เสียง "คลิก" ของคมกระบี่ที่ถูกดันออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณแห่งความตาย แต่มันคือเสียงคำรามจากขุมนรกที่ปลุกเร้าจิตสังหารให้ตื่นจากการจำศีล ลมปราณกระบี่ของหลี่มู่เฉินพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนราวกับเสาอัคคีทมิฬ ฉีกกระชากเมฆฝนสีดำทะมัดทะแมงให้แยกออกเป็นสองฟากฝั่ง สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาอาบไล้ร่างของเขากับไป๋หลินจือจนเกิดเงาทอดยาวประดุจอสูรกายผู้ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งความเป็นความตาย
ทว่า กลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบชีวิตที่รายล้อมระเบียงเรือนพักแรมในยามวิกาล หาได้มีความสะท้านสะเทือนต่อรัศมีกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้นไม่ พวกมันคือเงาโลหิตที่ถูกฝึกฝนมาให้ไร้ซึ่งความกลัวและลมหายใจแห่งมนุษย์ ปลายกระบี่อาบยาพิษนับสิบเล่มพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงตั๊กแตนเหล็กที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้สูญสลายในพริบตาเดียว
"ช้าก่อน"
น้ำเสียงราบเรียบเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปีหลุดลอดมาจากริมฝีปากของไป๋หลินจือ นางยังคงยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังหลี่มู่เฉิน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางยามนี้ต้องสายลมปราณจนโบกสะบัดราวกับเซียนสาวผู้ลงทัณฑ์ มือน้อยเรียวดั่งลำหยกยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แขนเสื้อกว้างพลิ้วไหวราวกับสายน้ำหลาก
ปัง!
ประกายแสงสีม่วงอมฟ้าพลันระเบิดออกรอบกายของนาง มันไม่ใช่พลังปราณสายบู๊ที่ดุดัน หากแต่เป็นละอองหมอกละเอียดดั่งเกล็ดน้ำค้างยามเหมันต์ ละอองพิษ "บุปผาสิ้นวิญญาณ" ถูกโปรยปรายออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง ทว่าทันทีที่สัมผัสถูกผืนไม้และอากาศธาตุ เสียง "ฟ่อ" อันน่าสะพรึงกลัวก็ดังระรัวขึ้น อากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อนสีคราม
มือสังหารแถวหน้าที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า พลันแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาของพวกมันเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อละอองพิษสัมผัสเข้ากับผิวเนื้อและไอวรยุทธ์คุ้มกาย เกราะปราณที่เคยแข็งแกร่งกลับหลอมละลายราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ผิวหนังของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำในชั่วอึดใจ เลือดดำข้นคลั่กทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องสักแอะเดียว
นี่คือวิถีพิษแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญ ร้ายกาจ เยือกเย็น และปลิดชีพโดยไร้ร่องรอยการต่อสู้
หลี่มู่เฉินไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง เขายังคงรักษาท่าทางการชักกระบี่ไว้เช่นเดิม สัมผัสได้ถึงไอเย็นจากฝ่ามือของสตรีผู้ยืนเคียงข้างที่แผ่ซ่านเข้ามาในแผ่นหลัง ความโดดเดี่ยวที่เคยกัดกินจิตวิญญาณของเขามาเนิ่นนานนับแรมปี คล้ายถูกชำระล้างด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้พิษที่ลอยวนเวียนอยู่ในบรรยากาศ
"วิชาพิษของเจ้า... พัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้วกระมัง" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกลุ่มมือสังหารที่เหลือซึ่งเริ่มชะงักฝีเท้า ถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว
"หากข้าไม่รวดเร็วพอ เกรงว่าคมกระบี่ของท่านคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสเลือดของพวกมัน" ไป๋หลินจือตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ว่าเบื้องหน้าจะคือกองกำลังมือสังหารระดับปรมาจารย์ที่ถูกส่งมาจากสำนักลึกลับก็ตาม นางก้าวเท้าเดินมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางทำให้รัศมีรอบกายรัศมีสว่างวาบขึ้นยามต้องแสงจันทร์
"พวกมันไม่ใช่แค่โจรรับจ้างทั่วไป..." หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย สังเกตเห็นสัญลักษณ์รูปจันทร์เสี้ยวสีเลือดที่ถูกสักไว้บริเวณต้นคอของศพที่นอนระเนระนาด "นี่คือหน่วยเงาทมิฬแห่งสำนักกระบี่โลหิต... ดูท่าทางว่า เบื้องหลังการทำลายล้างสำนักของเราเมื่อสามปีก่อน จะมีเงาหัวมังกรตัวใหญ่กว่าที่คิดคอยชักใยอยู่"
"ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด หรือเบื้องหลังจะมีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าเพียงใด" ไป๋หลินจือหันมาสบตาเขา แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ยามนี้กลับสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้ถือกระบี่ไว้อย่างชัดเจน น้ำเสียงของนางหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพวกมันกล้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตอาณาจักรที่ข้าปกป้อง... วันนี้ ต่อให้มีปีกบินหนี ก็อย่าหวังว่าจะได้รอดชีวิตกลับไปสักคนเดียว"
สิ้นเสียงของนาง มือสังหารที่เหลืออยู่ต่างแผดเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง เมื่อรู้ว่าถอยไม่ได้และหนีไม่พ้น พวกมันจึงตัดสินใจระเบิดพลังปราณเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนพร้อมกับอาวุธลับนับร้อยชิ้นที่โปรยปรายลงมาราวกับห่าฝน ปิดตายทุกเส้นทางหนี!
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงเย็นชาออกมาคำหนึ่ง ปลายกระบี่ที่ค้างอยู่ปากฝักพลันถูกชักออกจนสุดเสียง "ชิ้ง!" ประกายแสงกระบี่เจิดจ้าบาดตาพุ่งทะยานออกไปเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ ตัดผ่านห่าฝนอาวุธลับจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตาเดียว แรงกระแทกจากการชักกระบี่ส่งผลให้พื้นเรือนไม้พังทลายลงมาเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่กลุ่มควันจางลง สายตาของหลี่มู่เฉินกลับต้องหดแคบลงด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างของหัวหน้านักฆ่าที่ควรจะอยู่เบื้องหน้า กลับหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกซัดปักติดไว้กับเสาเรือน ด้วยมีดสั้นอาบยาพิษสีเขียวมรกต
บนกระดาษแผ่นนั้น มีตัวอักษรเขียนด้วยเลือดสดๆ หวัดๆ ว่า:
*"หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดว่าล้างแค้นสำเร็จแล้วหรือ? จงหันกลับไปดูคนที่เจ้าห่วงใยที่สุดในหุบเขาจันทร์เพ็ญเสียก่อนเถอะ!"*
หัวใจของไป๋หลินจือกระตุกวูบ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที ร่างกายที่เคยสง่างามมั่นคงกลับเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นางพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทาที่หลี่มู่เฉินไม่เคยได้ยินมาก่อน "ท่านพ่อ... หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน..."
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์•ตอนที่ 3
พิษโปรยปราย
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!