"เปิดประตูเดี๋ยวนี้อีสะใภ้จורนจัด! มึงกล้าดียังไงถึงเอาภูตผีปีศาจมาซ่อนไว้ในบ้านหลังนี้!"
เสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้บานกระจกฝ้าที่หลินจื่อเพิ่งลงทุนลงแรงตกแต่งใหม่สั่นระรัวจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว เงาดำทะมึนหลายร่างเบียดเสียดกันอยู่เบื้องนอก แสงไฟฉายจากตะเกียงพายุสาดส่องเข้ามาเป็นลำน่ากลัว ตัดกับเงาบิดเบี้ยวของฝูงชนที่กำลังส่งเสียงฮือฮาประณามหยาดเหยียดด้วยความหวาดกลัวและเกลียดชัง
ในยุค 80 ที่ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และภูตผียังฝังรากลึกในจิตใจชาวบ้านชนบท คำว่า "แม่มดผีปอบ" มีค่าไม่ต่างจากตรายางมรณะที่พร้อมจะประทับตราประหารชีวิตใครก็ตามให้กลายเป็นคนนอกสังคมได้ในชั่วข้ามคืน
หลินจื่อไม่ได้ขยับเขยื้อนหนี เธอยืนนิ่งสง’อยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน ชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาตัดกับใบหน้างามที่นิ่งสนิท ดวงตาคู่คมกวาดมองรอยร้าวบนกระจกด้วยแววตาเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายกำลังรอคอยเวลาที่วัตถุดิบชิ้นสำคัญจะสุกได้ที่
"ใจเย็นก่อนครับแม่... เสียงดังโวยวายยามวิกาลแบบนี้ เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะตื่นกันหมด" เสียงทุบประตูกระชากให้หยุดชะงักลงครู่หนึ่ง เมื่อร่างสูงใหญ่ของพันจ่ารบก้าวออกมาจากห้องครัว มือหนาถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวคู่ใจที่เพิ่งใช้ผัดพริกแกงเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบทอประกายความดุร้ายดั่งพญาเสือที่กำลังปกป้องถิ่นฐาน แผ่รังสีคุกคามจนคนที่ยืนอยู่แถวหน้าผะหนีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกยังกล้าปกป้องมันอีกเหรอ!" แม่ผัวจอมบงการแผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก แก้วหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและโกรธเกรี้ยว นางชี้หน้าลูกชายแท้ๆ ของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา "แกไม่เห็นเหรอว่าเมียนรกของแกมันทำอะไร! ชาวบ้านเขาเห็นกับตาว่ามีควันสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างตอนเที่ยงคืน แถมกลิ่นเนื้อสดๆ ลอยฟุ้งไปทั่วหมู่บ้าน... นكاนี่มันวิชาผีปอบชัดๆ! มันเอาเครื่องในมนุษย์มาปรุงขายในโรงครัวบ้าๆ นี่ใช่ไหม!"
สิ้นคำกล่าวหาอันร้ายกาจ เสียงซุบซิบอื้ออึงจากฝูงชนด้านนอกก็ดังระเบิดขึ้นทันที หลายคนเริ่มหยิบก้อนหินและท่อนไม้ในมือขึ้นมาเตรียมพร้อม
หลินจื่อแค่น ˈหึ’ ออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวeาะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านกระจกออกไปทำให้แม่ผัวยิ่งคลุ้มคลั่ง
"แม่ครับ ระวังคำพูดหน่อยนะครับ..." พันจ่ารบก้าวเข้าไปประชิดบานประตู มือหนาวางทาบลงบนกลอนเหล็ก น้ำเสียงของชายหนุ่มทุบต่ำและกดดันจนน่ากลัว "ภรรยาผมทำมาค้าขายสุจริต ลูกค้าทุกคนติดใจฝีมือการทำอาหารของเธอ ถ้าใครไม่มีหลักฐานแล้วยังกล้ากล่าวหาพล่อยๆ... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นญาติ!"
"หลักฐานเหรอ? มึงอยากได้หลักฐานใช่ไหม!" นางป้าข้างบ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูแทรกตัวขึ้นมาด้านหน้า หล่อนชูห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่เปื้อนคราบเลือดคล้ำส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งขึ้นสูง "นี่ไง! กูเก็บได้ที่ถังขยะหลังร้านของแก มันคือตับสดๆ ที่ยังมีรอยเขี้ยวประหลาด! อีหลินจื่อมันเป็นแม่มด มันใช้มนต์ดำดูดเลือดคนในหมู่บ้านเราไปบำรุงความงามของมัน!"
ความโกลาหลพุ่งถึงขีดสุดเมื่อห่อกระดาษนั้นถูกโยนกระแทกกระจกที่ร้าวอยู่แล้วจนแตกกระจาย เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นคาวเลือดเน่าๆ โชยเข้าจมูกเตะความรู้สึกทันที
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลินจื่อก็ขยับตัว เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างเพรียวระหงก้าวเดินข้ามเศษแก้วด้วยรองเท้าผ้าใบอย่างมั่นคง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ เธอหยิบห่อกระดาษเปื้อนเลือดนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยมือเปล่า ราวกับมันเป็นงานศิลปะชิ้นเอก
"ตับหมูสามชั้นหมักเกลือพริกไทยดำสูตรพิเศษของมิติโรงครัว... กลายเป็นตับมนุษย์ไปได้ยังไงกันนะ?" หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว ทว่ากังวานก้องไปทั่วบริเวณจนทุกคนเงียบกริบ เธอยกห่อกระดาษนั้นขึ้นดม "ป้าครับ... จมูกป้านี่ดีจริงๆ ได้กลิ่นคาวเลือดทั้งที่ความจริงแล้ว มันคือ 'ตับหมูป่า' ที่สามีฉันเพิ่งไปล่ามาจากป่าหลังหมู่บ้านเมื่อวานนี้ต่างหาก หรือว่า... ป้าแอบไปรื้อถังขยะบ้านคนอื่นบ่อย จนแยกแยะกลิ่นเนื้อสัตว์ไม่ออกแล้ว?"
"อี... อีปากดี!" ป้าข้างบ้านหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด
"ถ้ายังไม่เชื่อ..." หลินจื่อหันไปพยักเพยิดให้พันจ่ารบ ชายหนุ่มรู้ใจดึงคันโยกไม้ตัวใหญ่ที่ผนังร้านทันที
*ครืดดด—!*
ผนังร้านด้านหลังเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่ที่สว่างไสว กลิ่นหอมเย้ายวนของ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน' ที่เคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืนลอยฟุ้งกระจายออกไปปะทะจมูกของทุกคนที่ยืนอยู่หน้าร้านทันที ความหอมหวานล้ำลึกของสมุนไพรและเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มชวนน้ำลายสอจนฝูงชนที่ถือท่อนไม้เตรียมพังร้านถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือเกร็ง
"เชิญครับ..." หลินจื่อผายมือด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรอย่างยิ่งยวด แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "ถ้าใครคิดว่านี่คือเนื้อผีปอบ เชิญเข้ามาพิสูจน์ด้วยลิ้นของตัวเองได้เลย... แต่บอกไว้ก่อนนะ ชามละสองเหมา ถ้ากินแล้วติดใจแล้วหาเรื่องใส่ร้ายอีกรอบ คราวนี้ฉันจะไม่ได้แค่เปิดร้านต้อนรับ... แต่อาจจะแถม 'ยันต์ไล่ผี' กลับบ้านไปคนละแผ่นฟรีๆ ด้วย"
บรรยากาศหน้าโรงครัวมิติเงียบสงบลงในทันที มีเพียงเสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ และกลิ่นหอมกรุ่นที่เย้ายวนใจจนคนเริ่มลังเล แม่ผัวหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันไปในทาง
แต่ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและชัยชนะตกเป็นของหลินจื่อนั้นเอง
จู่ๆ ไฟตะเกียงทั่วทั้งหมู่บ้านก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ลมพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างทุกบานกระแทกปิดเสียงดังสนั่น และท่ามกลางความมืดมิดสนิทนั้น เสียงหัวเราะแหลมเล็กน่าขนลุกก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดหลังร้าน... พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงาจันทร์ พร้อมกับถือ 'กระดูกชิ้นใหญ่' ที่มีคราบสะเก็ดไฟลุกโชนติดอยู่!
"ไม่ใช่ตับหมู... แต่มันคือกระดูกของคนที่ตายเมื่อสิบปีก่อนต่างหากล่ะ หลินจื่อ!"
ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เปื้อนดินโคลนและรอยยิ้มบิดเบี้ยวจนน่ากลัว... ชายแก่สติไม่ดีประจำหมู่บ้านที่หายตัวไปสามวันก่อน!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ!)*
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 27
วิกฤตความเชื่อใจ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!