"ปากคอเราל่ำสันดีนี่ครับคุณป้า... แต่ไม่ทราบว่าตอนที่กลืนข้าวต้มหม้อของหลวงลงท้องไปเมื่อวานซืน สมองส่วนไหนถึงได้สั่งการให้มาเหยียบย่ำภรรยาผมกลางตลาดมืดแห่งนี้กันล่ะครับ?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันในลำคอของพันจ่ารบ ดังขึ้นเหนือศีรษะของแม่ผัวจอมบงการที่กำลังยืนเท้าสะเอวพ่นวาจาหยาบคายใส่หลินจื่อ
บรรยากาศรอบแผงขายของในตลาดมืดปี 1980 ที่เคยอึกทึกครึกโครมพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น พ่อค้าแม่ขายต่างพากันหยุดมือจากการชั่งตวงสินค้า สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอหนาและรอยสักรูปยันต์โบราณจางๆ ที่ไหปลาร้า ซึ่งกำลังแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมาโดยไม่ต้องใช้คาถาอาคมใดๆ
หลินจื่อที่ยืนถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวอยู่ในมือ—อุปกรณ์ทำครัวที่นางเพิ่งหยิบติดมือมาจากมิติโรงครัวสยองขวัญเมื่อครู่—ทำได้เพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน นางไม่ได้ตกใจกลัวเลยสักนิด กลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาวูบใหญ่เมื่อเหลือบมองไปเห็นแผ่นหลังกว้างของสามีที่ก้าวออกมายืนบังหน้าตนเองไว้ราวกับกำแพงเหล็ก
แม่ผัวหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่กำลังอ้าพะงาบๆ เพื่อจะด่าทอสะใภ้ต่อเมื่อครู่กลับสั่นเทา ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวงเมื่อเห็นสายตาตำหนิจากชาวบ้านและกลุ่มสหายทหารของพันจ่ารบที่ยืนกอดอกล้อมวงเข้ามาทีละน้อย
"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู! ฉันเป็นแม่นะ! แกกล้าเอาเรื่องในบ้านมาประจานให้อ้ายพวกนี้ดูแคลนฉันเรอะ!" นางกรีดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว พร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าบุตรชายแท้ๆ ของตนเอง
"เรื่องในบ้านเหรอครับ?" พันจ่ารบแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความดุดันระดับที่ทำให้สุนัขข้างทางยังต้องหางจุกตูด "ถ้าเป็นเรื่องในบ้าน ผมคงพาคุณแม่กลับไปคุยกันหลังบ้านด้วยกฎเหล็กของค่ายทหารแล้วครับ... แต่นี่มันที่สาธารณะ และภรรยาผม กำลังทำมาหากินสุจริตหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ได้ไปปล้นสะดมภ์แผ่นดินใคร ที่สำคัญ..."
นายทหารหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวหญิงสูงวัยทีละก้าว บังคับให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับเสาไม้เก่าๆ ของอาคารตลาด
"...ถ้าผมยังได้ยินคำว่า 'อีสะใภ้เสนียดจัญไร' หรือคำดูถูกเหยียดหยามใดๆ หลุดออกมาจากปากของคุณแม่อีกแม้แต่ครึ่งคำ คราวนี้ผมคงต้องขออนุญาตทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านของคุณแม่ไปอยู่ค่ายกักกันกันดารชายแดนภาคใต้สักสามปี เพื่อให้ไปฝึกความสงบเสงี่ยมเจียมตัวเสียบ้าง... หวังว่าความจำของคุณแม่คงจะยังไม่เสื่อมจนลืมระเบียบวินัยทหารหรอกนะครับ"
คำขู่ที่มาพร้อมกับท่าทีจริงจังและอำนาจมืดของนายทหารยศพันจ่า ทำให้แม่ผัวหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ทำได้เพียงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าเอ่ยปากต่อปากอีกแม้แต่แอะเดียว เนื่องจากรู้ซึ้งถึงนิสัยของบุตรชายคนนี้ดีว่า 'พูดจริง ทำจริง' และไม่เคยไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งสิ้นหากแตะต้องภรรยาที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต
หลินจื่ออมยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเลยผ่านไหล่กว้างของสามีออกมาเล็กน้อย มือเรียวสวยตบเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่งภายใต้ร่มผ้าเครื่องแบบทหาร เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าพอหอมปากหอมคอแล้ว
"เอาล่ะครับคุณป้า..." หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมชนิดที่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "ในเมื่อวันนี้คุณป้าอุุตส่าห์ให้เกียรติมาเยี่ยมชมแผงขาย 'บะหมี่ผีดิบตุ๋นยาจีน' ของเราถึงที่นี่แล้ว ในฐานะสะใภ้กตัญญู ฉันคงปล่อยให้คุณป้ากลับมือเปล่าไม่ได้หรอกจริงไหมคะ?"
ว่าแล้ว หลินจื่อก็หมุนตัวกลับไปเปิดฝาหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านอั้งโล่ กลิ่นหอมตลบอบอวลของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนผสมผสานกับกลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็พวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณตลาดมืดทันที กลิ่นหอมนี้ไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่มันคือสูตรลับเฉพาะจากมิติสยองขวัญ ที่มีฤทธิ์ช่วยชำระล้างพลังงานด้านลบ และทำให้คนจิตใจคับแคบรู้สึกสะท้านสะเทือนถึงวิญญาณ
หญิงสาวคีบเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มสีเหลืองทองลงลวกในน้ำซุปเดือดพล่านอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลายครามโปะด้วยเนื้อตุ๋นชิ้นโตที่เปื่อยจนแทบไม่ต้องเคี้ยว โรยด้วยต้นหอมผักชีและพริกไทยดำป่นใหม่ๆ ส่งควันฉุยระอุ
"ชามนี้... ฉันยกให้คุณป้าทานฟรีๆ เป็นการสะสมบุญกุศลนะครับ" หลินจื่อวางชามบะหมี่ลงบนโต๊ะไม้หน้าร้านอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มของเธองดงามราวกับเทพธิดา แต่แววตาที่มองตรงไปนั้นกลับมีความเย็นเยียบสะท้านทรวง "ทานให้หมดนะครับ น้ำซุปหม้อนี้เคี่ยวด้วยไฟโลกันตร์จากมิติพิเศษ รับรองว่าช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ขับไล่ความโลภและความอิจฉาริษยาที่สุมอยู่ในอกให้ออกมาทางเหงื่อได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ"
แม่ผัวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มองชามบะหมี่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหิวโหยจากกลิ่นที่หอมเย้ายวนใจจนแทบขาดใจ กับความหวาดกลัวต่ออาคมเร้นลับที่สะใภ้ตัวแสบรายนี้มักจะซุกซ่อนไว้เบื้องหลังรสชาติอาหารเสมอ
พันจ่ารบยืนกอดอกมองมารดาตนเองด้วยสายตาราบเรียบ ไหล่กว้างผึ่งผายของเขาทำหน้าที่ปกป้องภรรยาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีช่องว่างให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาล้ำเส้นอีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลง และแม่ผัวจำใจต้องหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากทางเข้าตลาดมืด พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของสายสืบประจำตลาด
"กองสารวัตรทหารบุก! ปิดล้อมทุกด้าน ห้ามใครขยับ!"
หลินจื่อหรี่ตาลงทันที นางหันไปสบตากับพันจ่ารบที่ใบหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในเสี้ยววินาที นายทหารหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นร่างของนายพลผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเขาก้าวทะลุกลุ่มหมอกควันยามวิกาลเข้ามา พร้อมกับกุญแจมือเหล็กวาววับในมือ... และเป้าหมายที่นายพลผู้นั้นกำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหา ไม่ใช่ใครอื่น แต่วางสายตาอยู่ที่ตัวของ 'พันจ่ารบ' สามีของเธอนั่นเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "หมอผีวัยรุ่น" ในตอนนี้นะครับ!
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 22
สามีออกหน้าปกป้องเมีย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!