กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของศาลาพักเดินทางร้างกลางสายฝนโปรยปราย หลี่มู่เฉินไม่ได้สนใจหยาดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนคมกระบี่เหล็กนิลกาฬในมือ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีของเขากำลังจดจ้องร่างไร้วิญญาณของมือสังหารพรรคอสรพิษเพลิงที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า
การต่อสู้เมื่อครู่เกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ เป็นวิถีกระบี่ที่เรียบง่าย ไร้ซึ่งกระบวนท่าฟุ่มเฟือย แต่เฉียบคมและเด็ดขาดจนศัตรูยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องเฮือกสุดท้าย
มือเรียวยาวดุจหยกสลักของไป๋หลินจือค่อยๆ ลดป้ายหยกอาบพิษลง แววตาคู่คมของนางเซียนผู้เยือกเย็นกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มือของศพผู้ตาย ซึ่งกำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่นราวกับกลัวมันจะสูญหายแม้ในความตาย
"มู่เฉิน..." น้ำเสียงไพเราะดั่งระฆังแก้วแต่เยียบเย็นเอ่ยเรียกเบาๆ "ท่านดูนี่สิ"
หลี่มู่เฉินก้าวเข้าไปใกล้ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคากระเบื้องสาดกระทบวัตถุโลหะสีทองหม่นในมือศพ มันคือ "ตราประทับ" ขนาดเท่าฝ่ามือ สลักจากทองคำขาวบริสุทธิ์และหยกโลหิต ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของกระบี่เดียวดายกระตุกวูบไม่ใช่ความล้ำค่าของวัสดุ แต่เป็นลวดลายสลักรูป "กระบี่คู่พาดผ่านจันทร์เสี้ยว" บนหน้าตราประทับนั้น
ตราประทับประจำสำนักกระบี่เมฆา... สำนักที่ถูกเพลิงผลาญและกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากเมื่อสิบปีก่อน!
หลี่มู่เฉินยื่นมือไปหยิบตราประทับนั้นขึ้นมาพิจารณา ปลายนิ้วสัมผัสกับรอยสลักอักขระโบราณที่คุ้นเคยจนเจ็บปวด ความทรงจำอันดำมืดและเสียงกรีดร้องในคืนเพลิงผลาญผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอีกครั้ง กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ แต่สีหน้ายังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็นดั่งหินผา
"มันไม่ใช่ของปลอม..." หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันรุนแรงที่แผ่พุ่งออกมาโดยไม่รู้ตัว "นี่คือตราประจำตัวของผู้อาวุโสฝ่ายในแห่งสำนักกระบี่เมฆา เหตุใดจึงมาอยู่กับมือสังหารเดรัจฉานของพรรคอสรพิษเพลิงได้?"
ไป๋หลินจือขยับกายเข้าไปใกล้ รัศมีไอเย็นบริสุทธิ์จากหุบเขาจันทร์เพ็ญแผ่ออกมาโอบล้อมแผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นที่รัก นางยื่นมือไปแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเขา สัมผัสอุ่นจากนางช่วยดึงสติของหลี่มู่เฉินให้กลับคืนมาจากขุมนรกแห่งความแค้น
"ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก สิ่งที่สูญหายไปในอดีต มิได้หมายความว่ามันสูญสลายไปตลอดกาล" ไป๋หลินจือเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความเฉียบขาด "การที่คนของพรรคอสรพิษเพลิงครอบครองตราประทับนี้ ย่อมแปลว่า... ผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักท่านเมื่อสิบปีก่อน กับพวกมัน อาจเป็นกลุ่มคนเดียวกัน หรือมิฉะนั้น ก็มีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งยิ่ง"
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความสุขุมลุ่มลึก ปราณกระบี่ในกายหมุนวนอย่างดุดัน ร่องรอยเบาะแสที่ตามหามาตลอดสิบปี บัดนี้ปรากฏขึ้นราวกับโชคชะตาเล่นตลก หรือนี่จะเป็นกลลวงที่ถูกจัดฉากไว้เพื่อล่อให้เขาเดินเข้าสู่ค่ายกลมรณะ?
"ไม่ว่ามันจะเป็นกับดักหรือความจริง ข้า... ย่อมต้องไปเยือนพรรคอสรพิษเพลิงด้วยตนเอง" หลี่มู่เฉินกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้น
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเก็บตราประทับนั้นลงในถุงเฉียนคุน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ไหวก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องนอกศาลา มันไม่ใช่เสียงของลมฝน แต่เป็น "จิตสังหาร" ที่ถูกกดไว้จนแทบแนบเนียนไปกับธรรมชาติ
ไป๋หลินจือชักป้ายหยกในมือกลับมาตั้งรับในกระบวนท่าทันที ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลง นางเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน "ระวัง... มีคนซ่อนอยู่ และวรยุทธ์ของมัน สูงส่งกว่าคนผู้นี้อย่างเทียบไม่ติด"
หลี่มู่เฉินสะบัดข้อมือเบาๆ คมกระบี่นิลกาฬส่งเสียงร้องคำรามก้อง "ชิ้ง" รับพลังปราณ ก่อเกิดประกายไฟสีครามวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เขายืนตระหง่านบังร่างของนางเซียนไว้ครึ่งก้าว สายตาสอดส่องทะลุผ่านม่านฝนไปยังความมืดเบื้องนอก
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหมอกฝน ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับภูตผีที่ไร้เงา
และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น หัวใจของยอดฝีมือกระบี่ผู้เยือกเย็นถึงกับกระตุกวูบ เพราะคนผู้นั้นหาใช่ศัตรูไม่... หากแต่เป็นคนสนิทที่ตายไปแล้วต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์•ตอนที่ 5
ปริศนาตราประทับ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย กับ นางเซียนผู้สังหารจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!