเกลือจนแห้งสนิท ร่วงลงสู่กระทะน้ำมันเดือดพล่าน ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งที่ระเบิดตัวออกราวกับคลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณ กลิ่นหอมของหนังหมูทอดกรอบผสมผสานกับเครื่องเทศและมนต์คาถา ลอยทะลุกำแพงมิติออกไปปะทะกับลมหนาวของหมู่บ้านทหารในยามพลบค่ำทันที! เพียงไม่กี่วินาที เสียงฝีเท้าเร่งรีบของเพื่อนบ้านและคนในละแวกนั้นก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านพัก "กลิ่นอะไรวะ... หอมชิบหาย! หอมจนไส้ในผมกิ่วหมดแล้ว!" เสียงตะโกนของจ่าสมชาย เพื่อนบ้านจอมเสือกดังลั่นมาจนถึงในครัว ตามด้วยเสียงสูดปากกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แม่ผัวจอมบงการที่เพิ่งโดนมนต์บท "ตดทะลวงทวาร" ไปเมื่อวาน เดินกะโผลกกะเผลกหน้าตา 
เขียวคล้ำเพราะอดนอนเข้ามาใกล้รั้วบ้าน นางพยายามจะด่าทอตามนิสัยเดิม แต่เมื่อกลิ่นหมูกรอบมิติปะทะเข้ากับจมูก สมองส่วนที่เหลือความหิวโหยก็สั่งการให้น้ำลายสอพรั่งพรูออกมาโดยไม่20ควบคุม นางอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน หลินจื่อตักหมูกรอบสีทองอร่ามขึ้นมาวางบนตะแกรง เสียง *กรอบ!* เบาๆ ตอนที่ของมีคมกระทบกับหนังหมู ทำเอาคนที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้านถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อกจนได้ยินชัดเจน หญิงสาวหั่นหมูกรอบเป็นชิ้นพอดีคำ ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับน้ำมันใสที่ซึมออกมาเล็กน้อย นางราดด้วยซีอิ๊วดำหวานเคี่ยวเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงและพริกไทยป่นคั่วใหม่ๆ กลิ่นหอมนี้รุนแรงเสียจนวิญญาณเร่ร่อนในรัศมีสามกิโลเมตรยังต้องลอยมาออกันที่หน้าต่างเพื่อแอบสูดดม "พี่รบครับ ยกออกไปขายที่โต๊ะหน้าบ้านได้เลย" หลินจื่อเอ่ยเสียงหวาน นางหยิบผ้ากันเปื้อนออกเผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและรูปร่างอรชรที่แม้จะอยู่ในชุดยุค 80 ก็ยังคงความเย้ายวนใจ พันจ่ารบมองภรรยาด้วยสายตาที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาถ่านเบื้องหลัง ตลาดมืดเฉพาะกิจหน้าบ้านพักทหารในคืนนั้น ไม่ใช่ตลาดขายของเถื่อนธรรมดา แต่มันคือสนามประลองความอยากอาหารที่ไม่มีใครหักห้ามใจไหว หลินจื่อตั้งราคาขายจานละห้าหยวน ซึ่งถือว่าแพงมหาศาลสำหรับยุคนั้น แต่ทว่า... ทันทีที่จานแรกถูกวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ลูกค้าคนแรกก็ควักเงินสดออกมาแย่งกันจนแทบจะวางมวย "ฉันเอาหนึ่งจาน! ไม่สิ เอาสองจานเลย!" "เฮ้ย! แกอย่ามาแซงคิวฉันนะเว้ย กลิ่นนี้มันสวรรค์ชัดๆ!" ทว่า ท่าความโกลาหลและความมั่งคั่งที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในกระเป๋าของสองสามีภรรยา จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงหัวเราะและเสียงเคี้ยวอาหารรอบตัวเงียบกริบลงราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนตะเกียงน้ำมันก๊าดดับพรึบลงทีละดวง ความมืดมิดกลืนกินแสงไฟอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสมัยสงครามโลกที่เดินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะขายหมูกรอบ ดวงตาสสีแดงก่ำจ้องมองมาที่จานหมูกรอบนึ่งควันฉุย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหลินจื่อโดยตรง รอยยิ้มสยดสยองฉีกกว้างถึงใบหูพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูของเธอ *“ภรรยาตัวน้อย... หมูกรอบจานนี้ มีส่วนของฉันด้วยหรือเปล่า?”* โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความสยองและความอร่อยในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%