วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์•ตอนที่ 2

นางเซียนผู้ไร้เงา

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายสุราหมักร้อยวันโชยกรุ่นเคล้ากลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในโรงเตี๊ยมรกร้างนอกเมือง ประโยคท้าทายเย้ยหยันเมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ดั่งคมมีดที่กรีดผ่านความเงียบงัน หลี่มู่เฉินมิได้หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วสัมผัสขอบจอกสุราที่เย็นเฉียบ ปราณกระบี่ในจุดตันเถียนหมุนวนดั่งคลื่นใต้น้ำ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งราวกับรูปสลักหิน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างกลับทำให้เศษฝุ่นบนพื้นไม้สั่นสะเทือน "นึกไม่ถึงว่า 'กระบี่เดียวดาย' ผู้เก่งกาจ จะพาคนรักมาตายด้วยกันที่นี่... ช่างน่าประทับใจเสียจริง" เสียงนั้นแหบพร่าราวกับเสียงของใບไม้แห้งเสียดสีกัน แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังลมปราณที่ลึกล้ำยากหยั่งคาด หลี่มู่เฉินค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบกันเบาหูแต่มันกลับก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคนที่หลบอยู่ตามมุมมืด ดวงตาคมปลาบดุจประกายกระบี่หันกลับไปมองเบื้องหลัง ชายชุดเทียมโสมผู้หนึ่งยืนขวางประตูทางออก ร่างกายผอมเกร็งราวกับซากศพ แต่ดวงตากลับทอประกายสีเขียวเรืองรอง บ่งบอกถึงการฝึกฝนวิชาพิษมารจนบรรลุขั้นวิกฤต ทว่า เป้าสายตาของหลี่มู่เฉินมิได้หยุดอยู่ที่มัน ข้างกายของชายชุดเทียมโสม มีเงาร่างระหงสายหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับผ้าคลุมหน้าสีดำสนิท ท่าทางสง่างามเย็นชาดั่งเทพเซียนผู้สูงส่ง แต่ในมือเรียวบางคู่นั้น กลับถือขวดหยกสีโลหิตที่หยดพิษกรดกัดกร่อนพื้นไม้จนเป็นรอยไหม้ ไป๋หลินจือ ประมุขน้อยแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญ นางมองหลี่มู่เฉินด้วยแววตาซับซ้อน คล้ายมีความตัดพ้อ คล้ายมีความเย้ยหยัน แต่ลึกซึ้งเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจ "ไป๋หลินจือ..." หลี่มู่เฉินเอמהนามนางแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาแรมปี "เจ้ายังคงตามรังควานข้าไม่เลิกรา... ถึงขั้นต้องร่วมมือกับมารโลหิตแดนใต้เชียวหรือ" ไป๋หลินจือแค่นAหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของนางไพเราะราวกับระฆังเงิน แต่กลับหนาวเหน็บถึงขั้วกระดูก "หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร? หกปี๻่อน เจ้าทอดทิ้งหุบเขาจันทร์เพ็ญ หันหลังให้กับคำสัตย์สาบานเพื่อวิถีกระบี่เดียวดาย ปล่อยให้ข้าต้องแบกรับภาระและพิษโลหิตสวรรค์ไว้เพียงลำพัง วันนี้... ข้าเพียงมาทวงคืนสิ่งที่เจ้าติดค้าง" บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมพลันตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด ลูกศิษย์สำนักมารโลหิตนับสิบชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ต่างชักอาวุธออกมาเตรียมจู่โจม พวกมันรู้ดีว่านี่คือการเผชิญหน้าระหว่างสองยอดฝีมือแห่งยุค ผู้หนึ่งคือกายาสวรรค์กระบี่ผู้โดดเดี่ยว อีกผู้คือนางเซียนพิษผู้ไร้ความปรานี ชายชุดเทียมโสมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ประมุขไป๋ อย่าได้เสียเวลาสนทนากับมันเลย คนผู้นี้มีวิถีกระบี่ที่ร้ายกาจนัก หากปล่อยให้มันตั้งตัวได้ พวกเราทั้งหมดอาจต้องกลายเป็นวิญญาณใต้คมกระบี่ของมัน" สิ้นเสียง ชายชุดเทียมโสมสะบัดแขนเสื้อ ควันพิษสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกมาดั่งมังกรอัคคีพิษ มันแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งโรงเตี๊ยมในพริบตา กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงทำให้คานไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะหลุดร่วง หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้าของเขายังคงเยือกเย็น มือข้างที่วางบนด้ามกระบี่เหล็กดำกระดิกเพียงเล็กน้อย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุหมุน บดขยี้กลุ่มควันพิษจนสลายกลายเป็น0อากาศธาตุในชั่วลมหายใจเดียว วิชากระบี่เดียวดาย... หนึ่งกระบี่สลายร้อยพิษ! สีหน้าของชายชุดเทียมโสมเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที มันอุทานด้วยความตกใจ "เป็นไปได้อย่างไร! พิษสลายวิญญาณของข้า..." "ฝีมือแค่นี้ ยังกล้าอวดอ้างว่าเป็นยอดฝีมือแดนใต้" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ร่างของเขายังคงนั่งอยู่กับที่ ทว่าจิตสังหารกลับพุ่งทะยานราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ แต่ก่อนที่กระบี่ในฝักจะได้ชักออกมา ไป๋หลินจือกลับเคลื่อนไหว ร่างระหงของนางพุ่งวูบดั่งภูตผี ความเร็วของนางเหนือกว่าชายชุดเทียมโสมหลายเท่าตัว ขวดหยกในมือสะบัดออก ละอองพิษสีขาวบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมา ทว่าเป้าหมายมิใช่หลี่มู่เฉิน... แต่กลับเป็นชายชุดเทียมโสมผู้ร่วมมือ! "ประมุขไป๋! ท่าน..." ชายชุดเทียมโสมเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ ร่างกายของมันแข็งค้างในทันที ละอองพิษสีขาวซึมเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เลือดเนื้อของมันหลอมละลายกลายเป็นน้ำหนองสีดำโดยไร้เสียงกรีดร้อง ไป๋หลินจือยืนสง่างามท่ามกลางกลิ่นควันมรณะ นางปรายตามองซากศพที่กองอยู่แทบเท้าด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหันมาสบตากับหลี่มู่เฉินผ่านผ้าคลุมหน้าสีดำ "ข้าไม่เคยร่วมมือกับสุนัขข้างถนน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "หนี้แค้นระหว่างเรา ข้าต้องการสะกดบัญชีด้วยมือของข้าเอง หลี่มู่เฉิน... วันนี้เจ้ากับข้า ต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งดับสูญ" นางยกมือขึ้น ข้อมือเรียวบางสวมกำไลหยกโบราณที่ส่องแสงเรืองรอง ทันใดนั้น เงาร่างนับร้อยสายก็ปรากฏขึ้นจากนอกหน้าต่างและหลังคาโรงเตี๊ยม พวกมันคือยอดฝีมือแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญที่ปิดล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว หลี่มู่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสูงโปร่งแผ่ซ่านด้วยพลังกดดันที่ทำให้แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน เขามองหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่เคยเย็นชาปรากฏร่องรอยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน "ถ้าหากการสังหารข้า... ทำให้เจ้าพ้นจากความโดดเดี่ยวได้" หลี่มู่เฉินเอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วโป้งดันคมกระบี่ออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว เสียง "คลิก" อันแหลมคมดังก้องไปทั่ว อาณาจักรลมปราณรอบกายระเบิดออกเป็นวงกว้าง ท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกหน้าต่างพลันปรากฏเมฆฝนสีดำทะมัดทะแมง สายฟ้าฟาดผ่าลงมาอย่างไร้สุ้มเสียง "เช่นนั้น... ก็เชิญลงมือ!" *บทความนี้เขียนขึ้นด้วยความตั้งใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามผลงานของเงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญเสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%