“คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เอ๊ะ!”
เสียงหวีดร้องของเลขานุการสาวที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่ทันได้เคาะประตูก่อน ทำให้บทสนทนาอันคุกกรุ่นระหว่างคิรากรกับน่านฟ้าต้องสะดุดลงทันที บรรยากาศรอบตัวที่อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงอย่างไม่เป็นท่า
คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจระคนหงุดหงิด เขากำลังจะต้อนเด็กแสบตรงหน้าให้จนมุมเสียหน่อยเชียว
“ออกไปก่อน... ใครอนุญาตให้เธอพรวดพราดเข้ามา” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด
แต่เลขานุการสาวกลับหน้าซีดเผือด เธอยกมือขึ้นทาบอก หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีผีมา “มะ... ไม่ได้นะคะคุณคีย์ ข้างล่างค่ะ! คุณมาร์คพาลูกค้า VIP บุกเข้ามาถึงล็อบบี้แล้วค่ะ แถม... แถมเขากำลังประกาศกร้าวดังลั่นเลยว่า จะมาทวง ‘สัญญา’ สำคัญคืนจากคุณน่านฟ้าค่ะ!”
สิ้นคำว่า ‘คุณมาร์ค’ สีหน้าของคิรากรก็มืดมนลงในพริบตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเป็นจุล
ส่วนน่านฟ้าที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ กลับไม่ได้มีทีท่าตกใจหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเบื่อหน่ายอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ
“มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ หมาบ้าตัวนี้ขยันเห่าดีจริงๆ” น่านฟ้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ดังพอให้คนหูไวอย่างคิรากรได้ยิน
“เธอเป็นคนนัดมันมาเหรอ?” คิรากรหันขวับกลับมาคาดคั้น ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวน่านฟ้าด้วยความเร็วสูง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวแล้วบีบเบาๆ อย่างลืมตัว ความหึงหวงและหวาดระแวงตีรวนขึ้นมาในอกจนแยกแยะไม่ออก “ตอบฉันมา, น่านฟ้า! เกมอะไรของเธอกับไอ้มาร์คอีก!”
น่านฟ้าไม่ได้สะดุ้งโหยงหรือพยายามสะบัดออกเหมือนทุกที ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตาคนตัวโตนิ่งสนิท แพขนตางอนกะพริบช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย้ยหยัน แต่มันคือรอยยิ้มที่อ่อนโยน อ่อนโยนเสียจนคิรากรที่กำลังเกรี้ยวจัดถึงกับชะงักกึก ลลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ
มือเรียวที่เคยปัดป้อง กลับเอื้อมขึ้นมาทาบลงบนหลังมือหนาที่บีบข้อศอกตนเองอยู่ น้ำหนักที่กดลงมาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังพิลึกในการสยบความบ้าคลั่งในอกของเจ้าของตระกูลใหญ่
“คุณคีย์คะ...” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยเรียกแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกระด้างกระเดื่องอย่างที่เคยเป็น “ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยล่ะคะ หึงเหรอ?”
คิรากรชะงักกึก สมองที่เคยประมวลผลแผนธุรกิจและกลยุทธ์เฉียบคม พลันขาวโพลนไปชั่วขณะ คำว่า ‘หึง’ พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกเต็มแรงจนเขาเถียงไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิดแม้จะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนแค่ไหนก็ตาม
“ไร้สาระ... ใครหึงเธอ” ปากปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตากลับสนุกลน หันมองไปทางอื่นอย่างน่าขัน “ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในอาณาจักรของฉัน และที่สำคัญ... ฉันเกลียดขี้หน้าไอ้มาร์ค”
“ค่ะ รู้แล้วค่ะว่าเกลียด” น่านฟ้าหัวנסกเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่สดใสและจริงใจจนคิรากรต้องหันขวับกลับมามองอีกครั้ง ร่างเพรียวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นอกแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง ความใกล้ชิดที่ฉับพลันทำให้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของเด็กหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวคิรากรให้ตื่นตัวขึ้นมาทันที
แต่น่านฟ้าไม่ได้เปิดโอกาสให้คนปากแข็งได้ฉวยโอกาสเด็กหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้น ประคองแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อครู่ขึ้นมา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่คราบฝุ่นละอองจางๆ บนเสื้อสูทราคาแพงของคิรากรอย่างเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนและใส่ใจโดยไม่มีเงื่อนไขนี้ ทำให้คิรากรถึงกับนิ่งค้าง สมองหยุดทำงานไปโดยสมบูรณ์
“เลิกดุสักทีได้ไหมคะ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากเรียว ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขา เต็มไปด้วยความเข้าใจและความหมายลึกซึ้งที่คิรากรไม่เคยได้รับจากใคร “หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ถ้าขมวดคิ้วมากๆ เดี๋ยวก็แก่เร็วกหรอกค่ะคุณชาย... เรื่องไอ้มาร์ค ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะนะคะ ฉันจัดการเองได้”
“แต่มัน...” คิรากรพยายามจะแย้ง หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อความอ่อนโยนนี้มันคืออะไรกัน ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเด็กน้อยในกำมือของเด็กหนุ่มตรงหน้าไปเสียได้
“ไม่มีแต่ค่ะ” น่านฟ้าส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เป็นครั้งแรก... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อประชดประชันหรือต่อรองทางธุรกิจ แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจมาดนิ่งของผู้บริหารหนุ่มถึงกับกระตุกวูบ “นั่งรออยู่ตรงนี้เฉยๆ ทำตัวเป็นเด็กดี... แล้วรอดูวิธีที่ฉันตบหน้าคู่แข่งของคุณให้ดูนะคะ”
พูดจบ น่านฟ้าก็หมุนตัวเดินผละออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้คิรากรยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองยังคงวนเวียนอยู่กับสัมผัสอุ่นๆ ที่ข้อศอก และแววตาคู่สวยคู่นั้น
ให้ตายเถอะ... เด็กนี่มันร้ายกาจเป็นบ้า! รู้ทั้งรู้ว่าเขาแพ้ทางลูกไม้นี้ ทำไมถึงยังกล้าเอามาใช้เล่นงานกันอีก!
คิรากรยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ขายาวก้าวฉับๆ เดินตามหลังไปทันทีด้วยความเป็นห่วง ต่อให้ปากจะบอกว่าให้จัดการเอง แต่เขามีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคนของตัวเองที่ไหนกันล่ะ!
บรรยากาศที่ชั้นล่างของบริษัทกำลังคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด มาร์คในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนยิ้มเยาะอยู่กลางโอบล้อมของบอดี้การ์ดและแขกวีไอพีหลายท่าน รอบตัวมีเสียงซุบซิบนินทาของพนักงานดังระงม ทันทีที่ร่างโปร่งบางของน่านฟ้าก้าวออกมาจากลิฟต์ สายตาทุกคู่ก็พากันจับจ้องมาที่จุดเดียว
“อ้าว... มาแล้วเหรอ ‘ว่าที่เจ้าสาว’ ของคุณคีย์” มาร์คเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจเน้นคำว่าเจ้าสาวเพื่อให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน “นึกว่าจะขดตัวกลัวหัวหดอยู่ในห้องทำงานซะอีกนะ หึ... สัญญาที่เราตกลงกันไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าไงล่ะ? สนใจจะเปลี่ยนใจมาเซ็นสัญญากับทางฉันแทนไหม รับรองว่าผลตอบแทนสูงกว่าไอ้คิรากรหลายเท่าแน่”
น่านฟ้าหยุดยืนห่างจากมาร์คเพียงไม่กี่ก้าว ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่ใช้กับคนบนห้อง... แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่า
“สัญญาเหรอคะ?” น่านฟ้าทวนคำเสียงใส ก้าวเข้าไปใกล้มาร์คช้าๆ จนอีกฝ่ายชะงักไปนิดกับรัศมีที่กดดันอย่างไม่คาดคิด “น่าเสียดายจังนะคะคุณมาร์ค... พอดีว่าฉันเป็นคนความจำสั้น แถมยังเกลียดการกินของเหลือเดนจากคนอื่นเสียด้วยสิคะ”
มาร์คหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “เธอกล้าดียังไงมาว่าฉัน!”
“ก็ไม่ได้ว่าใครนี่คะ ร้อนตัวทำไมล่ะคะเนี่ย” น่านฟ้าเอียงคอถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา ก่อนจะหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่แข่งทางธุรกิจ “อีกอย่าง... สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘สัญญา’ น่ะ มันมีค่าแค่เศษกระดาษ สำหรับคนที่ไม่มีปัญญาแข่งขันด้วยวิธีแฟร์ๆ อย่างคุณ”
“ปากดีนักนะ! วันนี้ฉันจะแฉความจริงให้หมด...” มาร์คบันดาลโทสะ พุ่งมือคว้าเข้าที่ต้นแขนของน่านฟ้าด้วยความโมโห
หมับ!
ก่อนที่ปลายนิ้วของมาร์คจะทันได้สัมผัสโดนตัวน่านฟ้า ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาปัดมือออกอย่างแรง เสียงกระดูกกระทบกันดังลั่นท่ามกลางความตกใจของทุกคน
“แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวเขา... ไอ้มาร์ค!”
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวดังขึ้น พร้อมกับร่างของคิรากรที่ก้าวเข้ามาบังร่างของน่านฟ้าไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวผู้บริหารหนุ่มจนทุกคนในล็อบบี้แทบไม่กล้าหายใจแรง
น่านฟ้าที่ถูกบังอยู่ด้านหลัง เผลอยิ้มออกมาบางๆ กับแผ่นหลังกว้างที่ก้าวออกมาปกป้องทันเวลาพอดี
ทว่า... ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังระอุถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็แทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าหลัก พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“ว้าว... น่าประทับใจจังเลยนะคะคุณคีย์ ปก้องกันซะขนาดนี้... แต่ไม่ทราบว่าคุณจะปกป้อง ‘เด็กฝึกงาน’ คนนี้ได้อีกนานแค่ไหนคะ ในเมื่อ... ความลับเรื่อง ‘บัญชีลับ’ ที่เด็กนี่แอบขโมยไปจากบริษัทเราเมื่อคืนกำลังจะถูกเปิดโปง?”
คิรากรชะงักกึก ร่างสูงค่อยๆ หันขวับกลับไปมองผู้หญิงมาใหม่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ส่วนน่านฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายไปในพริบตา... นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อสบตากับผู้หญิงคนนั้น
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ!*
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ•ตอนที่ 14
เลิกดุสักทีได้ไหม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายอย่ามาดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!