กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในค่ำคืนนี้ไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก หากแต่พวยพุ่งมาจากความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกกระชากหน้ากากออก
"ท่านพ่อ... หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน..." ไป๋หลินจือพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นดุจเซียนผู้สูงส่งบัดนี้สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นเบิกกว้าง ภายในสะท้อนภาพเงาของบิดาที่นางเคารพรักยิ่งกำลังตกอยู่ในห้วงอันตราย
หลี่มู่เฉินไม่เอ่ยคำปลอบโยน ความตายในยุทธภพเป็นเรื่องสามัญ แต่การหักหลังและกลอุบายลึกล้ำเช่นนี้หาได้พบเจอบ่อยนัก สายตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองไปรอบกาย อาณาบริเวณหุบเขาไผ่ทมิฬยามนี้เงียบสงัดผิดปกติ ทว่าความเงียบนั้นกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นนับร้อยสาย
"พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตเจ้า..." หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะดึงสติของหญิงสาวกลับมา "แต่พวกมันต้องการ 'ผนึกโลหิตจันทร์เพ็ญ' ที่สืบทอดในตระกูลไป๋ และทางเดียวที่จะได้มันมา คือการทำให้ประมุขแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญสิ้นใจด้วยพิษร้ายที่ไร้ยาแก้"
ไป๋หลินจือสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความตระหนก ประสบการณ์ในฐานะประมุขน้อยทำให้นางกลับมาสงบเยือกเย็นได้อย่างรวดเร็ว แม้ขอบตาจะยังแดงก่ำ ร่างบางสะบัดมือเบาๆ ปราณพิษสีม่วงเข้มก็แผ่พุ่งออกมาจากปลายนิ้วปกป้องร่างของนางและเขาไว้
"หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดจะทำอย่างไร?" นางถาม เสียงของนางกลับมาเรียบเฉย ทว่าแฝงความเปราะบางที่ซ่อนไว้ภายใต้ทิฐิ
จอมยุทธ์หนุ่มแค่นเสียงในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมองตรงไปยังเบื้องหน้าซึ่งเป็นทางแคบระหว่างหน้าผาสูงชัน บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจากไอร้อนระอุของค่ายกลเพลิงอัคคีทมิฬที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหนี
"ทางข้างหน้าคือค่ายกลร้อยอัคคี เบื้องหลังคือฝูงมือสังหารเงาโลหิต หากเรายังมัวแต่ระแวงกันเอง เกรงว่าคงไม่ต้องไปไหนไกลกว่าหลุมศพนี้" หลี่มู่เฉินกล่าวพร้อมกับขยับมือแตะด้ามกระบี่สีนิลที่ข้างกาย "ข้าไม่อยากตายที่นี่ และเจ้าก็ยังต้องไปช่วยบิดา... สัญญากันตรงนี้เถอะ ไป๋หลินจือ"
ไป๋หลินจือหันมาสบตาเขา แววตาของนางไหววูbyเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ "ข้อตกลงอะไร?"
"ร่วมมือกันชั่วคราว ฝ่าค่ายกลนี้ออกไป ข้าจะเปิดทางให้เจ้าสามกระบวนท่า ส่วนเจ้า... ใช้พิษสลายค่ายกลของพวกมัน แลกกับการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ต้องติดค้างบุญคุณกัน... เจ้าว่าอย่างไร?"
ข้อเสนอนี้มีความเสี่ยงสูงยิ่งสำหรับทั้งสองฝ่าย หลี่มู่เฉินต้องเอาชีวิตเข้าแลกเป็นโล่กำบังให้หญิงสาว ส่วนไป๋หลินจือต้องทุ่มเทพลังปราณเฮือกสุดท้ายในการทำลายค่ายกลวิญญาณที่สร้างจากเลือดมนุษย์
นางจ้องมองชายหนุ่มผู้ทะนงตน ใบหน้าด้านข้างของเขาคมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินผา ความเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวในดวงตาคู่นั้น ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเกิดรอยปริแยกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในโลกที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงและความตาย มีเพียงบุรุษผู้นี้ที่ยืนหยัดเคียงข้างนางอย่างเปิดเผย แม้ปากจะบอกว่าเป็นเพียงข้อตกลงชั่วคราวก็ตาม
"ดี..." ไป๋หลินจือพยักหน้ารับ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหยิบเม็ดยาสีดำสนิทออกมาจากถุงแพรแล้วโยนเข้าปากกลืนลงไปทันที "หากเจ้าตายก่อนข้า... ข้าจะใช้ศพของเจ้ามาทำเป็นหุ่นเชิดพิษแก้เบื่อไปตลอดชีวิต!"
"คำขู่ของเจ้านับว่าฟังดูรื่นหูกว่าเสียงนกเสียงกาพวกนั้นเสียอีก" หลี่มู่เฉินมุมปากกระตุกยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มแรกที่นางเคยเห็น และมันทำให้หัวใจของนางเต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก
*ตูม!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงสีดำมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆจันทร์เพ็ญให้กลายเป็นสีเลือด เงาร่างนับสิบพุ่งทะยานออกมาจากความมืดพร้อมอาวุธอาบยาพิษประกายแสงวาบวับ
"ลงมือ!"
หลี่มู่เฉินคำรามลั่น ประกายกระบี่สีนิลระเบิดออกรัศมีเจิดจ้า ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าฟาดฟันเข้าใส่ดงกระบี่ของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเคล้ากับแสงจันทร์ ขณะเดียวกัน ไป๋หลินจือก็สะบัดแขนเสื้อ ปล่อยละอองพิษสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายเข้าเผา2ผลาญค่ายกลอัคคีจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณ
ทั้งสองประสานสอดคล้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานับร้อยชาติ ฝ่ายหนึ่งรุกไล่ด้วยกระบี่เดียวดายไร้เทียมทาน อีกฝ่ายหนึ่งป้องกันและทำลายล้างด้วยพิษสวรรค์สะท้านภพ
ทว่า ในจังหวะที่ค่ายกลกำลังจะถูกทำลายลง และทางออกอยู่เบื้องหน้าเพียงเอื้อมมือ...
พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง
"คิดว่าจะหนีพ้นหรือ... ประมุขน้อยแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญ และเจ้าหนูแซ่หลี่"
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบด้วยความเร็วดุจภูตผี เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น แต่พุ่งตรงเข้าใส่แผ่นหลังของหลี่มู่เฉินในเสี้ยววินาทีที่เขาหันหลังให้เพื่อคุ้มกันไป๋หลินจือ!
"ระวัง!" ไป๋หลินจือกรีดร้องสุดเสียง ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด นางพุ่งตัวเข้าขวางวิถีดาบนั้นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ปราณพิษทั้งหมดในร่างกายถูกระเบิดออกมาในคราเดียว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์•ตอนที่ 4
ทางแพร่งแห่งยุทธภพ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!