คราบเลือดจางๆ ที่มุมปากของมาร์คไม่ได้ทำให้อุณหภูมิบนโต๊ะอาหารลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... บรรยากาศหรูหราของห้องอาหารส่วนตัวในโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ กลับคุกกรุ่นราวกับกำลังถูกแผดเผาด้วยลาวาใต้พิภพ
น่านฟ้าวางช้อนส้อมลงกระทบจานกระเบื้องเคลือบราคาแพง เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งอย่างนึกระอา คนหนึ่งคือคู่แข่งทางธุรกิจที่เพิ่งโดนหมัดเสยคางไปหมาดๆ แต่กลับยังยิ้มระรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนอีกคน... คิรากร เจ้าของตระกูลดังที่กำลังนั่งหน้าตึง กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงคมกริบมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ยอมปรายตาแลคู่กรณีเลยสักนิด
"ถ้าเชิญผมมาเพื่อดูพวกคุณซ้อมมวย ผมว่าเรายกเลิกดีลนี้แล้วต่างคนต่างกลับน่าจะประหยัดเวลามากกว่านะคะ"
น้ำเสียงใสเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมพอจะเรียกสายตาสองคู่ให้หันมามองพร้อมกัน น่านฟ้าไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงของคิรากรแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ ท่าทางสบายใจราวกับกำลังนั่งชมละครเวทีรอบสื่อมวลชน
มาร์คหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาใช้ปลายนิ้วแตะมุมปากที่บวมช้ำเล็กน้อย ยิ้มร้ายกาจส่งให้น่านฟ้า "คุณน่านฟ้าอย่าเพิ่งใจร้อนสครับ ผมแค่อยากชวนคุณมาทานมื้อค่ำเพื่อทำความรู้จักกันให้มากกว่าสถานะ 'คู่ค้า' เท่านั้นเอง... ส่วนใครบางคนแถวนี้จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้เพราะความหึงหวง อันนั้นคงต้องไปปรึกษาจิตแพทย์เอาเอง"
พับผ่าสิ! มาร์คจงใจราดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ
คิรากรแค่นเสียง "หึ" ออกมาจากจมูก ดวงตาดุดันตวัดขวับไปจ้องหน้าคู่ปรับเก่าเขม็ง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็ง
"ปากดีแบบนี้ คางยังไม่ยุบดีใช่ไหมมาร์ค หรืออยากจะลองอีกสักหมัดเพื่อความแน่ใจ" คิรากรเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเย็นจัดในแก้วคริสตัลถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"พอเลยค่ะ คุณคีย์!" น่านฟ้าโพล่งขึ้นแทรกกลางระหว่างสงครามประสาท ดวงตากลมโตดุใส่คนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "นี่โต๊ะอาหารนะคะ ไม่ใช่เวทีมวยไทย ถ้าคุณยังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้ ฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"
คำขู่ได้ผลชะงัดนัก คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมปลาบหันขวับมามองคนตัวเล็กที่กล้าออกคำสั่งกับเขา ทว่าพอเห็นแววตาจริงจังแกมรำคาญใจของน่านฟ้าแล้ว ชายหนุ่มก็จำต้องกลืนความโกรธเกรี้ยวลงคออย่างจำยอม เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะตักอาหารใส่จานตัวเองด้วยท่าทางกระแทกกระทั้นประชดประชัน
น่านฟ้าแอบถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ใครจะไปคิดว่าผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย่อหยิ่งจนหาตัวจับยากอย่างคิรากร เวลาหึงหวงขึ้นมาจะน่าปวดหัวและเด็กน้อยได้ขนาดนี้
อาหารจานหลักถูกเสิร์ฟโดยบริกรที่เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบราวกับเงา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความเงียบนั้นเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดสาดเข้าหากันได้ทุกเมื่อ
มาร์คยื่นจานสเต็กเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำมาทางน่านฟ้า รอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "ผมจำได้ว่าคุณน่านฟ้าชอบทานเนื้อมีเดียมแรร์ ชิ้นนี้ย่างมาพอดีเลย ลองชิมดูสิครับ"
น่านฟ้าชะงัก กำลังจะอ้าปากปฏิเสธมารยาททางธุรกิจที่ล้ำเส้นเกินไปนั้น ทว่า...
*เคร้ง!*
เสียงมีดกระทบจานดังลั่นจนสะดุ้ง คิรากรวางอุปกรณ์ในมือลงแรงๆ จนเกือบหัก ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกระลอก มือหนาเอื้อมไปดึงจานสเต็กชิ้นนั้นออกจากตรงหน้าของน่านฟ้าอย่างไร้ความเกรงใจ แล้วดันจานของตัวเองที่ยังไม่ได้แตะต้องไปแทนที่
"น่านฟ้าแพ้เนื้อวัวสายพันธุ์นี้ เขาไม่กิน" คิรากรร่ายยาวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดวงตาจ้องมาร์คเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าจะเอาใจคู่ค้า กรุณาทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้หน่อย มาร์ค"
น่านฟ้ากะพริบตาปริบๆ หันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มสายซึนทันที... เอ๊ะ? หม่อมเจ้าคิรากรไปรู้ข้อมูลนี้มาจากไหนกัน? เขายังไม่เคยบอกใครเลยด้วยซ้ำว่าแพ้เนื้อนำเข้าชนิดนี้ หรือว่าแอบไปสืบประวัติส่วนตัวเขามากันแน่นะ?
มาร์คเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจระคนขบขัน "โอ๊ะ... ผมตกข่าวสินะครับเนี่ย นึกว่าคุณคีย์สนใจแต่เรื่องตัวเลขในบัญชีเสียอีก ไม่คิดว่าจะใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ช่วยคนนี้ด้วย"
"เรื่องของผม" คิรากรตอบห้วนสั้น ปลายตาดุๆ มองน่านฟ้าที่นั่งนิ่งอึ้ง "กินซะ อย่ามัวแต่อ้าปากค้าง อาหารตรงหน้ามีตั้งเยอะแยะ"
ประโยคหลังหันมาสั่งเสียงดุ แต่น่านฟ้ากลับสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความปากร้ายตามฟอร์มของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่... ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้นี่มันน่าตีให้ตายจริงๆ ปากบอกว่าเป็นแค่เรื่องธุรกิจ แต่วิธีการแสดงออกกลับฟ้องชัดเจนว่าหวงก้างยิ่งกว่าอะไรดี
มาร์คยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับราวกับมองเห็นเกมสนุกๆ บางอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างเพื่อหยั่งเชิงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ต่อ
ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปากของมาร์ค
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าของห้องอาหารส่วนตัวก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยอำนาจ จนทั้งสามคนบนโต๊ะต้องหันไปมองพร้อมกัน
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยอนุญาต ประตูบานหรูนั้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน ใบหน้าสะสวยเฉี่ยวคมกวาดตามองคนทั้งสามบนโต๊ะ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของคิรากร
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะ ขัดจังหวะดินเนอร์สำคัญอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย พอดีฉันได้ยินว่าคุณคีย์อยู่ที่นี่ ก็เลยแวะมาทักทายในฐานะ 'คู่หมั้น' เสียหน่อยค่ะ"
สิ้นเสียงหวานหยาดเยิ้มนั้น... อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น น่านฟ้าชะงักค้าง รอยยิ้มบนมุมปากหายวับไปทันที ขณะที่ดวงตาคมของคิรากรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนฉุนเฉียวอย่างปิดไม่มิด
รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดถล่มความสัมพันธ์นี้ได้เลยนะคะ เพราะเกมรักหลอกๆ กำลังจะกลายเป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 4
มื้อค่ำที่เต็มไปด้วยเข็ม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!