เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกสั่นระรัว น้ำชาจีนร้อนกรุ่นกระฉอกเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้สีซีด ทว่าหลินจื่อหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ช้อนสแตนเลสคนน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินขนาดใหญ่ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและเก๋ากี้ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์ยุคแปดสิบ ตัดกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้มาเยือนอย่างสิ้นเชิง
"หลินจื่อ! แกอย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะ!" เสียงแหลมสูงของแม่ผัวจอมบงการแผดก้องจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางกระแทกพัดจีนในมือลงบนโต๊ะอีกครั้ง "ร้านค้าหน้าปากซอยของแก ทำมาค้าขายดีจนหน้าเลือดเกินไปแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่งมอบสัญญาเช่าและรายได้ครึ่งหนึ่งให้กับตระกูลเราซะ! ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
ด้านหลังของหญิงสูงวัย มีร่างท้วมใหญ่ของชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนยืนประกบ มือทั้งสองข้างสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังเทียมราคาถูก ท่าทางกร่างเก่งราวกับอันธพาลท้องถิ่นที่ถูกว่าจ้างมาข่มขู่ นี่คือ "เสือเผือก" อันธพาลผู้มีอิทธิพลประจำย่านการค้าหมายเลขสาม ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและฮุบกิจการชาวบ้านมานักต่อนักแล้ว
หลินจื่อวางช้อนลงอย่างช้าๆ เธอยกผ้ากันเปื้อนสีสะอาดขึ้นเช็ดมือ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"อ๋อ... ส่งมอบให้ตระกูลท่านอย่างนั้นหรือครับ?" เสียงหวานใสแต่เจือกระแสเยือกเย็นเอ่ยขึ้น หลินจื่อก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ช้าๆ "ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกท่านไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล มองว่าฉันกับสามีเป็นแค่เศษสวะที่รอวันอดตาย แต่พอเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวสูตรลับกับกิจการค้าปลีกของฉันเริ่มลืมตาอ้าปากได้... หมาป่าตาขาวอย่างพวกท่านก็รีบวิ่งแจ้นหางจุกตูดมาทวงสมบัติทันทีเลยสินะครับ"
"นัง... นังสะใภ้ปากดี!" แม่ผัวหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธจนตัวสั่นเทา หันไปทางชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ "ผู้กองเสือเผือกจัดการมันเลยครับ! ทำให้มันรู้ซึ้งว่าการขัดขวางตระกูลเราและไม่ยอมทำตามกฎของเขตนี้ต้องเจออะไรบ้าง!"
เสือเผือกหัวחเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำน่าเกลียดดัง "หึหึหึ" มันก้าวออกมาข้างหน้า ร่างหนาทึบบดบังแสงไฟนีออนจากเพดานจนเกิดเงาทะมึนทาบทับร่างระหงของหลินจื่อ มันยกมือขึ้นหมายจะคว้าจับปลายคางของหญิงสาวเพื่อเป็นการข่มขู่
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะทันได้แตะโดนผิวเนื้อของเธอ ประตูไม้สักด้านหลังห้องครัวก็ถูกถีบผางจนหลุดออกจากวงกบ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ!
"มือสกปรกคู่ไหนกล้าแตะต้องภรรยาฉัน... ก้าวออกมาลองดูสิ"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังเอ่ยขึ้นพร้อมกับไอสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม พันจ่ารบก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินมั่นคง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังเสือเผือกและลูกน้องราวกับกำลังมองซากศพเดินได้ บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนหนתาวเหน็บถึงกระดูกดำ แม่ผัวจอมบงการถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุร้ายของบุตรชายแท้ๆ ที่ไม่เคยเกรงใจนางอีกต่อไป
เสือเผือกชะงักมือที่ค้างเติ่ง มันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะแค่นAยิ้มหยันเมื่อประเมินคู่ต่อสู้ "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ทหารกระจอกที่วันๆ เอาแต่ขุดดินสร้างค่ายนี่เอง แกคิดว่ามียศพั0จ่าแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไงวะ? ที่นี่เขตอิทธิพลของฉัน อยากเปิดร้านต่อรึเปล่า ถ้าไม่อยากให้ร้านพินาศ... ก็กราบเท้าฉันซะ!"
หลินจื่อมิได้ตกใจกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นสามีสุดที่รักเดินมาเคียงข้าง ร่างสูงของพันจ่ารบขยับเข้ามาบังร่างเธอไว้มิดชิด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม ก่อนจะปรายตามองอันธพาลตรงหน้าด้วยความดูแคลน
"แกคงไม่รู้สินะ... ว่าร้านนี้ไม่ได้มีแค่ของกินอร่อยๆ" หลินจื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยกมืออีกข้างขึ้นดีดนิ้วเบาๆ "เป๊าะ!"
สิ้นเสียงดีดนิ้ว... อุณหภูมิภายในห้องครัวพลันลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ เปลวไฟในเตาถ่านที่เคยลุกโชนกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายความตายจากมิติโรงครัวสยองขวัญทะลักทะลายผ่านรอยแยกมิติออกมา ก่อตัวเป็นเงาดำมหึมาหลายร่างเลื้อยวนอยู่รอบตัวของเสือเผือกและลูกน้องอันธพาล
เสือเผือกหน้าถอดสี รอยยิ้มกร่างเก่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อมันรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาจากข้อเท้า ลามเลียขึ้นสู่กระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นเงาดำประหลาดกำลังอ้าปากกว้างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนที่คนอื่นไม่ได้ยิน
"แก... แกทำอะไรวะ! นี่มันวิชาอะไรกัน!" เสือเผือกผถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับชั้นวางเครื่องเทศ กระปุกพริกไทยและเกลือร่วงหล่นแตกกระจายเกลื่อนพื้น
พันจ่ารบแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างกายกำยำแผ่พลังปราณทหารกล้าที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน ข่มขวัญพวกมันจนเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น "ภรรยาฉันเตือนแล้ว... แต่พวกแกไม่ฟังเอง"
หลินจื่อก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของเสือเผือก เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มงดงามราวกับเทพธิดา แต่ในสายตาของคนพาลกลับน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก ในมือของเธอปรากฏมีดแล่เนื้อสแตนเลสเงาวับเล่มเล็กที่สะท้อนแสงไฟสีเขียวมรกต
"ในเมื่อพวกแกอยากได้กิจการร้านค้าของฉันนัก... งั้นมาลองชิมเมนูพิเศษจากมิติโรงครัวของฉันดูก่อนดีไหมล่ะครับ?" หลินจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทำเอาเสือเผือกถึงกับร้องกรี๊ดลั่นบ้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายมีดคมกริบกำลังจะแตะลงบนบ่าของหัวหน้าอันธพาล เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดสูทจีนโบราณปรากฏขึ้นที่หน้าต่างกระจกฝ้า—บุคคลลึกลับที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสนุกและร่วมเอาใจช่วยหลินจื่อกับพันจ่ารบมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80•ตอนที่ 25
ภัยมืดจากผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายหมอผีเปิดโรงครัวมิติ รวยสวนกระแสผีในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!