"ถ้าคิดว่าจะเอาเงินจากฉันแล้วทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนเหมือนที่ผ่านมา... ฝันไปเถอะค่ะคุณน่านฟ้า"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* เป็นจังหวะเดียวกับความกดอากาศในห้องชุดนิรภัยที่ดิ่งฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก หญิงวัยกลางคนในชุดสููทผ้าไหมปักดิ้นเงินเดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของคิรากร รัศมีแห่งอำนาจและความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนน่านฟ้าที่ยืนกอดอกอยู่ริมผนังถึงกับต้องหรี่ตามองด้วยความสนใจ
คุณหญิงกมลวรรณ... มารดาบังเกิดเกล้าของผู้ชายปากจัดที่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงนั้น
"คุณแม่มาทำอะไรที่นี่ครับ" คิรากรขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "นี่มันห้องส่วนตัวของผม"
"ส่วนตัว? หึ ลูกชายตัวดีของแม่เอาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาซุกไว้ในคอนโดใจกลางเมือง แถมยังมีข่าวฉาวหลุดรอดไปถึงหูพวกนักข่าวสายเศรษฐกิจจนหุ้นบริษัทร่วงไปสองจุด แบบนี้เขาไม่เรียกว่าส่วนตัวค่ะตาคีย์ เขาเรียกว่า 'ความไร้ความรับผิดชอบ' ต่างหาก"
น่านฟ้าแอบยกยิ้มมุมปาก มือเรียวเล็กปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"อ้อ ที่แท้ก็เดือดร้อนเรื่องหุ้นนี่เอง นึกว่าห่วงลูกชายกลัวจะโดนผมปล้ำซะอีกนะครับคุณแม่ยาย... เอ๊ย ขอโทษทีครับ คุณท่านประธาน"
คำพูดกวนประสาทนั้นทำเอาคิรากรถึงกับตบโต๊ะเสียงดัง *ปัง!* จนแจกันดอกไม้สั่นสะเทือน นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดหันขวับมาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ส่วนกมลวรรณก็ชะงักไปเล็กน้อย ปรายตามองเด็กหนุ่มที่กล้าต่อปากต่อคำกับเธอด้วยแววตาประเมินค่า
"ปากกล้าดีนี่" กมลวรรณแค่นยิ้มหยัน "สมแล้วที่เป็นเด็กสร้างของมาร์ค"
แค่ชื่อนั้นหลุดออกมาบรรยากาศในห้องก็ยิ่งคุกรุ่นขึ้นไปอีก คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด มือหนากำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมวับฉายแววหึงหวงและกรุ่นโกรธปะปนกันจนแยกไม่ออก เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวน่านฟ้าในระยะประชิด มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงรั้งเข้ามาหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของอีกฝ่ายชนเข้ากับแผงอกกว้าง
"เจ็บนะคุณ!" น่านฟ้าอุทานออกมาเบาๆ แต่ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เห็น ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าคนเอาแต่ใจอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณไว้ซะน่านฟ้า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจเข้าออกถ้าฉันไม่อนุญาต!" คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว "เลิกทำตัวสนิทสนมกับไอ้มาร์ค เลิกแรดไปทั่ว และที่สำคัญที่สุด... เลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน!"
กฎเหล็กข้อแรกถูกประกาศออกมาพร้อมกับแรงบีบที่ต้นแขนซึ่งเพิ่มขึ้นตามอารมณ์ดิบเถื่อนที่เจ้าตัวควบคุมไม่อยู่
แต่น่านฟ้าไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่จะยอมให้ใครมาบีบขยี้ตามใจชอบ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นบนเรียวปากสวย ร่างเพรียวไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลังหนี แต่กลับขยับเข้าไปใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าไฟ
"กฎเหล็กเหรอครับคุณคีย์?" น่านฟ้าทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ ลากปลายนิ้วเรียวไปตามปกเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ "น่าเสียดายจัง... พอดีผมเป็นคนแพ้พวกกฎงี่เง่าซะด้วยสิ โดยเฉพาะกฎที่ออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งที่ข้างในใจจะขาดรอนๆ เพราะกลัวผมไปอ่อยคนอื่นเนี่ย"
"น่านฟ้า!"
"ทำไมครับ? หน้าผมมีตัวหนังสือเขียนว่า 'หลอกง่าย' แปะอยู่หรือไง" น่านฟ้าตอกกลับหน้าหงายด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน ดวงตาสุกใสพราวระยับด้วยความท้าทาย "คุณจ้างผมมาแต่งงานกำมะลอเพื่อตบตาคุณแม่คุณ เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ... เราทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกันชัดเจน ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะมาออกคำสั่งบ้าบออะไรก็ได้! อยากให้ผมทำตามกฎเหรอ? งั้นก็จ่ายค่าปิดปากมาสิครับ สักสิบล้านเป็นไง... ผมจะได้รีบปิดปากตัวเองให้สนิทเลย!"
คำตอกกลับที่เจ็บแสบและตรงไปตรงมาจนกมลวรรณที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความปวดหัว ส่วนคิรากร... ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนดำมืด ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจื้อยแจ้วด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วซุม ระหว่างอยากจะจับฟาดให้หายพยศ กับอยากจะก้มลงปิดปากช่างเจรจานั่นให้สนิทด้วยวิธีที่รุนแรงไม่แพ้กัน
"เธอ..." คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน "กล้ามากนะ"
"ขอบคุณที่ชมครับ" น่านฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบรับอย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองหญิงสูงวัยที่ยืนเงียบมานาน "จริงไหมครับคุณแม่ยาย? ลูกชายคุณเนี่ยท่าทางจะเก็บกดมานาน ถึงได้มาลงกับผมตลอดเวลาแบบนี้ ถ้าว่างมากแนะนำให้พาไปหาจิตแพทย์นะคะ เผื่ออาการโรคจิตอ่อนๆ จะได้บรรเทาลงบ้าง"
"นี่เธอ!" กมลวรรณทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาเอง ดวงตาคมกวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สมแล้วล่ะที่มาร์คมันส่งมาเป็นสายลับ!"
น่านฟ้าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไปจากใบหน้าชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อถูกพาดพิงถึงบุคคลที่สามในลักษณะนั้น
"ระวังคำพูดด้วยนะครับคุณท่าน" น่านฟ้าเสียงเข้มขึ้นระดับหนึ่ง แม้จะยังคงไว้ซึ่งความสุภาพแต่แฝงไปด้วยความคมกริบ "ผมขายบริการทางธุรกิจ ไม่ได้ขายศักดิ์ศรีให้ใครมาดูถูก ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจเน่าๆ ของพวกคุณ... งั้นก็เชิญฉีกสัญญาแล้วไล่ผมออกไปตอนนี้เลยสิครับ ผมจะได้ไปนอนกินเงินเก็บสบายๆ ที่มัลดีฟส์ ไม่ต้องมาทนฟังเสียงเห่าเสียงหอนของลูกชายคุณอยู่แบบนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชุดนิรภัยชั่วขณะ คิรากรชะงักกึก แรงบีบที่แขนคลายลงโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินคำว่า *'ฉีกสัญญา'* หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า หัวใจวูบโหวงแปลกๆ อย่างไร้เหตุผล ทั้งที่เมื่อครรลองเขาควรจะดีใจที่จะได้สลัดเด็กแสบคนนี้พ้นตัวไปเสียที
แต่ทำไม... ความคิดที่จะปล่อยให้น่านฟ้าเดินออกไปจากชีวิต ถึงได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปล่ะ?
กมลวรรณหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ผู้หญิงผ่านโลกมาเยอะอย่างเธออ่านเกมออกทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้กลัวอำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น น่านฟ้ามีบางอย่างที่อันตราย... เป็นความดื้อรั้นที่พร้อมจะพังทุกอย่างได้ถ้าหากถูกบีบจนเกินขีดจำกัด
"ฉีกสัญญาเหรอ?" กมลวรรณแค่นหัวเราะในลำคอ "ง่ายเกินไปหน่อยมั้งคุณน่านฟ้า ในเมื่อเกมนี้มันเริ่มต้นขึ้นแล้ว ต่อให้เธออยากจะถอนตัว... ฉันก็ไม่ยอมให้มันจบง่ายๆ หรอกนะ"
น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "อ้าว? อยากให้ผมอยู่ต่อเหรอครับ นึกว่าจะรีบไล่ตะเพิดผมออกไปซะอีก"
"อยู่ต่อสิ... ทำไมจะไม่อยู่" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก ซึ่งถูกเปิดแง้มไว้รับลมยามบ่าย
ร่างสูงโปรดของ 'มาร์ค' คู่ปรับตัวฉกาจของคิรากรก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ สวมสูทสีเทาอ่อนและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ในสายตาของคิรากรเป็นที่สุด น่านฟ้าหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือนใหม่
คิรากรพุ่งเข้าประชิดตัวมาร์คด้วยความเร็วแสง มือหนากระชากคอเสื้อสูทของอีกฝ่ายทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม กมลวรรณอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่น่านฟ้าทำได้เพียงยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
"แกเข้ามาได้ยังไงไอ้มาร์ค!" คิรากรคำรามเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
มาร์คไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเลยสักนิด ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดมือของคิรากรออกเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มกวนประสาทให้อย่างท้าทาย แล้วหันไปสบตากับน่านฟ้าที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว
"สวัสดีครับคนสวย..." มาร์คเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน "สนใจย้ายค่ายมาอยู่กับผมไหมล่ะ? รับรองว่าไม่มีกฎงี่เง่า, ไม่มีแม่สามีจอมบงการ, และที่สำคัญ... ผมจ่ายให้ไม่อั้น มากกว่าที่ไอ้คุณคีย์มันให้สิบเท่าเลยนะ"
สิ้นคำพูดนั้น... คิรากรก็พุ่งเข้าหากำปั้นใส่หน้ามาร์คทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดระอุยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!