"ราคาเจ็ดหมื่นตำลึงทอง... หากไม่มีผู้ใดเสนอสูงกว่านี้ 'กระบี่กระดูกมังกรเพลิง' เล่มนี้ ย่อมตกเป็นของประมุขพรรคอัคคีผลาญสวรรค์"
เสียงประกาศก้องกังวานของเฒ่าชราผู้ดำเนินงานประมูล ดังสะท้อนไปทั่วชั้นบนสุดของหอสมบัติร้อยวิญญาณ อาคารเจ็ดชั้นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงแห่งแคว้นโจว ในยามวิกาลที่ท้องฟ้ามืดมิดไร้หมู่ดาว บรรยากาศภายในห้องโถงวีไอพีอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชาชั้นดี คละเคล้ากับความโลภและกระแสลมปราณอันทรงพลังจากบรรดาแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งอยู่หลังม่านมุก
ทว่า ไม่มีผู้ใดในที่นั้นสนใจอาวุธระดับนภาเล่มนั้นเลยแม้แต่น้อย
สายตาทุกคู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุธโสฝ่ายธรรมะ หรือมารศาสนา ต่างแอบเหลือบมองไปยังชายหนุ่มชุดดำผู้หนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่มุมอืดมืดที่สุดของห้องโถงอย่างไร้การเหลียวแล
หลี่มู่เฉิน ไม่ได้ขยับเขยื้อiกายมาตลอดสามชั่วยาม
เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวน้ำสลักแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่คมกริบดั่งคมกระบี่ซ่อนเร้นประกายความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขามีจอกสุราหยกขาวตั้งอยู่ ทว่ามันไม่เคยถูกยกขึ้นจิ้มลิ้มเลยแม้แต่หยดเดียว
สิ่งที่เขาสนใจ หาใช่กระบี่กระดูกมังกรเพลิง... แต่เป็นชิ้นส่วนเศษโลหะสีนิลกาฬชิ้นเล็กๆ ที่วางอยู่บนถาดผ้าไหมสีแดงในลำดับถัดไป
เศษโลหะที่สะท้อนแสงจันทร์ยามส่องลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก... เศษโลหะชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ของ 'สำนักกระบี่เมฆาผัน' สำนักที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่กลับมอดไหม้กลายเป็นจุลในคืนเดียวเมื่อสิบปีก่อน
"แปดหมื่นตำลึงทอง!" เสียงตะโกนด้วยความฮึกเหิมดังขึ้นจากฝั่งของพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ เป็นการประกาศศักดาว่าไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงกล้าแย่งชิงของวิเศษกับพวกเขา
หลี่มู่เฉินหลับตาลงช้าๆ ซึมซับความเงียบงันที่กัดกินหัวใจ เสียงลมหายใจของเขาสอดประสานกับจังหวะการเต้นของชีพจร ราวกับคมกระบี่ในฝักที่กำลังรอเวลาแผดคำราม
สัจธรรมแห่งยุทธภพช่างโหดร้าย ผู้มีอำนาจคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ผู้ไร้กำลังคือธุลีดินที่เหยียบย่ำ แต่สำหรับเขาแล้ว... วิถีกระบี่มิได้มีไว้เพื่อก้มหัวให้ผู้ใด มันมีไว้เพื่อตัดขาดความอยุติธรรม และทวงคืนหนี้เลือดที่ค้างคา
"เก้าหมื่นตำลึงทอง"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ดังลอดริมฝีปากของหลี่มู่เฉินออกไป มันเบายิ่งกว่าเสียงใบไม้ร่วงหล่น ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจห้องโถง ทุกสายตาหันขวับมามองผู้พูดเป็นตาเดียว
เฒ่าชราผู้ดำเนินงานประมูลชะงักงัน เหงื่อกาฬไหลซึม1เม็ดใหญ่ข้างขมับ เมื่อตระหนักว่าเสียงนั้นมาจากมุมมืดของบุรุษผู้ไม่มีป้ายแสดงฐานะใดๆ
"เก้าหมื่น... เก้าหมื่นตำลึงทองครั้งที่หนึ่ง..." เฒ่าชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ทว่า ก่อนที่ค้อนประมูลจะเคาะลง พรรคอัคคีผลาญสวรรค์ก็ลุกขึ้นยืนพรวด เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับพลังปราณสายหนึ่งที่พวยพุ่งเข้ากดดันหลี่มู่เฉินโดยตรง
"ไอ้หนู! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาแย่งของจากพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ของข้า? รู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร!" ผู้อาวุโสแซ่หวังแห่งพรรคอัคคีคำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลี่มู่เฉินยังคงนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ร่างกายของเขาไม่แม้แต่จะสั่นไหวต่อแรงกดดันลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณ เขาดำดิ่งอยู่ในความนิ่งสงบ ดั่งหุบเขาที่ตั้งตระหง่านท้าทายพายุโหมกระหน่ำ
"การประมูลยุทธภัณฑ์ ย่อมใช้เงินตราเป็นตัวตัดสิน มิใช่เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน" หลี่มู่เฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำกลับบาดลึกถึงกระดูกดำ
"สามแสนตำลึงทอง!"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของสตรีผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาทางประตูหลักของหอประมูล นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายจันทราด้วยด้ายเงิน เส้นผมยาวสลวยดั่งแพรไหมสีดำปล่อยสยายถึงสะโพก ใบหน้างดงามล่มเมืองราวกับภาพวาดของเซียนสวรรค์ ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากความรู้สึกอบอุ่นของมนุษย์ปุถุชน
อุณหภูมิภายในห้องโถงลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง กลิ่นอายพิษอันบริสุทธิ์แต่รุนแรงแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุ
บรรดาจอมยุทธ์ในห้องโถงถึงกับหน้าถอดสี รีบถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"น...นางมารจันทร์เพ็ญ! ไป๋หลินจือ!" ใครบางคนอุทานออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ประมุขน้อยแห่งหุบเขาจันทร์เพ็ญ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและพิษเก้าวิญญาณสลาย เหตุใดนางจึงมาปรากฏตัวที่นี่?
ไป๋หลินจือไม่ชายตามองผู้ใด นางกวาดสายตาเย็นชาผ่านฝูงชน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของชายหนุ่มชุดดำในมุมมืด
ริมฝีปากบางเฉียบของนางแย้มยิ้มเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะผ่าร่างผู้คนเป็นพันๆ ชิ้น
"สามแสนตำลึงทอง... แลกกับเศษเหล็กไร้ค่าชิ้นนั้น" ไป๋หลินจือกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะดั่งระฆังเงิน แต่กลับกดดันจนลมหายใจของทุกคนติดขัด "ข้าซื้อให้เขา... เจ้ามีปัญหาอันใดอีกหรือไม่?"
คำพูดประโยคสุดท้าย นางปรายตามองไปยังผู้อาวุโสพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ ร่างของเฒ่าหวังถึงกับแข็งทื่อ ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น พิษในกายของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องลงมือด้วยซ้ำ
หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาเย็นชาของเขาส2สายตากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งตัดพ้อ ห่วงหา และความดื้อรั้น
"หลินจือ... เจ้าไม่ควรยุ่งเรื่องนี้" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ
"เรื่องของท่าน... ก็คือเรื่องของข้า" ไป๋หลินจืองก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประทับยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม "เศษเหล็กชิ้นนั้น สำนักกระบี่เมฆาผันของท่านต้องใช้มันเพื่อเปิดผนึกความจริง แต่ชีวิตของท่าน... มีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งไว้ที่นี่"
ยังไม่ทันที่หลี่มู่เฉินจะได้เอ่ยคำใดต่อ พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างสีดำนับสิบพุ่งทะลุหลังคาลงมา ล้อมรอบพวกเขาไว้ในพริบตา!
"ฮ่าๆๆๆ หลี่มู่เฉิน! ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ หนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน วันนี้ต้องชำระด้วยชีวิต!"
เสียงหัวเราะก้องกังวานดังก้องฟ้า พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หัวใจของหลี่มู่เฉินด้วยความเร็วราวดาวตก!
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลง มือขวาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ... นิ้วเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอว
"เคร้ง!"
เสียงโลหะกระทบกันกังวานใสเสียดแก้วหู ร่างของหลี่มู่เฉินยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ทว่าประกายกระบี่สีครามสายหนึ่งพุ่งทะลักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว ก็เพียงพอที่จะบดขยี้กระบี่ของมือลอบสังหารจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะถูกชักออกจากฝักจนสุดเพื่อปลิดชีพศัตรู แสงจันทร์นอกหน้าต่างก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะท้อนมาจากเบื้องล่างของหอประมูล พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นที่ดังขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา
*“นึกไม่ถึงว่า 'กระบี่เดียวดาย' ผู้เก่งกาจ จะพาคนรักมาตายด้วยกันที่นี่... ช่างน่าประทับใจเสียจริง”*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมกระบี่ด้วยกันในบทนี้นะครับ
วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนผิวกระบี่
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!